ไม่อยากเป็นคนที่โดนเท แต่อยากเป็นคนที่โดนทา (ยาหม่อง)

นี่แหละโดนป้ายของจริง คนคลั่งยาหม่องฟังทางนี้ ใช้แล้ว มันดีมาก จัดว่าเด็ด จากที่เมื่อยๆ ปวดๆ โล่งขึ้นมาเลย อย่าเก็บไว้ใช้คนเดียว ของดีต้องบอกต่อ หรือจะผลัดกันทาถูทาถูกับคนที่บ้านก็ดีนะ คอ บ่า  ไหล่ เนี่ยที่ประจำ ปวดตึงกันวนไป สาเหตุก็รู้นะว่ามาจากการนั่งท่าเดิมนานๆ แต่มันเลี่ยงไม่ได้นี่นา งานก็ต้องปั่น ซีรีส์ก็ต้องดู งาน handmade เลยต้องมา ปวดตรงไหนนวดตรงนั้น 1. ยาหม่องมิชชั่น กลิ่นไม่เหมือนยาหม่องที่เคยลอง หอมแบบไม่ฉุน เนื้อยาหม่องไม่เหนียวเหนะ แต่ก็ไม่ลื่นมากจนเกินไป ทาแล้วเย็นขึ้นเรื่อยๆ ความปวดหายไปเลย มีไว้เถอะ ดีจริง ขนาด 15 กรัม ราคา 30 บาท / ขนาด 20 กรัม ราคา 45 บาท / ขนาด 60 กรัม ราคา 95 บาท / […]

สเก็ตบอร์ดโอลิมปิก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กีฬาสตรีที่เปิดกว้างขึ้นของผู้หญิง

สเก็ตบอร์ดเปิดตัวได้ปังมากในฐานะกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกที่ Tokyo 2020 เมื่อเจ้าของเหรียญทองประเภทหญิง คือ Momiji Nishiya วัย 13 ย่าง 14 ปี เธอกลายเป็นนักกีฬาสัญชาติญี่ปุ่นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศบ้านเกิด  เจ้าของเหรียญเงินละอ่อนน้อยไม่ต่างกัน Rayssa Leal อายุ 13 ปี จากบราซิล เป็นนักกีฬาอายุน้อยที่สุดที่ได้รับเหรียญโอลิมปิกของบราซิลเช่นกัน ตามด้วยเหรียญทองแดงจากญี่ปุ่น  Funa Nakayama วัย 16 ปี เหนือชัยชนะของเด็กสาววัยรุ่นทั้งสาม คือเบื้องหลังการต่อสู้กับมายาคติแบบเดิมๆ ของสังคมที่ยังคงปกครองระบอบชายเป็นใหญ่ เห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย ภูมิภาคอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ กิจกรรมบางชนิดถูกสงวนไว้สำหรับผู้ชาย ส่วนผู้หญิงกลับถูกตีกรอบไว้อย่างไร้เหตุผล  “มันไม่ใช่เรื่องเลยที่บอกว่าเธอต้องเรียนหนังสือ ไปเล่นสเก็ตบอร์ดไม่ได้นะ นั่นมันกีฬาของเด็กผู้ชาย” น้อง Rayssa พูดแบบอัดอั้นตันใจนิดๆ เพราะไม่ว่าใครก็ควรจะได้เล่นกีฬาที่ตัวเองชอบ “หนูคิดว่าสเก็ตบอร์ดเป็นกีฬาสำหรับทุกคน” น้อง Momiji เจ้าของเหรียญทองบอกว่า “หนูอยากให้มีคนมาแข่งกันเยอะๆ เราจะได้เล่นสเก็ตบอร์ตสนุกกว่านี้”  Momiji Nishiya Alexis Sablone นักกีฬาสเก็ตบอร์ดจากสหรัฐอเมริกา วัย 34 ปี […]

Jordan Alexander ดาวดวงใหม่ที่เราหลงรักจาก Gossip Girl 2021

กลับมาครั้งนี้ GossipGirl ยุค 5G เจาะลึกเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นแสบซ่ากลุ่มใหม่ ก็มีสาวคนใหม่มาให้เราโดนตก ไม่ต่างจากแกงค์ลูกคุณรุ่นแรก อย่าง Blake Lively และ Leighton Meester เธอชื่อว่า Jordan Alexander หนึ่งในทีมนักแสดงที่มีลุคเท่เตะตาเราสุดๆ สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร Jordan สาววัย 28 ปี เจ้าของหน้าเก๋มาก และดูมั่นใจสุดด้วยทรงผมสกินเฮดที่เธอทำมาตั้งแต่อายุ 18 ปี เธอตัดสินใจโกนผมเพราะต้องการสร้างคาแรกเตอร์ที่แตกต่าง เพื่อเพิ่มโอกาสเรื่องงาน เพราะเคยเจอคนที่ดูคล้ายกับตัวเองบ่อยๆ เวลาไปแคสต์งาน “ฉันมานั่งคิดว่า มีอะไรบ้างที่ฉันไม่ต้องการ และก็อ๋อ ผมนี่แหละ” 10 ปีเต็มแล้วที่ทรงผมนี้ก็กลายเป็นซิกเนเจอร์ลุคของเธอ มิตรภาพนอกจอ Jordan ก็เหมือนเราและสาวๆ ทั่วโลก ที่เป็นแฟน Gossip Girl ดั้งเดิม การคว้าบท Julian ในซีรีส์รุ่นใหม่จึงเปรียบเสมือนฝันที่เป็นจริงของเธอ แต่ Jordan ไม่ได้มาคนเดียว เธอมาพร้อมเพื่อนสาว Emily Alyn Lind ที่รับบทเป็น […]

