ดวงรายวันฉบับสาวคลีโอ ประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2564

สาววันจันทร์ อย่าใจร้อนหรือคิดเร็วทำเร็วเกินไปเพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง หรือคิดมากเอง ทำให้ตัดสินใจอะไรลำบากเพราะไม่รู้ว่าจะเชื่อสัญชาตญาณตัวเองดีหรือหาเหตุผลมาแก้ปัญหา การงานต้องคอยอ่านความคิดคนรอบข้าง อย่าไปคาดหวังจะได้สบายใจ ความรัก อย่าเอาความรู้สึกของเราไปเล่นกับความไม่จริงใจของคนอื่น เหนื่อยก็พักซะ สุขภาพ ระวังอุบัติเหตุ และทางเดินหายใจ . สาววันอังคาร บางครั้งการทำอะไรแบบไม่คาดหวังมักจะได้ผลสำเร็จที่เร็วกว่าได้มาง่ายกว่า การงาน ถูกเพิ่มลักษณะงานใหม่หรือคิดจะเปลี่ยนบทบาทสายการทำงาน สมัครงานยังมีโอกาสได้งานที่ดี งานออนไลน์ งานสอนต่างๆต้องใช้เวลาแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น การเงิน มีเงินใช้ไม่ขาดมือแต่ยังเป็นเงินที่หมุนมาหมุนไปต้องเสียเงินกับการซื้อของออนไลน์ หรือของเทคโนโลยีใหม่ๆ ความรัก คบกันแบบเพื่อนความสัมพันธ์จะราบรื่น สุขภาพ ออฟฟิศซินโดรม ปัญหาสายตา . สาววันพุธ มีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลืออุปถัมภ์หรือมีโอกาสได้ไปทำงานทางไกลติดต่องานระหว่างต่างประเทศ มีเจ้านายต่างชาติคนใหม่ การเงิน มีโชคลาภได้ของมีค่าหรือมีลาภปาก มีเกณฑ์เดินทางไกล ความรัก คนโสดคุยกับคนอายุมากกว่าหรือพ่อม่ายคนต่างชาติจะได้คนอุปถัมภ์ช่วยเหลือ สุขภาพ อยากลดน้ำหนักแต่ยังมีความสุขกับการกินมาก . สาววันพฤหัสบดี รอคำสั่งจากผู้ใหญ่หรือรอการเปลี่ยนแปลงได้เจ้านายใหม่ การทำงาน ยังคงเป็นไปตามหน้าที่ ทำงานให้จบตามเวลาไป การใช้ชีวิตค่อนข้างเรียบง่ายไม่ได้สนใจใครหรือคนรอบข้าง การเงิน ยังตั้งเปากับของราคาแพงหรือการท่องเที่ยวไว้อยู่ สุขภาพ ระวังปวดหลัง . สาววันศุกร์ มีการเปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนแบบกระทันหันหรือได้ปรับตำแหน่งงานใหม่งานด่วนเข้ามา การวางแผนต่างๆยังต้องปรับเปลี่ยนไปตามปัญหาหน้างาน ลูกค้าเก่ากลับมาหรือต้องตามแก้ปัญหาเก่าบางอย่างให้สำเร็จการเงินต้องวางแผนการใช้จ่าย […]

