ดวงรายวันฉบับสาวคลีโอ ประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2564

สาววันจันทร์ อย่าใจร้อนหรือคิดเร็วทำเร็วเกินไปเพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง หรือคิดมากเอง ทำให้ตัดสินใจอะไรลำบากเพราะไม่รู้ว่าจะเชื่อสัญชาตญาณตัวเองดีหรือหาเหตุผลมาแก้ปัญหา การงานต้องคอยอ่านความคิดคนรอบข้าง อย่าไปคาดหวังจะได้สบายใจ ความรัก อย่าเอาความรู้สึกของเราไปเล่นกับความไม่จริงใจของคนอื่น เหนื่อยก็พักซะ สุขภาพ ระวังอุบัติเหตุ และทางเดินหายใจ . สาววันอังคาร บางครั้งการทำอะไรแบบไม่คาดหวังมักจะได้ผลสำเร็จที่เร็วกว่าได้มาง่ายกว่า การงาน ถูกเพิ่มลักษณะงานใหม่หรือคิดจะเปลี่ยนบทบาทสายการทำงาน สมัครงานยังมีโอกาสได้งานที่ดี งานออนไลน์ งานสอนต่างๆต้องใช้เวลาแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น การเงิน มีเงินใช้ไม่ขาดมือแต่ยังเป็นเงินที่หมุนมาหมุนไปต้องเสียเงินกับการซื้อของออนไลน์ หรือของเทคโนโลยีใหม่ๆ ความรัก คบกันแบบเพื่อนความสัมพันธ์จะราบรื่น สุขภาพ ออฟฟิศซินโดรม ปัญหาสายตา . สาววันพุธ มีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลืออุปถัมภ์หรือมีโอกาสได้ไปทำงานทางไกลติดต่องานระหว่างต่างประเทศ มีเจ้านายต่างชาติคนใหม่ การเงิน มีโชคลาภได้ของมีค่าหรือมีลาภปาก มีเกณฑ์เดินทางไกล ความรัก คนโสดคุยกับคนอายุมากกว่าหรือพ่อม่ายคนต่างชาติจะได้คนอุปถัมภ์ช่วยเหลือ สุขภาพ อยากลดน้ำหนักแต่ยังมีความสุขกับการกินมาก . สาววันพฤหัสบดี รอคำสั่งจากผู้ใหญ่หรือรอการเปลี่ยนแปลงได้เจ้านายใหม่ การทำงาน ยังคงเป็นไปตามหน้าที่ ทำงานให้จบตามเวลาไป การใช้ชีวิตค่อนข้างเรียบง่ายไม่ได้สนใจใครหรือคนรอบข้าง การเงิน ยังตั้งเปากับของราคาแพงหรือการท่องเที่ยวไว้อยู่ สุขภาพ ระวังปวดหลัง . สาววันศุกร์ มีการเปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนแบบกระทันหันหรือได้ปรับตำแหน่งงานใหม่งานด่วนเข้ามา การวางแผนต่างๆยังต้องปรับเปลี่ยนไปตามปัญหาหน้างาน ลูกค้าเก่ากลับมาหรือต้องตามแก้ปัญหาเก่าบางอย่างให้สำเร็จการเงินต้องวางแผนการใช้จ่าย […]

ลืมเขาได้ภายใน 1 วัน

เคยชอบผู้ชายคนหนึ่งมากๆ ชอบจนนึกถึงเขาตลอด ทำอะไรก็นึกถึง นึกจนคิดว่าไม่ได้ละ ไม่เวิร์ค ทุกข์ไป รู้เลยว่าไม่ชอบให้สมองของเรามีแต่เรื่องคนๆ เดียว อยากสลัดออกไปให้หัวโล่งๆ มาก แล้วตอนนั้นเขาก็ดูงงๆ นะ เหมือนจะชอบเรา แต่ก็เหมือนจะไม่ค่อยแคร์ ดูแหย่ไปแหย่มาให้นอยด์เล่น แล้วก็นอยด์จริงๆ เซนซิทีฟไม่เข้าเรื่อง เลยคิดว่า พอเถอะ! บอกตัวเองเลยว่า ไม่มีความสุข อย่างนั้นไม่เอาดีกว่า ก็เลยตั้งใจว่า วันนี้ล่ะจะต้องตัดออกไปจากหัวให้ได้ จัดการเลยคือ ถามตัวเองว่าถ้าไม่มีเขาอยู่ในใจ เราจะโอเคมั้ย ลองพิจารณาดูแล้ว ก็โอเคนี่นา เรายังใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม ไม่เห็นจะมีอะไรแย่ลงเลย ต่อให้พยายามหาข้ออ้างว่ามีเขาแล้วเราจะดียังไง สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ความจริงว่า เอาเข้าจริงก็ไม่ขนาดนั้น แล้วถ้าไม่มีเขาเลยล่ะ โอวววว น่าจะสบายดี ก็คงโหวงๆ ที่ไม่มีใครในใจ แต่คนอย่างเรา มีอะไรให้อยากทำอีกเยอะมากๆ ขอเลือกความโล่งดีกว่า พอตอบตัวเองได้ชัด ก็จัดการเลย วันนั้นใช้วิธีขับรถออกจากบ้านไป ขับแบบนิ่งมาก ปิดวิทยุ ไม่แตะมือถือ ขับไปเรื่อยๆ แล้วหายใจให้ลึกที่สุด อยู่กับถนนตรงหน้า และลมหายใจอย่างเดียว พอจะคิดอะไร ก็กลับมานิ่งดิ่งๆ ขับรถต้องใช้สมาธิไปด้วย […]