4 เทคนิคเทรนตัวเรา ให้โฟกัสได้ดีแบบนักกีฬาโอลิมปิก

สงสัยมาตลอดคนเหล็กแบบนักกีฬาโอลิมปิกทั้งหลาย ที่ต้องฝึกฝนกันมาเป็นสิบปี กว่าจะได้เข้าแข่งขันแต่ละครั้ง พวกเขามีวิธีเทรนใจตัวเองยังไงนะ ให้ดูโฟกัส นิ่ง เฉียบ ภายใต้ความกดดันของทั้งการฝึกซ้อม และการแข่งขันขนาดนี้ แล้วยังหน้าตายิ้มแย้มได้อีกแน่ะ ยิ่งตอนแข่งเสร็จ เห็นมีไปแสดงความยินดีกับคู่แข่งอีกด้วย ใจและจิตของเขาจะต้องสตรองดุจหินผามากๆ เราเลยไปค้นมาจากหลายบทความที่สื่อเมืองนอกเคยสัมภาษณ์ๆ นักกีฬา ได้ความว่าพวกเขา….. แบบพื้นๆ เลยนะพวกเขานอกจากฝึกร่างกายหนักแล้ว ต้องมีจิตที่เหมือนฝึกมาดีอีกระดับมนุษย์ แน่นอนเขาตื่นเช้าทุกวัน กินอาหารดี ไม่ติดจอ ไม่ติดแอลกอฮอล์ ไม่ปาร์ตี้โต้รุ่ง ไม่คิดอะไรซ้ำๆ วนๆ พวกเขาสามารถอยู่กับเสียงที่ดัง แล้วยังมีสมาธิได้ และพวกเขาจัดการกับความตื่นตระหนก ความกังวลได้ดี นิโคล เดทลิ่ง นักจิตวิทยาด้านกีฬาบอกไว้ว่า “ระดับนักกีฬาโอลิมปิกน่ะ พวกเขาเทรนร่างกายมาแบบที่คนธรรมดาๆ อย่างพวกเราทำกันไม่ได้อยู่แล้ว และพอถึงเลเว่ลหนึ่ง นักกีฬาที่เทรนจิตใจมาดี ก็จะได้เปรียบกว่าด้วย คนที่จิตใจสตรองมักจะชนะในการแข่ง มากกว่าคนที่ใจท้อๆ นอยด์ๆ แน่นอน” เทคนิคของพวกเขาก็คือ… 1. ไม่คิดอะไรไปก่อนจะเกิด ถึงจะกลัวว่าจะแพ้กลับบ้านแค่ไหน แต่นักกีฬาโอลิมปิกที่ชนะ มักจะไม่คิดไปก่อนว่า “ฉันจะแพ้มั้ย?” เดทลิ่งแนะนำว่า “คุณต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมจิตใจตัวเองให้ได้ก่อน แล้วคุณถึงจะควบคุมผลงานของคุณได้” กาเร็ทท์ เว็บ […]




Work

หัวใจคุณหมอยุคโควิดเป็นยังไง ไม่ไหวบอกไหว เสี่ยงแค่ไหนก็ต้องสู้!



ในช่วงสองปีที่ผ่านมาทั้งโลกให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์มาตลอด รู้ว่าพวกเขาทำงานหนักมาก และคุณหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเป็นด่านหน้าที่ work from home ไม่ได้ แถมยังต้องปะทะกับคนป่วยที่บางคนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังป่วยเป็น COVID-19 อยู่หรือเปล่า ความเสี่ยงเกิดขึ้นทุกวัน คลีโออยากรู้ว่าหัวใจของคุณหมอตอนนี้เป็นยังไง เลยขอถามคุณหมอเปิ้ล – แพทย์หญิงปิยวดี ชัยชาญพิมล แพทย์ฉุกเฉินหรือคุณหมอที่อยู่ ER ว่าประสบการณ์ครั้งนี้หนักจนเราเห็นใจจริงๆ

หมอเปิ้ลบอกว่าแผนกฉุกเฉินมีความเสี่ยงกว่าจุดอื่นๆ เพราะเป็นแผนกที่รับผู้ป่วยจากชุมชนเป็นที่แรก พอผู้ป่วยมาด้วยภาวะฉุกเฉินก็ต้องรีบรักษาก่อนจะซักประวัติความเสี่ยงโควิด เจ้าหน้าที่เลยต้องใส่ชุด PPE (Personal Protection Equipment) ซึ่งหมอเปิ้ลบอกว่าทรมานมากกกก ร้อนและอึดอัด เวลาจะคุยกับคนไข้ ญาติคนไข้หรือพยาบาลก็ต้องตะโกนคุยกัน กว่าจะใส่ชุดถอดชุดก็กินเวลาขึ้นจากแต่ก่อนที่ใส่เสื้อกาวน์ธรรมดา แล้วใส่ถอดต้องระมัดระวังเพราะไม่รู้ว่าชุดมีเชื้อด้วยมั้ย ต้องรอบคอบทุกขั้นตอน

.