ลืมเขาได้ภายใน 1 วัน

เคยชอบผู้ชายคนหนึ่งมากๆ ชอบจนนึกถึงเขาตลอด ทำอะไรก็นึกถึง นึกจนคิดว่าไม่ได้ละ ไม่เวิร์ค ทุกข์ไป รู้เลยว่าไม่ชอบให้สมองของเรามีแต่เรื่องคนๆ เดียว อยากสลัดออกไปให้หัวโล่งๆ มาก แล้วตอนนั้นเขาก็ดูงงๆ นะ เหมือนจะชอบเรา แต่ก็เหมือนจะไม่ค่อยแคร์ ดูแหย่ไปแหย่มาให้นอยด์เล่น แล้วก็นอยด์จริงๆ เซนซิทีฟไม่เข้าเรื่อง เลยคิดว่า พอเถอะ! บอกตัวเองเลยว่า ไม่มีความสุข อย่างนั้นไม่เอาดีกว่า ก็เลยตั้งใจว่า วันนี้ล่ะจะต้องตัดออกไปจากหัวให้ได้ จัดการเลยคือ ถามตัวเองว่าถ้าไม่มีเขาอยู่ในใจ เราจะโอเคมั้ย ลองพิจารณาดูแล้ว ก็โอเคนี่นา เรายังใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม ไม่เห็นจะมีอะไรแย่ลงเลย ต่อให้พยายามหาข้ออ้างว่ามีเขาแล้วเราจะดียังไง สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ความจริงว่า เอาเข้าจริงก็ไม่ขนาดนั้น แล้วถ้าไม่มีเขาเลยล่ะ โอวววว น่าจะสบายดี ก็คงโหวงๆ ที่ไม่มีใครในใจ แต่คนอย่างเรา มีอะไรให้อยากทำอีกเยอะมากๆ ขอเลือกความโล่งดีกว่า พอตอบตัวเองได้ชัด ก็จัดการเลย วันนั้นใช้วิธีขับรถออกจากบ้านไป ขับแบบนิ่งมาก ปิดวิทยุ ไม่แตะมือถือ ขับไปเรื่อยๆ แล้วหายใจให้ลึกที่สุด อยู่กับถนนตรงหน้า และลมหายใจอย่างเดียว พอจะคิดอะไร ก็กลับมานิ่งดิ่งๆ ขับรถต้องใช้สมาธิไปด้วย […]

หัวใจคุณหมอยุคโควิดเป็นยังไง ไม่ไหวบอกไหว เสี่ยงแค่ไหนก็ต้องสู้!

ในช่วงสองปีที่ผ่านมาทั้งโลกให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์มาตลอด รู้ว่าพวกเขาทำงานหนักมาก และคุณหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเป็นด่านหน้าที่ work from home ไม่ได้ แถมยังต้องปะทะกับคนป่วยที่บางคนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังป่วยเป็น COVID-19 อยู่หรือเปล่า ความเสี่ยงเกิดขึ้นทุกวัน คลีโออยากรู้ว่าหัวใจของคุณหมอตอนนี้เป็นยังไง เลยขอถามคุณหมอเปิ้ล – แพทย์หญิงปิยวดี ชัยชาญพิมล แพทย์ฉุกเฉินหรือคุณหมอที่อยู่ ER ว่าประสบการณ์ครั้งนี้หนักจนเราเห็นใจจริงๆ หมอเปิ้ลบอกว่าแผนกฉุกเฉินมีความเสี่ยงกว่าจุดอื่นๆ เพราะเป็นแผนกที่รับผู้ป่วยจากชุมชนเป็นที่แรก พอผู้ป่วยมาด้วยภาวะฉุกเฉินก็ต้องรีบรักษาก่อนจะซักประวัติความเสี่ยงโควิด เจ้าหน้าที่เลยต้องใส่ชุด PPE (Personal Protection Equipment) ซึ่งหมอเปิ้ลบอกว่าทรมานมากกกก ร้อนและอึดอัด เวลาจะคุยกับคนไข้ ญาติคนไข้หรือพยาบาลก็ต้องตะโกนคุยกัน กว่าจะใส่ชุดถอดชุดก็กินเวลาขึ้นจากแต่ก่อนที่ใส่เสื้อกาวน์ธรรมดา แล้วใส่ถอดต้องระมัดระวังเพราะไม่รู้ว่าชุดมีเชื้อด้วยมั้ย ต้องรอบคอบทุกขั้นตอน . หมอก็กลัวโควิดเหมือนทุกคนคนทั่วไปออกไปข้างนอกมีนอยด์ๆ ว่าคนที่มาเดินอยู่ข้างๆ เสี่ยงติดโควิดมั้ย หมอนี่ไม่ต้องพูดถึงเวลาไปทำหัตถการกู้ชีพ คลุกวงในคนไข้โดยเฉพาะหมอฉุกเฉินที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ เพราะคนไข้จะไอและเชื้อสามารถแพร่กระจายใส่หมอที่ใส่ท่อได้ง่ายที่สุดและใกล้ที่สุด หมอเปิ้ลเล่าว่าเมื่อปีที่แล้วที่มีผู้ป่วยเป็นโควิดมาให้ใส่ท่อครั้งแรกตื่นเต้นมาก หัวใจเต้นแรงเหมือนผ่าทำคลอดหรือผ่าไส้ติ่งตอนเป็นนักเรียนแพทย์ ทั้งที่ใส่ท่อแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนมาเป็นสิบปี แต่เมื่อต้องมาใส่กับคนไข้ที่เป็นโควิด มองผ่านกล่องอะคริลิคในช่วงเวลานั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคุณหมอฉุกเฉิน แต่หมอเปิ้ลก็ผ่านมันมาได้ ดังนั้นหมอจะไม่ได้นึกถึงแค่ตัวเองว่าติดหรือยัง แต่จะเอาเชื้อไปให้ครอบครัวหรือคนใกล้ตัวด้วยนี่สิ ทำให้คุณหมอหลายคนรวมทั้งหมอเปิ้ลเองก็ต้องหยุดไปเจอครอบครัวหรือเพื่อนคนอื่นๆ บางคนถึงขั้นไปเช่าคอนโดอยู่คนเดียว เพราะไม่อยากให้พ่อแม่ที่บ้านต้องมาเสี่ยงติด ยิ่งสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่แค่เดือนสองเดือน […]