หัวใจคุณหมอยุคโควิดเป็นยังไง ไม่ไหวบอกไหว เสี่ยงแค่ไหนก็ต้องสู้!

ในช่วงสองปีที่ผ่านมาทั้งโลกให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์มาตลอด รู้ว่าพวกเขาทำงานหนักมาก และคุณหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเป็นด่านหน้าที่ work from home ไม่ได้ แถมยังต้องปะทะกับคนป่วยที่บางคนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังป่วยเป็น COVID-19 อยู่หรือเปล่า ความเสี่ยงเกิดขึ้นทุกวัน คลีโออยากรู้ว่าหัวใจของคุณหมอตอนนี้เป็นยังไง เลยขอถามคุณหมอเปิ้ล – แพทย์หญิงปิยวดี ชัยชาญพิมล แพทย์ฉุกเฉินหรือคุณหมอที่อยู่ ER ว่าประสบการณ์ครั้งนี้หนักจนเราเห็นใจจริงๆ หมอเปิ้ลบอกว่าแผนกฉุกเฉินมีความเสี่ยงกว่าจุดอื่นๆ เพราะเป็นแผนกที่รับผู้ป่วยจากชุมชนเป็นที่แรก พอผู้ป่วยมาด้วยภาวะฉุกเฉินก็ต้องรีบรักษาก่อนจะซักประวัติความเสี่ยงโควิด เจ้าหน้าที่เลยต้องใส่ชุด PPE (Personal Protection Equipment) ซึ่งหมอเปิ้ลบอกว่าทรมานมากกกก ร้อนและอึดอัด เวลาจะคุยกับคนไข้ ญาติคนไข้หรือพยาบาลก็ต้องตะโกนคุยกัน กว่าจะใส่ชุดถอดชุดก็กินเวลาขึ้นจากแต่ก่อนที่ใส่เสื้อกาวน์ธรรมดา แล้วใส่ถอดต้องระมัดระวังเพราะไม่รู้ว่าชุดมีเชื้อด้วยมั้ย ต้องรอบคอบทุกขั้นตอน . หมอก็กลัวโควิดเหมือนทุกคนคนทั่วไปออกไปข้างนอกมีนอยด์ๆ ว่าคนที่มาเดินอยู่ข้างๆ เสี่ยงติดโควิดมั้ย หมอนี่ไม่ต้องพูดถึงเวลาไปทำหัตถการกู้ชีพ คลุกวงในคนไข้โดยเฉพาะหมอฉุกเฉินที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ เพราะคนไข้จะไอและเชื้อสามารถแพร่กระจายใส่หมอที่ใส่ท่อได้ง่ายที่สุดและใกล้ที่สุด หมอเปิ้ลเล่าว่าเมื่อปีที่แล้วที่มีผู้ป่วยเป็นโควิดมาให้ใส่ท่อครั้งแรกตื่นเต้นมาก หัวใจเต้นแรงเหมือนผ่าทำคลอดหรือผ่าไส้ติ่งตอนเป็นนักเรียนแพทย์ ทั้งที่ใส่ท่อแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนมาเป็นสิบปี แต่เมื่อต้องมาใส่กับคนไข้ที่เป็นโควิด มองผ่านกล่องอะคริลิคในช่วงเวลานั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคุณหมอฉุกเฉิน แต่หมอเปิ้ลก็ผ่านมันมาได้ ดังนั้นหมอจะไม่ได้นึกถึงแค่ตัวเองว่าติดหรือยัง แต่จะเอาเชื้อไปให้ครอบครัวหรือคนใกล้ตัวด้วยนี่สิ ทำให้คุณหมอหลายคนรวมทั้งหมอเปิ้ลเองก็ต้องหยุดไปเจอครอบครัวหรือเพื่อนคนอื่นๆ บางคนถึงขั้นไปเช่าคอนโดอยู่คนเดียว เพราะไม่อยากให้พ่อแม่ที่บ้านต้องมาเสี่ยงติด ยิ่งสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่แค่เดือนสองเดือน […]

