เที่ยวแบบไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณ เหม่อล้างใจมองแต่แม่น้ำ แพที่ River Kwai Jungle Rafts กาญจนบุรีเท่านั้น!

ความดิบของธรรมชาติที่เรียบที่สุด อยู่แบบไม่มีไฟฟ้า ไม่ต้องใช้โทรศัพท์ นั่งเหม่อมองแม่น้ำล้วนๆ ที่สุดแห่งแพที่ River Kwai Jungle Rafts กาญจนบุรี ที่นี่ล้างทุกอย่างออกจากใจเราได้ราบคาบ!! ไม่คิดว่ามานอนแพแค่ 1 คืนกับความไม่มีอะไรเลยของที่นี่ จะทำให้เราติดความดิบของธรรมชาติ และโทนดาวน์ทุกสิ่งได้ถึงเพียงนี้ River Kwai Jungle Rafts อาจเป็นสถานที่ในฝันของชาวต่างชาติก็จริงนะ แต่กับสาวชาวเมืองที่ใช้โทรศัพท์ตลอดเวลา โหยหาอาหารดีๆ รักในความเย็นของห้องแอร์ ดู Netflix ต้องไปคาเฟ่ ฮอปปิ้ง ใครมาที่นี่อาจต้องใช้เวลาทำใจหนักๆ เลย ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบที่เรามี มาอยู่ที่นี่ต้องรับความดิบให้ได้ มีสายน้ำเป็นเพื่อนเท่านั้น River Kwai Jungle Rafts เป็นแพลอยน้ำในกาญจนบุรีแถวๆ ไทรโยค แพ้นี้สร้างเป็นแพแรกของเมืองกาญจน์ สร้างมาตั้งแต่ปี 1976 สร้างโดยชาวฝรั่งเศส และมีชุมชนชาวมอญขับเคลื่อน เป็นแพที่เป็นที่รู้กันว่ามาที่นี่จะได้รับแต่ความดิบที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด บอกเอาไว้ชัดว่าไม่มีไฟฟ้าใช้นะ แปลว่าตอนกลางคืนเราจะอยู่ในความมืดสนิท แม้แต่เข้าห้องน้ำก็ไม่มีไฟ สิ่งที่แพนี้มีให้ก็คือตะเกียงน้ำมันตั้งไว้ข้างหน้าห้อง กับตะเกียงหลอดไฟสีขาวที่มีแสงไม่มากนัก แล้วก็ไฟฉายเล็กๆ แค่นั้นเลย ที่นี่คือหัวใจของชาวมอญในกาญจนบุรี […]

Smur Cafe เสมอคาเฟ่ บ้านหลังเล็กๆ ที่เรากลับไปพักใจ “เสมอ”

“ถ้าเรามีที่ให้พักใจ ให้เพื่อนแวะมาหาเสมอ เป็นที่ที่อบอุ่นเหมือนอยู่บ้านก็คงจะดี” นี่คือความคิดก่อนที่พวกเขาจะเปิดคาเฟ่ที่ชื่อว่า smur cafe (เสมอ) ที่อยากทำให้คาเฟ่นี้เป็นเหมือนบ้านหลังเล็กๆ ที่กลับมาพักใจได้เสมอ จากกลุ่มเพื่อน 5 คนที่โคจรมาเจอกันจนรวมตัวและสร้างคาเฟ่นี้ขึ้นมา เสมอ คาเฟ่ เกิดการการโคจรมาเจอกันของ ปัน ซินเซีย แพม บาส และแอมเม่ รวมตัวกันและสร้างคาเฟ่นี้ขึ้นมา โดยทั้งหมดเริ่มมาจาก “ปัน” ที่ชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว ประกอบกับก่อนหน้านี้ที่เคยทำร้านแกแฟ specialty มาก่อน ทำให้เขาได้ซึมซับและเรียนรู้วิธีการทำกาแฟอย่างละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนแรก และความชอบในกาแฟของปันก็เพิ่มมากขึ้น ปันเลยอยากหาเพื่อนที่มีความสนใจเรื่องกาแฟมาเป็นของตัวเองด้วยกัน ปันจึงเริ่มจากการชวน “ซินเซีย” ที่เป็นแฟนมาก่อน ตามมาด้วย “แพม” น้องสาวของปัน และ “บาส” ที่เป็นแฟนแพม และคนสุดท้ายคือ “แอมเม่” ซึ่งเป็นเพื่อนของแพม การรวมตัวกันของ 5 คนนี้จึงไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์แบบกลุ่มเพื่อนทั่วๆ ไป แต่มีทั้งเพื่อน แฟน พี่น้อง อยู่ในนี้ ซึ่งทำให้พวกเขาเข้าใจกันในทุกรูปแบบ  Smur Cafe บ้านหลังเล็กๆ ที่เรากลับไปพักใจ […]