ดวงรายวันฉบับสาวคลีโอ ประจำวันที่ 14 มิถุนายน 2564

.. สาววันจันทร์ ชีวิตเวิร์คฟอร์มโฮมก็ไม่ได้หมายความว่างานจะน้อยลงยังมีงานที่ต้องทำอีกมากรออยู่ข้างหน้าการใช้ชีวิตต้องพยามวางแผนและจัดระบบตัวเองให้ดีถึงจะรอด การเงินมีโอกาสได้บ้าน มีเงินก้อน ลูกค้าตอบรับสัญญาข้อตกลงต่างๆลงเอยด้วยดี . สาววันอังคาร ทุกอย่างสามารถเรียนรู้และรู้ได้ด้วยตัวเองสิ่งที่คิดสิ่งที่ทำต้องใช้เวลาเพื่อพิสูจน์การงานมีผู้ใหญ่สนับสนุนมีเกณฑ์ได้เจ้านายใหม่ ธุรกิจของกิน ติวเตอร์จะดีขึ้น หรือ มีโอกาสจะทำธุรกิจนำเข้าส่งออก มีเกณฑ์ซื้อรถหรือบ้านใหม่ หรือมีแพลนเรียนต่อการสอบต่างๆยังทำได้ดี ความรักคนอายุมากกว่าหรือคนทางไกลมีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์สุขภาพน้ำหนักเพิ่มขึ้น . สาววันพุธ ความสำเร็จเกิดจากความตั้งใจจริงและความสุขในการทำงานของตัวเองมีโอกาสได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ได้รับข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องงานมีงานใหม่ที่ดีธุรกิจใหม่การลงทุนต่างๆยังต้องใช้เวลาแต่มีโอกาสที่จะทำสำเร็จได้ตามเป้าหมายการเงินมีแพลนซื้อบ้านหรือซื้อที่ดินความรักทุกอย่างต้องใช้เวลาเรียนรู้แต่มีแฟนก็เหมือนมีลูกที่ต้องคอยดูแล . สาววันพฤหัสบดี มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องการเงินอยากจะร่ำรวยมากกว่านี้อยากจะหางานพิเศษทำหรือหางานที่เงินเดือนดีขึ้นเงินคือพระเจ้าในการใช้ชีวิตเพราะมีความตั้งใจอยากจะดูแลครอบครัวหรือสร้างฐานะให้เร็วขึ้นการงานมีความตั้งใจในการทำงานมากขึ้นความรักความสุขของครอบครัวอยู่ร่มเย็นเป็นสุขดี งานราบรื่นทุกอย่างวันนี้สำเร็จได้ตามเป้าหมาย . สาววันศุกร์ มีโอกาสได้รับข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องงาน งานใหม่หรือได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่เพิ่ม วางแผนเรียนต่อการเดินทางต่างประเทศไปเรียนทางไกลมีความสำเร็จราบรื่นการติดต่องานด้านต่างประเทศเป็นไปในทิศทางที่ดี ได้บริวารใหม่ สุขภาพปัญหาผิวพรรณหรือมีความเครียดสะสม . สาววันเสาร์ การทำงานการใช้ชีวิตต้องเกิดจากความสุขและความพอใจของตัวเองถ้าต้องทนฝืนอยู่กับเรื่องที่ไม่ใช่หรือเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยากทำจะไม่มีความอดทนต่อสู้กับสิ่งนั้นได้นาน คุณจึงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับคนรอบข้างซึ่งมีผลต่อจิตใจมาก การงานยังราบรื่น ความรักต้องชัดเจนและใส่ใจ . สาววันอาทิตย์ เบื่อชีวิตของตัวเองตอนนี้ เบื่องานที่ทำอยู่หรืออยู่ในช่วงกำลังรองานใหม่ การเงินติดขัดเงินฝืดเงินไม่พอใช้คนยืมเงินแล้วไม่คืนการลงทุนย่อมมีความเสียหายเกิดความเสี่ยงความรักยังไม่ค่อยแน่ใจกับ ความสัมพันธ์ครั้งนี้