ดวงรายวันฉบับสาวคลีโอ ประจำวันที่ 14 มิถุนายน 2564

.. สาววันจันทร์ ชีวิตเวิร์คฟอร์มโฮมก็ไม่ได้หมายความว่างานจะน้อยลงยังมีงานที่ต้องทำอีกมากรออยู่ข้างหน้าการใช้ชีวิตต้องพยามวางแผนและจัดระบบตัวเองให้ดีถึงจะรอด การเงินมีโอกาสได้บ้าน มีเงินก้อน ลูกค้าตอบรับสัญญาข้อตกลงต่างๆลงเอยด้วยดี . สาววันอังคาร ทุกอย่างสามารถเรียนรู้และรู้ได้ด้วยตัวเองสิ่งที่คิดสิ่งที่ทำต้องใช้เวลาเพื่อพิสูจน์การงานมีผู้ใหญ่สนับสนุนมีเกณฑ์ได้เจ้านายใหม่ ธุรกิจของกิน ติวเตอร์จะดีขึ้น หรือ มีโอกาสจะทำธุรกิจนำเข้าส่งออก มีเกณฑ์ซื้อรถหรือบ้านใหม่ หรือมีแพลนเรียนต่อการสอบต่างๆยังทำได้ดี ความรักคนอายุมากกว่าหรือคนทางไกลมีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์สุขภาพน้ำหนักเพิ่มขึ้น . สาววันพุธ ความสำเร็จเกิดจากความตั้งใจจริงและความสุขในการทำงานของตัวเองมีโอกาสได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ได้รับข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องงานมีงานใหม่ที่ดีธุรกิจใหม่การลงทุนต่างๆยังต้องใช้เวลาแต่มีโอกาสที่จะทำสำเร็จได้ตามเป้าหมายการเงินมีแพลนซื้อบ้านหรือซื้อที่ดินความรักทุกอย่างต้องใช้เวลาเรียนรู้แต่มีแฟนก็เหมือนมีลูกที่ต้องคอยดูแล . สาววันพฤหัสบดี มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องการเงินอยากจะร่ำรวยมากกว่านี้อยากจะหางานพิเศษทำหรือหางานที่เงินเดือนดีขึ้นเงินคือพระเจ้าในการใช้ชีวิตเพราะมีความตั้งใจอยากจะดูแลครอบครัวหรือสร้างฐานะให้เร็วขึ้นการงานมีความตั้งใจในการทำงานมากขึ้นความรักความสุขของครอบครัวอยู่ร่มเย็นเป็นสุขดี งานราบรื่นทุกอย่างวันนี้สำเร็จได้ตามเป้าหมาย . สาววันศุกร์ มีโอกาสได้รับข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องงาน งานใหม่หรือได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่เพิ่ม วางแผนเรียนต่อการเดินทางต่างประเทศไปเรียนทางไกลมีความสำเร็จราบรื่นการติดต่องานด้านต่างประเทศเป็นไปในทิศทางที่ดี ได้บริวารใหม่ สุขภาพปัญหาผิวพรรณหรือมีความเครียดสะสม . สาววันเสาร์ การทำงานการใช้ชีวิตต้องเกิดจากความสุขและความพอใจของตัวเองถ้าต้องทนฝืนอยู่กับเรื่องที่ไม่ใช่หรือเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยากทำจะไม่มีความอดทนต่อสู้กับสิ่งนั้นได้นาน คุณจึงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับคนรอบข้างซึ่งมีผลต่อจิตใจมาก การงานยังราบรื่น ความรักต้องชัดเจนและใส่ใจ . สาววันอาทิตย์ เบื่อชีวิตของตัวเองตอนนี้ เบื่องานที่ทำอยู่หรืออยู่ในช่วงกำลังรองานใหม่ การเงินติดขัดเงินฝืดเงินไม่พอใช้คนยืมเงินแล้วไม่คืนการลงทุนย่อมมีความเสียหายเกิดความเสี่ยงความรักยังไม่ค่อยแน่ใจกับ ความสัมพันธ์ครั้งนี้




Work

ถ้าอยากทำธุรกิจของตัวเอง ต้องเชื่อสัญชาติญาณ และต้องทำจนแพ้ให้ได้!