หมอก็กลัวโควิดเหมือนทุกคน
คนทั่วไปออกไปข้างนอกมีนอยด์ๆ ว่าคนที่มาเดินอยู่ข้างๆ เสี่ยงติดโควิดมั้ย หมอนี่ไม่ต้องพูดถึงเวลาไปทำหัตถการกู้ชีพ คลุกวงในคนไข้โดยเฉพาะหมอฉุกเฉินที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ เพราะคนไข้จะไอและเชื้อสามารถแพร่กระจายใส่หมอที่ใส่ท่อได้ง่ายที่สุดและใกล้ที่สุด หมอเปิ้ลเล่าว่าเมื่อปีที่แล้วที่มีผู้ป่วยเป็นโควิดมาให้ใส่ท่อครั้งแรกตื่นเต้นมาก หัวใจเต้นแรงเหมือนผ่าทำคลอดหรือผ่าไส้ติ่งตอนเป็นนักเรียนแพทย์ ทั้งที่ใส่ท่อแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนมาเป็นสิบปี แต่เมื่อต้องมาใส่กับคนไข้ที่เป็นโควิด มองผ่านกล่องอะคริลิคในช่วงเวลานั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคุณหมอฉุกเฉิน แต่หมอเปิ้ลก็ผ่านมันมาได้

ดังนั้นหมอจะไม่ได้นึกถึงแค่ตัวเองว่าติดหรือยัง แต่จะเอาเชื้อไปให้ครอบครัวหรือคนใกล้ตัวด้วยนี่สิ ทำให้คุณหมอหลายคนรวมทั้งหมอเปิ้ลเองก็ต้องหยุดไปเจอครอบครัวหรือเพื่อนคนอื่นๆ บางคนถึงขั้นไปเช่าคอนโดอยู่คนเดียว เพราะไม่อยากให้พ่อแม่ที่บ้านต้องมาเสี่ยงติด ยิ่งสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่แค่เดือนสองเดือน แต่การแพร่ระบาดที่ลากยาวมาหลายเดือน หมอเปิ้ลบอกว่าเหงา โดดเดี่ยว เวลาใครนัดหมอเปิ้ลมาเจอ หมอเปิ้ลจะถามว่าไม่กลัวเราเหรอ เรายังกลัวตัวเองเลยนะ เป็นการเตือนสติคนรอบตัวว่าประมาทไม่ได้ ถึงหมอจะฉีดวัคซีนแล้วก็เสี่ยงเอาเชื้อมาติดได้อยู่

ฉีดวัคซีนแล้วยังต้องระวังตัวเอง
ตอนนี้คลีโอถามว่ามีการเร่งฉีดวัคซีนไปบ้าง สถานการณ์ดีขึ้นมั้ย หมอเปิ้ลบอกว่าผลข้างเคียงจากวัคซีนทำให้ปริมาณคนไข้ที่มาโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เลยอยากแนะนำว่าถ้าเป็นอาการข้างเคียงที่เราต้องเตรียมพร้อม มีไข้ก็สามารถกินยาพาราเซตามอลลดไข้ ปวดเมื่อยตามตัวบ้าง ถ้ายังทนไหวและดูว่าไม่มีอาการรุนแรงถึงอันตรายควรพักรอดูอาการที่บ้านดีกว่า ไม่จำเป็นไม่ควรมาที่โรงพยาบาลทันที เพื่อลดความเสี่ยงและลดโอกาสที่จะรับเชื้อจากโรงพยาบาลด้วย

คิดถึงให้อดทนไปก่อน
รู้ว่าคนทางการแพทย์เสียสละขนาดนี้ ก็คงต้องเริ่มที่ตัวเราช่วยกัน ยังต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ อย่าเพิ่งปาร์ตี้หรือกินข้าวร่วมกันเยอะๆ ใครที่ทำงานที่บ้านได้ก็ทำไปก่อน เพราะมีหลายคนที่ดูแลตัวเองไม่ได้ไปไหนนอกจากทำงานก็ยังเสี่ยงติดจากคนในที่ทำงานอยู่ ส่วนใครคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ปู่ย่าตายายคนสูงอายุก็โทรคุยกันหรือวีดีโอคอลไปก่อน เอาให้ฉีดวัคซีนครบๆ และสถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้ค่อยเจอกันจะปลอดภัยกว่า

สุดท้ายนี้คลีโอขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เสียสละความสุขของตัวเองฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ

More