Well-Being

“อยากรู้ว่าถ้าเราเพาะกล้ามแบบนักกีฬา เราจะทำได้มั้ย?”



เมย์ ลักษณ์สิญา เพียรรู้จบ ภายใน 5 เดือนกล้ามเธอก็เข้าประกวดได้!

เมย์เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความฮาร์ดคอร์แบบผู้หญิงด้วยกัน ต้องขอมอบมงให้เธอ เพียงใจนึกอยากทำอะไร เธอลุยจนทำสำเร็จ แล้วสิ่งที่เธออยากทำน่ะ มันเกินกว่าผู้หญิงจะจินตนาการได้ เมย์อยากเพาะกล้าม เธอแค่อยากรู้ว่า ถ้าเราลองฝึกตัวเองแบบนักกีฬา เราจะทำได้มั้ย? จิตอันทรงพลัง ร่างกายอันแข็งแกร่งของเธอ ผ่านไปไม่ถึง 5 เดือน เมย์ก็มีกล้ามเป็นลูกๆ แน่นปั๋ง ที่ผ่านมาเป็นปีๆ พอเธออยากมีหุ่นเพรียวๆ แล้ว เมย์ยังบอกว่า “เอากล้ามลงไม่หมดเลย”

แล้วความอยากเกินหญิงของเธอแบบนี้เริ่มมาจากอะไรกัน? เมย์เล่าว่า “ชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กๆ เป็นนักวิ่งของโรงเรียน แล้วก็เป็นคนที่เป็นภูมิแพ้ตลอดเวลา โดนแดดไม่ได้เลย เป็นจนต้องดรอพเรียนไป เสร็จแล้วก็หาย กลับมาเรียนใหม่ แล้วเรียนจบทำงาน มีลูกคนแรก หุ่นก็ยังกลับมาเหมือนเดิมได้อยู่ แต่พอลูกคนที่สองที่เป็นแฝดนี่สิ หุ่นจากเคยหนัก 38 กิโลกรัม มันดีดไป 48 กิโลกรัม แล้วหน้าท้องใหญ่มาก หุ่นก็ไม่กลับมาอีกเลย”

เมย์เลยเกิดแรงบันดาลใจว่าเธอต้องผอมให้ได้ “เห็นตัวเองแล้วรับไม่ได้ คือจากใส่ไซส์ SS ปรับเป็นไซส์ L หมด” เมย์ตั้งใจว่าเธอจะต้องออกกำลัง และเมย์เรื่อง T25 เป็นวิธีแรกสำหรับเธอ “ตอนนั้นอายุ 31 ก็คิดว่าเล่น T25 แค่ครั้งละครึ่งชั่วโมง ก็เหมือนเราไถๆ มือถือครึ่งชั่วโมง อันนี้เราทำเพื่อตัวเองนะ ตอนแรกๆ ก็เหนื่อย ทำไม่ค่อยได้ แต่พอคิดว่าคนอื่นเขาทำได้ เราก็ต้องทำให้ได้สิ” เมย์ใช้เวลาตอนกลางคืน แอบลูกไปเล่น T25 เธอทำทุกคืนจนเป็นนิสัย แล้วภายในหนึ่งปี หุ่นเดิมของเธอก็กลับมา เมย์หนัก 40 กิโลกรัมแล้ว