รู้จักกับนุ่นมาเป็นสิบปี เห็นกันตั้งแต่เป็นเด็กสาววัยใส สาวมาร์เก็ตติ้งตำแหน่งดีบริษัทเริ่ด จนผ่านมาจนนุ่นอายุจะเข้าเลขสี่ และเธอหยุดทำงานประจำ หันมาสร้างธุรกิจเล็กๆ ของเธอเอง เมื่อสามปีที่แล้วเราคุยโทรศัพท์กันเยอะมากๆ นุ่นเล่าความฝัน สิ่งที่อยากสร้าง ไอเดียมากมาย เวลาผ่านไปพร้อมๆ กับธุรกิจที่เธอเซ็ตขึ้นมา และวันนี้เธอเล่าย้อนไปถึงตอนนั้นว่า “เฟลจริง งมและเฟลไปเกือบปี” เป็นเวลาเกือบปีที่เธอไม่ได้มีรายได้อะไร ใช้เงินเก็บเป็นทุนสร้างธุรกิจ ลองผิดลองถูกชนิดที่เรียกว่า “ลองจนเปลี่ยนนิสัยเราไปเลย” นุ่นเคยเป็นสาวเพอร์เฟ็คชันนิสท์ จะทำอะไรต้องเป๊ะ ต้องไม่พลาด เธอดีดตัวเลข รอบคอบกับทุกสิ่ง เอ็กเซลอย่างเปรี๊ยะ แต่มาวันนี้เธอกลับบอกว่า “รู้แล้วว่าแพ้เป็นยังไง” และที่น่าสนใจคือ เธอบอกต่ออีกว่า “ทำธุรกิจต้องแพ้เท่านั้น ถึงจะเดินต่อได้”

เลยอยากให้นุ่นแชร์ความคิดที่เธอสู้กับตัวเองมา จนวันนี้แบรนด์ Farmhomm ของเธอกับผลิตภัณฑ์หนังปลาซาลมอนทอดกรอบ ทำให้นุ่นสามารถมีเงินเย็นที่เก็บไว้ไม่ต้องถอน มีเงินอีกก้อนสำหรับไว้ซื้อกองทุน และเงินอีกก้อนใช้จ่ายทั่วไป ไปเที่ยว และเอาไปลงทุนต่อ นุ่นจากที่เคยเป็นสาวออฟฟิศเข้างานเช้า กลับบ้านไม่เห็นพระอาทิตย์ เธอสามารถเล่นโยคะ ขับรถไปเที่ยวคนเดียว ไปสอนหนังสือ เรียนคอร์สที่อยากเรียน ไปเจอเพื่อนบ่อยแค่ไหนก็ได้ ดูแลครอบครัวเต็มที่ นุ่นบอกเลยว่า “มีความสุขและพอกับชีวิตแบบนี้จริงๆ” ทั้งหมดที่เป็นเธอในวันนี้มาจาก 3 สิ่งที่เธอเชื่อและทำคือ 1. เชื่อสัญชาติญาณตัวเอง 2. อย่าหยุดหาความรู้ และ 3. ต้องแพ้ให้เป็น ทั้งหมดคือตัวขับเคลื่อนหัวใจ สมอง และชีวิตของเธอ จนเกิดเป็นบาลานซ์ เป็นเหมือนหลักให้ชีวิตที่มั่นคงขึ้นเรื่อยๆ มั่นคงในที่นี้นุ่นบอกว่า “ไม่ได้ว่าเรารวยนะ” เอาเข้าจริงๆ เงินที่เธอหาได้ตอนนี้ ยังน้อยกว่าตอนที่ทำงานประจำด้วยซ้ำ แต่ผลที่ได้กลับมากกว่า เพราะบาลานซ์นั้นแหละ