ความรักของ 12 ราศี ราศีไหนแมทช์กันได้ดีที่สุด? และราศีไหนรักแล้วอาจไม่เวิร์ค?

อาจจะซับซ้อนกว่าการทำนายดวงตามธรรมดานะ จะหาคู่แมทช์ราศีที่รักกันเริ่ดน่ะ แต่รู้ไว้ก็ฟินๆ ดีออก เป็นมั้ยเวลารู้จักใครใหม่ๆ ถ้าเรามีความมูเตลูอยู่บ้าง เราจะอยากรู้ราศีเขาว่าเข้ากับเรามั้ย ก็จะต้องรู้ให้ได้ตอนไปเดทกัน แล้วไปค้นหาความหมายต่อ รู้ไปถึงบุคลิก นิสัย จิตใจด้วยว่าเราจะเข้ากับเขาได้มั้ย มีการจัดความแมทช์กันของชาว 12 ราศีมาแล้วมากมาย คลีโอขอสรุปรวบตึงอีกครั้งว่า ราศีไหนแมทช์กันได้ดีที่สุด? และราศีไหนรักกันแล้วอาจไม่เวิร์ค? ลองดูนะ ราศีจะถูกกำหนดตามวันเกิดของคุณ ตามที่อยู่ เวลา เกิดของคุณเพื่อแสดงให้เห็นบุคลิกหลัก มีอีกเทคนิคที่ใช้กันคือความเข้ากันได้ของธาตุด้วย ว่าเราจะเข้ากับธาตุไฟ ดิน ลม หรือน้ำได้ดีที่สุด เรื่องของดวงดาวในการคำนวณ จะช่วยอะไรได้เยอะ จะรู้ว่าเราจะมีความสัมพันธ์ที่เข้ากันได้ไหม ถ้าอยู่ด้วยกันจะเป็นพิษไหม ดูตามสัญญาณของดวงอาทิตย์ ดูองค์ประกอบต่างๆ สัญลักษณ์ของดวงดาว ความรักเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น น่ากลัว และทรงพลัง จักรวาลบางครั้งก็ส่งสัญญาณมาบอกแล้ว การประเมินที่แม่นยำที่สุดจะต้องมาจากประสบการณ์ชีวิตที่จกรวาลมอบให้คุณด้วย ขอให้สนุกกับการอ่านคำทำนายนี้นะ ว่าใครจะเป็นราศีที่เข้ากันได้ดีที่สุดของคุณ จำไว้ด้วยว่าทุกความสัมพันธ์ต้องอาศัยการเคารพซึ่งกันและกัน การปรับจูนกัน ต้องทำงานร่วมกัน และไว้วางใจกันเป็นอย่างดีด้วย Aries ราศีเมษ ราศีเมษเป็นราศีแรกของจักรราศี ขึ้นชื่อเรื่องพลังร้อนแรง ความหุนหันพลับแล่นที่น่าตื่นเต้น และความปรารถนาที่ไม่รู้จักพอ ออกเดทกับชาวเมษในวันที่เหมาะ จะเหมือนกับการต้องผูกมิตรกับนักรบที่ดุร้ายและไม่มีใครหยุดเขาได้ แต่ในวันที่เลวร้ายความตั้งใจอันแรงกล้าและอารมณ์ฉุนเฉียวของชาวเมษ […]