แต่พอเวลาผ่านไปอีกไม่ถึงสองปี หุ่นก็พองกลับขึ้นไปอีก ทีนี้เมย์ไปเจอเฟซบุ๊คของน้องคนหนึ่ง ที่อยู่ในวงการเพาะกาย อะไรดลใจเธอสักอย่าง ทำให้เมย์อยากไปลองเล่นดูบ้าง “เห็นน้องเขาแล้วรู้สึกว่าเราอยากทำแบบนั้นบ้าง ก็เลยไปเล่นที่ยิม เจอเทรนเนอรืบอกท่าบิ๊วกล้ามให้เราหมด เราก็ฝึกตาม ทำไปได้สองปี สิ่งแรกคือโรคภูมิแพ้หายกริบ ปกตินี่ถ้าใครเป็นหวัด เราจะติดง่ายมาก แต่นี่ไม่เป็นอีกเลย”

พอแวดล้อมไปด้วยคนเล่นกล้าม เมย์เลยเกิดอาการอยากลองเล่นดูบ้าง “พอเราเริ่มออกกำลังแล้วมีกล้าม คราวนี้ก็เลยอยากมีกล้ามอีก อยากให้มันใหญ่ขึ้น แล้วอยากรู้ว่าชีวิตนักกีฬาเขาทำยังไง” ความอยากรู้นี่ล่ะนำพาให้เมย์บุกไปหาโค้ชนักกีฬาปั้นกล้ามให้เธอ เธอบิ๊วกล้ามที่อยากได้มาภายในไม่เกินห้าเดือน แต่เมย์บอกว่า “เหนื่อยมากๆ และต้องกินเยอะมากๆ เราต้องคำนวณทุกอย่างที่กิน เช่น ต้องกินโปรตีนให้ได้ 3 เท่าของน้ำหนักตัว ต้องกินอาหาร 6 มื้อ กินข้าว 3 เท่าของน้ำหนัก ต้องหลับให้ลึกให้ได้ 8 ชั่วโมง เพราะร่างกายจะซ่อมแซมกล้ามที่ฉีกๆ ให้เราตอนหลับ”

เหตุผลที่เมย์ต้องกิน ต้องเล่นให้หนักเพราะหลักการคือ เมื่อกล้ามเนื้อฉีกขาด ถึงจะซ่อมแซมใหม่ขึ้นมาได้เป็นกล้ามใหม่ลูกๆ แบบที่เราเห็นๆ กัน เมย์เองยังต้องดูอาหารที่กินด้วย เธอต้องเอาไขมันดีไปไล่ไขมันไม่ดี และเธอต้องซ้อมวันละ 2 ครั้ง “เราต้องใช้ความอดทนในระดับหนึ่งเลย ต้องเข้ายิมกลางวันซ้อม กลับไปทำงาน เข้ายิมต่อเย็นซ้อมอีก 2 ชั่วโมง ต้องซ้อมคาร์ดิโอ และโพสท์ท่า อยู่อย่างนี้ทุกวันเป็นเดือนๆ” สิ่งเดียวที่ขับเคลื่อนในใจเธอเสมอระหว่างฝึกซ้อมก็คือ “เราต้องทำได้สิ” เมย์ทำได้จริงๆ เธอสามารถเตรียมเข้าประกวดนักเพาะกายหญิงได้แล้ว

จนมาวันหนึ่งที่เธอได้นั่งสมาธิ แล้วคำพูดอาจารย์ลอยเข้ามาว่า “มันเป็นตัวหลง อย่าไปติด” เมย์แว่บคิดขึ้นมาเลยว่า “มันก็แค่รูปร่าง” แล้วเมย์ก็หักเลี้ยวทันที เธอไม่เข้าประกวดแล้ว ขอเอาเวลามาอยู่กับครอบครัวดีกว่า “คือในความเป็นจริง ประกวดได้รางวัลที่หนึ่ง ได้เงินหนึ่งหมื่น แต่ค่าชุด 8,000 บาท ค่ารองเท้าสองคู่ คู่ละ 2,000 บาท และค่าอื่นๆ อีก รวมๆ น่าจะเป็นแสนบาท ก็เลยตื่นขึ้นมาเลย” เมย์บอกว่าเพิ่งเข้าใจว่าสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ ต้องแลกมาด้วยน้ำตาและความเหนื่อย และเวลาของครอบครัว เมย์เลยเลิกเพาะกายทันที “พอเลิกแล้วก็งงกับตัวเองเลยนะ ว่าเราทำอะไรไปตั้งสี่ห้าเดือน แล้วร่างกายเราดูน่ากลัวขึ้นเยอะเลยด้วย”