ทำให้นุ่นลดเป็น และใส่ใจบางอย่างมากขึ้น ปรับไปปรับมาจนเกิดเป็นสมดุลใหม่ของชีวิต ที่ก็ยังขับเคลื่อนเธอให้เดินหน้าต่อไป แต่เป็นวิถีชีวิตสามปีที่ผ่านมา ที่เธอพูดได้เต็มปากเลยว่า “เลือกเองหมด” นั่นเอง ทั้งหมดที่เปลี่ยนชีวิตเธอเป็นเธอในวันนี้ จริงๆ มาจากแรงขับและความสงสัยของเธอว่า “อยากรู้ว่าชีวิตที่อิสระ เราเลือกเอง เรากำหนดเองเป็นยังไง คิดเลยว่ามันต้องมีรูปแบบชีวิตอีกสิ ที่ไม่ใช่แค่มาทำงาน รีบกินข้าว กลับไปทำงาน” เธอเลยตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อจะมาหาชีวิตแบบนั้นในแบบของเธอ “จะรีวิวตัวเองก่อนว่าเรามีอะไรทำให้เรามีความสุขมั้ย แล้วพอได้คำตอบก็ตัดสินใจเลย” นุ่นเชื่ออย่างหนึ่งก็คือทุกสิ่งต้องเก็บหอมรอมริบไปเรื่อยๆ “คือการค่อยๆ เก็บทีละร้อยสองร้อยน่ะ ยังไงวันหนึ่งก็จะเก็บได้เยอะแน่นอน แต่เราต้องปรับต้นทุนชีวิตด้วยนะ พอตัดอะไรออกไป เราจะใช้เงินน้อยลงมาก และเงินที่ค่อยๆ เก็บนั่นล่ะ มันจะงอกขึ้นมาเกิดบาลานซ์ในชีวิตตามมา จนมันได้มากกว่าที่เคยได้ มากกว่านี่ไม่ได้หมายถึงเงินนะ แต่ได้สุขภาพ เวลา ความสุขพ่วงมาด้วย” พอลาออกนุ่นก็คิดว่าจะทำธุรกิจอะไร ตรงนี้ล่ะที่เธอบอกว่ายาก “จะเริ่มจาก 6 ไป 7 นี่ง่ายกว่าจาก 0 ไป 1 มาก” เพราะกว่าจะเจอว่าจะทำอะไร ต้องลอง ต้องพังก่อนเท่านั้น สำหรับนุ่นเธอเรียกชีวิตตัวเองช่วงนั้นว่า

“งมไป 10 เดือนเต็ม” แต่ในขณะที่เธองม นุ่นทำอะไรไปด้วยตลอด เธอบอกว่า “ผิดก็ต้องทำ ต้องทำทุกอย่างให้ไฟเราไม่มอด และตอนนี้ล่ะที่จะรู้เลยว่าสิ่งสำคัญมากคือ การใช้สัญชาติญาณตัวเอง” สิ่งที่เกิดกับนุ่นคือพอเธอลองทำ แล้วผิด ก็จะได้เรียนรู้ และเกิดเป็นสัญชาติญาณขึ้นมา ได้ลับคมสัญชาติญาณตัวเองไปเรื่อยๆ จนเริ่มรู้ว่าอะไรที่ใช่ และอะไรไม่ใช่ อีกสิ่งที่เธอค้นพบคือ “อย่าหยุดเรียนรู้เด็ดขาด” ให้คิดว่าทุกสิ่งที่กำลังเจอคือกำลังได้ความรู้ ต้องไปปะทะ และค้นหาไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นอย่าพยายามเค้นความคิด ให้ปล่อยอิสระไป ความรู้ที่เก็บๆ ไว้อยู่ดีๆ จะแว่บเกิดเป็นไอเดียที่ปังได้เลย และพอได้ลอง ได้รู้ ได้ทำแล้ว นุ่นแอบบอกทางลัดให้ว่า “ทำธุรกิจอย่าไปคิดอะไรยากๆ” เธอบอกว่าโอกาสที่จะเกิดก็จะยากตามมา นุ่นเองช่วงแรกๆ เธอพยายามทำธุรกิจโมเดลสตาร์ทอัพ เธอพยายามทำแพลตฟอร์มที่เรียกได้ว่ายากทีเดียว แล้วความยากก็ทำให้ไม่เวิร์คจริงๆ จากตอนนั้นนุ่นเลยเอาใหม่ เธอเริ่มใช้สัญชาติญาณมากขึ้น จนวันหนึ่งได้ไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยว

แล้วเห็นมีถุงหนังปลากรอบขาย เธอก็แค่คิดว่า น่าจะมีหนังปลาดีๆ ทำมาขาย “ตอนนั้นยังไม่รู้จักหนังปลาทอดใดๆ ที่ดังๆ คือไม่รู้เลย รู้แต่ว่าเราชอบกินหนังปลาทอด และอยากได้แบบดีๆ ออกมากิน” แว่บแค่นั้นปั๊บ นุ่นก็ทำต่อทันที เธอหาซัพพลายเออร์ คิดต่อยอด เธออยากได้หนังปลาทอดที่มีสมุนไพรด้วย จะได้ตัดความคาวของหนังปลา ก็เลยคิดสองสูตร หนังปลาทอดสมุนไพร และต้มยำ และคิดต่อว่าต้องเป็นสมุนไพรสดสิ พริกคั่วต้องหอม มะกรูดต้องสด แล้วนุ่นก็บุกไปโรงงาน ไปพัฒนาสูตร ทำจนออกมาเป็นหนังปลาที่เธอชอบ อร่อยจริง คุณภาพดีจริง แล้วนุ่นก็ขายเลย ตอนนี้ล่ะที่ทำให้นุ่นเข้าใจอีกเรื่อง “โอเปอรชั่นสำคัญกว่าพาวเวอร์พอยท์” นุ่นบอกว่าจะคิดอะไร วางแผนอะไรน่ะทำได้นะ แต่พอมาถึงตอนทำจริงนั่นล่ะ จะเจอทุกปัญหาเลย ต้องวางระบบ ต้องเจอปัญหาให้เยอะที่สุด จะได้รู้ว่าจะต้องคิดกันความผิดพลาดอะไรบ้าง แล้วนุ่นก็มักเลือกชนเองทุกอย่าง ชนแล้วก็เฟลไปหลายครั้ง บางทีก็ตัดสินใจพลาด ขาดทุนเพิ่ม ท้อ เซ็ง

มาหมดทุกอารมณ์ ไปออกบูธขายที่ออฟฟิศสู้กับมือโปรคนอื่นๆ เจอคนทำเจ๋งกว่า และอื่นๆ อีกมากมาย ทำจนมาถึงวันที่นุ่นพูดกับตัวเองว่า “เราเจ๊ง” นุ่นเคยเจ๊งกับสิ่งที่คาดการณ์พลาด และนั่นคือสิ่งที่เธอกลัวที่สุด แต่แล้วไง ถ้าคิดจะทำธุรกิจก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ ตอนนี้ล่ะเธอถึงเข้าใจคำว่า “แพ้ให้เป็น” ที่สุด เพราะแพ้เธอเลยได้มีก้าวต่อไป และต่อไป ฟาร์มหอมอยู่มา 3 ปีแล้ว ทำรายได้ให้นุ่นมีเงินเก็บ มีชีวิตที่เธอฝัน และให้เธอมีความสุขจริงๆ แบบที่ไม่ต้องคาใจกับตัวเอง ถามนุ่นว่าถ้าจะให้กำลังใจใครที่กำลังคิดสร้างธุรกิจของตัวเองอยู่ จะบอกว่าอะไร เธอบอกว่า “เราทุกคนตื่นเช้ามามีต้นทุนในชีวิตเท่ากัน คือเรามี 24 ชั่วโมง อย่าไปคิดเปรียบเทียบกับใคร ให้คิดว่า 24 ชั่วโมงของเรา เราจะใช้มันยังไง รูปแบบธุรกิจแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราต้องเชื่อ ต้องฉีกตัวเองให้ได้ก่อน และต้องมีแบบฝึกหัดให้ตัวเองทุกวัน ทำไปเถอะ ได้น้อยก็ค่อยๆ เก็บไป อย่าหยุดเดินเด็ดขาด อย่าหยุดหาความรู้ เพราะเมื่อไหร่ที่หยุดเดิน เราจะถอยหลัง และเราจะไม่มีทางเห็นชีวิตในแบบที่เราอยากให้เป็น ขอให้เชื่อ และลุยเลย” ผู้หญิงคนนี้ได้ลองแล้ว เธอปะทะความกลัวของตัวเองแล้ว หวังว่าเรื่องราวของนุ่นจะอินสไปร์สาวๆ ใครที่มีฝัน หรือยังไม่รู้ว่าฝันของเราคืออะไร ทำเลยนะ เล็กและง่ายนี่ล่ะ แล้วเชื่อในสัญชาติญาณ รับมือกับความแพ้ให้ได้ แล้วเดี๋ยวจักรวาลจะพาไปต่อเอง ขอให้มีไฟกันนะคะ

คลีโอขอขอบคุณเรื่องราวจากคุณนุ่น @Farmhomm ฟาร์มหอมนะคะ