อาจารย์เกรซ และศาสตร์โหงวเฮ้งเสริมความงามที่บอกเราว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยตัวเรา

“โหงวเฮ้งไม่ใช่แค่โครงหน้า แต่เริ่มตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า” นี่คือประโยคจาก อาจารย์เกรซ ธนบงกช ศิริพัฒน์กิตติ จากผู้หญิงทำงานไอที สู่ธุรกิจโหงวเฮ้งเสริมความงาม ที่ทำให้เราเปิดโลกเรื่องโหงวเฮ้งและความงาม และทำให้เรารู้ว่าคำว่าโหงวเฮ้งนั้นมีอะไรมากกว่าที่เราคิด และสิ่งนี้สำคัญต่อชีวิตเราจริงๆ บางครั้งโอกาสและโชคลาภนั้นก็มาจากราศีและโหงวเฮ้ง ซึ่งสิ่งนี้สามารถสร้างได้จากตัวเราเองทั้งภายในและภายนอก อยากให้ทุกคนได้เปิดโลกกับเราไปพร้อมๆ กัน ย้ำอีกครั้งว่าเรื่องโหงวเฮ้งไม่ใช่เรื่องของการงมงาย แต่คือการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ประสบความสำเร็จ และมีความสุขในทุกวัน




Career, Eat

Brandnew Field Good เป๊ก-นิว ความรักของเขาทั้งสอง พลิกนาข้าว ให้เกษตรกรไทย ไปไกลกว่านี้!!



ทุกคนได้ยินข่าวเดียวกันไม่มีใครเข้าใจผิด คาเฟ่และที่พักที่เชียงใหม่ ไร่ Brandnew Field Good ต้องขอพักไปก่อน ตอนนี้ย้ายสาขามากรุงเทพฯ พลิกผืนนา ปลูกข้าวเต็มพื้นที่ ด้วยความตั้งใจอยากให้คนไทยได้กินข้าวที่ดีจริงๆ “ข้าวที่เราตั้งใจปลูกให้คนไทยได้กิน”

ผืนนา 5 ไร่ที่ นิว-นภัสสร ภูธรใจ และเป๊ก-เปรมณัช สุวรรณานนท์ ซื้อเอาไว้ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ภาพที่เราคุ้นตากับสะพานทอดยาวผ่านนาไปสู่คาเฟ่ Brandnew Field Good ความธรรมชาติสุดโรแมนติกนี้ถูกคลื่น Covid-19 ซัดนักท่องเที่ยวหายไปพักใหญ่ แต่ฤดูกาลของนายังคงดำเนินต่อไป 

“นาที่ร้านเราทำนาปี ช่วงปีที่แล้วเจอโควิดร้านก็เงียบ เราเลยใช้พื้นที่ที่เคยเป็นลานกิจกรรมทำนาทั้งหมด วงจรของการปลูกข้าวแต่ละปี พอนาข้าวเสร็จ ชาวบ้านเขาจะเว้นไปปลูกถั่ว แต่เราทำนาข้าวอีกรอบ ตั้งใจว่าจะปลูกข้าวสาลีรอ พอต้นปีถ้ามีนักท่องเที่ยวมาก็จะได้เห็นทุ่งข้าวสีเหลืองทอง แต่โควิดก็ระบาดอีกรอบตั้งแต่ปีใหม่ ยังไม่มีใครได้ทันเห็น”

พี่นิวเล่าถึงสถานการณ์พลิกผันครั้งใหญ่อย่างไม่คาดฝัน ความสำเร็จนักร้องระดับดีว่าไม่ได้การันตีว่า เส้นทางเกษตรกรข้าวจะราบเรียบเสมอไป แต่ทั้งพี่นิวและพี่เป๊กไม่ได้ต้องการเป็นเพียงนักธุรกิจและเกษตรกรรุ่นใหม่ เมื่อได้เข้าสู่วงการข้าวของจริงแล้ว ทำแล้วต้องทำให้สุด

ทำไป ทำมา ทำนา ได้ยังไง?