เล่นกล้ามว่ายากแล้ว การเอากล้ามลงให้หุ่นผอมเพรียวได้เหมือนเดิมยากยิ่งกว่า “คือเราตั้งใจจะทำอะไรก็อยากทำให้ได้ พอได้สติไม่เล่นกล้ามแล้ว ทีนี้อยากมาผอมเพรียว เอาล่ะสิ ต้องเอากล้ามลง เลยต้องเล่นคาร์ดิโอวันละ 2 รอบ มีวิ่ง มีเดิน ต้องเบิร์นไปก่อน แล้วต้องปรับการกินหมด” เมย์คำนวณการกินเป๊ะเลย วันหนึ่งร่างกายต้องการกีแคลอรี่ ต้องกินอะไรบ้าง แต่ผู้หญิงอย่างเมย์ เรื่องกินไม่ใช่เรื่องยาก เรื่องออกกำลังนี่สิวๆ สำหรับเธอ

ในเวลาไม่นานเมย์ก็เอาหุ่นกลับมาได้ ถึงเธอจะบอกว่ายังเอากล้ามลงไม่หมดก็ตาม คลีโอเลยถามเมย์ว่า ใจขนาดนี้ มีวิธีบอกคนที่อยากปรับหุ่นตัวเองยังไงบ้าง เมย์บอกว่า “ต้องเริ่มตั้งแต่หาเป้าหมายใหญ่ๆ ไว้ นึกภาพตัวเองตอนสวยไว้ แล้วขอให้เชื่อเถอะว่า ถ้าเราออกำลัง ปรับการกินไป 21 วันเท่านั้น เราจะทำจนเป็นนิสัยเลย แค่ไม่กินน้ำตาล มั่นใจมากว่าภายใน 1 เดือนก็จะผอมแล้ว หน้าท้องจะยุบก่อนเลย”

เมย์ยังแนะนำอีกว่าให้กินให้ครบ 3 มื้อ เช้ากินไข่ 2 ฟอง กลางวันกินข้าวสักทัพพี เย็นกินปลา หรือไก่สัก 1 ฝ่ามือ คาร์บไม่ได้ห้าม แต่ให้วันละไม่เกินทัพพี ต้องกินสามมื้อ เพราะร่างกายต้องการพลังงานให้พอ และให้ใช้เครื่องปรุงแบบโซเดียมต่ำ ร่างกายจะได้ไม่บวมน้ำ กินไขมันดีอย่างอัลมอนด์วันละ 12 เม็ด เพื่อไปไล่ไขมันไม่ดีออก เวลาใช้น้ำมันทำกับข้าว ก็เอาแบบสเปรย์ๆ และเป็นน้ำมันมะกอกไว้ กินน้ำให้ได้วันละ 3 ลิตร สำคัญคือต้องตัดน้ำตาลให้ได้!!!

พอได้ฟังเมย์มาถึงตอนนี้จะเกิดแรงฮึดทันที ผู้หญิงที่จิตมุ่งมั่นแบบเธอ อยากมีกล้าม อยากลดหุ่น เธอทำได้หมด แล้วเราล่ะ เราได้ทำอะไรให้ร่างกายตัวเองหรือยัง เมย์แอบบอกว่าถ้าไม่ไหวจริงๆ แอบกินเค้กบ้าง กินอินทผาลัมบ้างเล็กน้อย พอเป็นกำลังใจ แล้วไปลดข้าวเอาก็พอได้อยู่นะ เธอบอกให้รอดูเลย หุ่นจะเปลี่ยนแน่นอน!! และทำอะไรก็เอาแบบบาลานซ์ๆ เข้ากับไลฟ์สไตล์เรา ไม่ต้องสู้เกินร้อยเพื่อจะเอาชนะใจตัวเองเกินไปนะ

คลีโอขอขอบคุณเรื่องราวของคุณเมย์ และแรงขับของเธอ ขอให้สาวๆ มีแรงใจฟิตกันนะ