เล่าฉบับย่อที่มาที่ไปของการได้นาผืนนี้มาอย่างที่ทั้งสองเคยให้สัมภาษณ์กับหลายสื่อมาแล้วว่า พี่นิวเติบโตมาจากครอบครัวที่ปู่ย่าตายายทำการเกษตร ผืนนาที่โอบล้อมธรรมชาติมันดึงดูดให้เธอกลับไป และใช้วิถีชีวิตในแบบที่เธอเคยสัมผัสในวัยเด็ก

Brandnew Field Good

“พอซื้อที่ตรงนั้น เราก็จัดงานแต่งที่นั่นเลย” แล้วก็จัดสรรพื้นที่ในการปลูกพืชผลและทำธุรกิจเอาไว้อย่างเกื้อกูลกัน จนถึงวันที่เหลือแต่ทำได้แต่นา Brandnew Field Good เลยต้องยกสาขามาตั้งหลักที่กรุงเทพฯ 

“เราก็เอาผลผลิตตรงนั้นมาใช้เป็นวัตถุดิบของเมนูใหม่ๆ แทน จริงๆ แล้วก็จะขายในคาเฟ่ แต่พอไม่มีนักท่องเที่ยว เราก็เอาพละกำลังทั้งหมดที่เหลือ หอบวัตถุดิบมากรุงเทพฯ เพราะยังไม่อยากล้มเลิกความคิดในการทำการเกษตรของเรา”

ห้องทดลอง cook ข้าว

พี่นิวได้ทำการเปลี่ยนโฉมเมนูเก่าๆ ด้วยวัตถุดิบที่ทวิสต์ใหม่ “เราลองใช้ข้าวดอยมาทำแป้งขนมปัง จากปกติทำมาจากข้าวสาลี ไม่ว่าจะไทยหรือนอก แต่พอเอาข้าวดอยมาบดละเอียด แล้วใช้เป็นส่วนผสมทำแป้งขนมปัง กลิ่นก็จะหอมต่างออกไปและได้สีธรรมชาติจากข้าวเลย ส่วนไส้อั่วของเรามีข้าวสาลีผสมอยู่ด้วย” เธอเล่าว่าไอเดียแปลกใหม่อินสไปร์มาจากความรู้ที่ได้จากเชฟหลายๆ ท่านตอนที่มีโอกาสเข้าแข่งขันรายการทำอาหาร “อย่างเชฟเอียนก็ให้คำแนะนำ ให้ไอเดียเราเยอะเหมือนกัน”

เธอพูดถึงข้าวบ่อยครั้งก็เพราะทำนาข้าว เราอาจจะจินตนาการเห็นข้าวสารเป็นกิโล แต่มีเพียงคนกลุ่มไม่ใหญ่ที่อยากจะซื้อข้าวสารกระสอบไปหุง “เราอยากขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มมูลค่าให้กับข้าว อยากทำให้คนอยากหุงข้าว ทำอาหาร หรือลองอาหารของเรา” ทั้งสองเลยขึ้นจากนา มาเข้าครัวหุงข้าวและทดลองอะไรใหม่ๆ ด้วยตัวเองซะเลย

ดำลึกลงไปในนาข้าว

พี่เป๊กเล่าเสริมว่า อีกหนึ่งความตั้งใจควบคู่ไปกับการเป็นเกษตรกร Brandnew Field Good ก็ทำ eco tourism เพื่อจะพัฒนาไปพร้อมๆ กันกับชุมชนตรงนั้น เหตุผลง่ายๆ ที่ทำให้อยากปลูกข้าว ก็เพราะเป็นวิถีของคนที่นั่นอยู่แล้ว “ตอนนั้นเราจัดกิจกรรม ‘เกี่ยวกันไหม?’ ชวนคนมาเกี่ยวข้าวกับเรา ฟังดนตรีแจ๊สตอนเย็น ก็เป็นคนในชุมชน คนที่เป็นเจ้าของร้านอาหารอยู่รอบ หรือทำอย่างอื่นในจังหวัด แต่วิถีชีวิตจริงๆ ของเขาก็เป็นชาวนาด้วย”

Brandnew Field Good

“นอกจากจะสร้าง connection สร้าง inspiration ก็ต้องมี innovation ด้วย เลยมาคิดต่อว่าทำยังไงถึงจะแตกต่าง เราก็ได้กรมการข้าวของเสมิงและศูนย์วิจัยการข้าวของมหาวิทยาลับเชียงใหม่(มช) มาช่วยเรา ได้รู้จักข้าวหลายสายพันธุ์ 17 สายพันธุ์ข้าวดอย 14 สายพันธุ์ข้าวสาลี ก็มาเลือกกันว่าอันไหนที่ดี ที่เราจะปลูกกัน”

ทั้งสองเน้นลงมือทำให้เห็นว่าข้าวดอยที่ถูกใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไป สร้างช่องทางกระจายสินค้าของชุมชนในเชียงใหม่ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของอาชีพเกษตรกรมากขึ้น

Brandnew Field Good

“ส่วนเดลิเวอรี่ที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้ เราอยากให้คนเมืองได้กินข้าวพันธุ์ไทย ที่แม้จะแพงกว่าข้าวหอมมะลิเป็นเท่าตัว แต่สำหรับเรามันเหมือนงานอาร์ต อาร์ตตั้งแต่ปลูกเลย ถ้าฝนไม่ตก หน้าแล้งก็ปลูกไม่ได้  อีกความอาร์ตคือชื่อ” จากคำว่า บือ คือ ข้าว บือโบโละ บือปีอีกอ บือปีอีวา บือซอมี คือชื่อที่หลากหลายนี่คือเสน่ห์ของข้าวที่มาของชื่ออาจจะมาจากการค้นพบ คนค้นพบ หรือลักษณะของเมล็ด “พี่ว่ามันมีอะไรน่าศึกษามากมาย มันสนุก มีสตอรี่ที่เล่าต่อได้”

หอมมะลิก็ได้ ทำไมต้องข้าวดอย? 

พี่นิวเองก็รู้สึกว่ายากขึ้นตรงนี้ จากขายวิวอยู่ดีๆ เธอต้องมาขายข้าวแบบเดลิเวอรี่ด้วย! “มันไม่มีหน้าร้าน คนที่จะเลือกสั่งอาหารกับเราทั้งที่เขายังไม่รู้ว่าเขาจะได้อะไร เห็นแต่ในภาพ ไม่ได้ไปเห็นกับตา เราเลยต้องให้ความเชื่อมั่น ให้ความเข้าใจ ให้เหตุผลที่ดีว่าทำไมต้องซื้อข้าวจากเรา” ภาพทุ่งนาและสะพานยาวสุดสายตานั้นอาจเคยเป็นจุดดึงดูดลูกค้า แต่พอย้ายมากรุงเทพฯ วัตถุดิบต้องโดดเด่น

“ต้องพรีเซนต์วัตถุดิบให้มากขึ้น เราใช้ของดีอยู่แล้ว แต่ต้องพูดถึงมัน สร้างความเข้าใจ โดยที่ตัวเราก็ต้องรู้จักและเชื่อมั่นในมันจริงๆ”

Brandnew Field Good

ความยากที่เราเข้าใจคือ ความเข้าใจนี่แหละ ในเมื่อคนไทยก็กินข้าวอะไรก็ได้ ขอให้เป็นข้าวเราก็แฮปปี้ ข้าวดอยที่ราคาสูงกว่าดีกว่ายังไง? “พอเราเป็นคนปลูก เราก็อยากให้คนอื่นได้กิน เพราะมันดีจริงๆ” พี่เป๊กยืนยันเลยว่าได้ร่วมพัฒนา วิจัยทอดลอง และรู้ว่าข้าวดีๆ มันพัฒนาไปเรื่อยๆ

“อย่าง กข180 ทำไมเลขมันเยอะขึ้น เพราะเขาพัฒนามาเรื่อยๆ ให้ทนดิน ทนน้ำ ทนลม ไปจนถึง กข ที่มีเลขสูงๆ พอทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เขาพัฒนาพันธุ์ข้าวดีๆ มา เราได้รู้ก็อยากจะบอกต่อ เพื่อช่วยทั้งคนปลูกให้ขายได้ และคนกินได้กินดี”

“นี่อาจจะเป็นวิกฤตที่เป็นโอกาสก็ได้ นิวเชื่อว่าทุกกิจการจะเกิดจุดเปลี่ยน” เธออาศัยช่วงเวลานี้ตกผลึกความคิด “มองตัวเองให้ชัดขึ้น สิ่งที่ทำมันขาดอะไรไป ควรเปลี่ยนหรือเติมอะไรเข้าไป ทำให้มันดีกว่าเดิม” 

แล้วทำไมต้องกิน Brandnew Field Good?

“มันคือแรร์ไอเท็ม หายาก และมันอร่อย! กินแล้ว feel good เหมือนตอนที่เรากินครั้งแรก เรามีความสุขจากข้าวที่เราปลูกเอง ข้าวที่ไม่มีสารเคมี ไม่ใช่ปุ๋ย เราอยากให้ทุกคนได้ความรู้สึกนี้เหมือนกับเรา เราทำข้าวดอยด้ง มันคือข้าวหน้าความครีเอทีฟ และโภชนาการยังคงอยู่ครบ ภูมิใจในข้าวสายพันธุ์ไทยที่ทำให้ด้งจานนี้รสชาติดีไม่แพ้ด้งญี่ปุ่นเลย”

Brandnew Field Good

การจะส่งความรู้สึกที่ดี ผู้ส่งก็ต้องมีพลังที่ดีอย่างที่ทั้งสองกำลังจะส่งเป็นเดลิเวอรี่ข้าวในตอนนี้ “เราต้องเจอกับพาร์ตเนอร์หรือสิ่งแวดล้อมที่ให้กำลังใจเราด้วย ตอนแรกเราก็ตัดสินใจยากเหมือนกัน แต่พี่เป๊กเขาก็อยากให้เราทำ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ทั้งตัวเราและคนที่เดินทางมาที่ไร่นาของเรา มันเลยเกิด passion เกิดความสุขและท้าทาย” 

Brandnew Field Good

มองในแง่ผลตอบแทนที่ได้รับ บางคนอาจมองเห็นเงิน หรือบางคนอาจแค่เดินไปสู่เป้าหมายที่วางเอาไว้ แต่ในสายตาของคนอื่นที่มองเข้ามาคงไม่รู้หรอกว่า เป๊กและนิวมีเป้าหมายอะไร หนึ่งในนั้นอาจเป็นการดันข้าวไทย หรือได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

Brandnew Field Good

แต่สิ่งที่หนึ่งที่ชัดเลยคือทั้งสองยังคงลงมือทำต่อไป เพื่อเป็นแรงใจซัพพอร์ตกันและกันเพื่อให้ทั้งสิ่งที่ทำและสิ่งที่รักยังคงไปต่อพร้อมกันได้ 

ดูเมนูเพิ่มเติมและสั่งข้าวช่องทาง instagram BRANDNEWFIELDGOOD

อ่านเรื่องราวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทาง CleoThailand หรือ FB: @CleoThailand

More