ดาโคต้าบอก..แอนโตนิโอ(พ่อเลี้ยง) เปลี่ยนครอบครัวของเธอ ‘ตลอดไป’ ด้วยความรักของเขา

ดาโคต้า จอห์นสัน (Dakota Johnson) เป็นนางเอกที่สวยและมากด้วยความสามารถ แต่สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ก็คือ.. ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพระเอกรุ่นใหญ่ แอนโตนิโอ แบนเดอราส (Antonio Bandares) กลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอ

ความรักแบบ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่ต้องการแค่อ้อมแขนและคนคุยกันลื่นไหล

ประโยคของเจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่เราเองก็รู้สึกแบบเธอเป๊ะๆๆๆ อยากมีใครที่ใช่ คุยกันรู้เรื่องและเล่าเรื่องของวันนี้ที่เจอให้เขาฟัง สำหรับผู้หญิงที่ต้องออกไปสู้โลกทุกวัน สู้คนเดียว ต้องเข้มแข็งให้ได้ อ่อนแอยังไงก็ต้องเก็บเอาไว้ ความรู้สึกอยากมีใครสักคน อาจไม่ใช่ว่าเขาต้องมาดูแล มาหาเงิน หาบ้านอะไรให้ แต่คือความรู้สึกที่ละทุกอย่างของวันออกไป แล้วเข้าไปซุกในแขนของเขาหันไปบอกกับเขาว่า “วันนี้แย่จัง เหนื่อยจัง” เขาอาจจะดึงเราเข้าไปกอดให้แน่นขึ้น เอามือลูบหัวเรา แล้วบอกเราว่า “ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย แต่เดี๋ยวมันก็จะดีขึ้นนะ” ข้อดีของการมีคนรักที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน คือเขาจะรู้ทุกโมเมนท์ของชีวิตเรา ว่าช่วงไหนเราเป็นยังไง เขาจะซัพพอร์ตจิตใจเราได้ทัน และคอยเป็นทั้งเพื่อน ทั้งคู่คิด เป็นคนรักที่จูงมือเราไปสูดอากาศดีๆ แล้วเพียงไม่กี่นาที โลกทั้งโลกก็หายไป เรารู้สึกสบายใจและช่างผ่อนคลายเหลือเกิน เหมือนที่เจนนิเฟอร์ อนิสตันเคยบอกหลังจากเลิกกับจัสติน เธอโรซ์สามีของเธอเมื่อปี 2018 ว่า “ไม่มีใครที่เรดาร์ฉันกระดิกได้ แต่ฉันว่าถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาที่ฉันพร้อมจะแชร์ชีวิตของฉันกับใครอีกคนแล้ว” เจนนิเฟอร์บอกว่า “ในความสัมพันธ์ เรื่องโรแมนซ์ไม่ใช่สิ่งสำคัญ” สำหรับเธอเลย เธอรักในการเป็นผู้หญิงที่ไม่ต้องพึ่งพิงผู้ชาย เธอคือผู้หญิงที่สร้างตัวเองมาด้วยตัวเอง เจนบอกว่าความสัมพันธ์ของเธอจะเริ่มขึ้นได้เพียงมี “บทสนทนาที่ลื่นไหลตั้งแต่ได้คุยกันครั้งแรก” นั่นเป็นสัญญาณที่ดี “เขาต้องมั่นใจในตัวเอง แต่ไม่เยอะไป มีอารมณ์ขัน แล้วก็ขอร้อง ขอร้องเลยนะว่า เขาต้องใจดีกับผู้คนด้วย” […]

Q: ทำไมฉันเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่เลิกคบไปไม่ได้?

คำถามคาใจตัวเองทุกครั้งที่เริ่มคบใคร ไปไม่รอดแล้วยังเป็นเพื่อนกันก็ไม่ได้! Q: “ฉันมีเพื่อนผู้หญิงเยอะเลยนะ แต่ยากมากจะมีเพื่อนผู้ชายที่สนิท แล้วพอคบใครหลังจากนั้นก็เป็นเพื่อนกับพวกเขาไม่ได้ ไม่ได้เลิกกันไม่ดีนะ แต่ไม่ชินที่จะมีเพื่อนผู้ชาย เลยทำให้ฉันคบผู้ชายเยอะ คบแล้วเลิกๆ และหายกันไปเลยตลอดเวลา แล้วพอมาชอบเพื่อนตัวเอง หรือชอบผู้ชายที่ทำงาน ก็ไม่กล้าไปต่อ กลัวจะเสียเพื่อนไปเลยแล้วไง?” A: ซื่อตรงกับตัวเองที่สุดก่อน ว่าจริงๆ คุณต้องการผู้ชายที่ดีจริงสำหรับชีวิตด้วย! เหมือนกับว่าคุณคิดว่าคุณน่ะคงไม่ดีพอจะเป็นเพื่อนกับใครได้ และคงมีอะไรผิดๆ ในความสัมพันธ์ที่ทำให้รักษาความเป็นเพื่อนไว้ไม่ได้ เราอยากให้คุณยอมรับตรงๆ กับตัวเองก่อนว่า “คุณต้องการความสัมพันธ์ที่ดี และผู้ชายที่รักคุณ” ลองเขียนคุณสมบัติเริ่ดๆ ในตัวคุณสัก 10 ข้อ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตา รูปร่างนะ และบอกเลยว่าทุกคนที่คุณจะเจอต่อไปนี้ เขาจะได้รับสิ่งดีของคุณเช่นนั้น แล้วลองมองหาผู้หญิงที่คุณชื่นชม ว่าเธอช่างสามารถเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่เคยคบได้  ดูวิธีที่เธอคุยกับพวกเขา ดูบุคลิก รอยยิ้ม ท่าทาง ลองเรียนรู้แล้วลองเอาไปใช้เวลาเดทกับใคร ที่สำคัญเวลาเดทกับใครเปิดกว้างกับเขาไปเลยว่า คุณอยากรเรียนรู้จักเขา อยากเป็นเพื่อนกับเขาให้ดีก่อน ต้องใจแข็งไว้นะถ้าเขาจะมาขออะไรที่เป็นทางกายกับเรา เอาให้ชัวร์ในความเป็นเพื่อนแล้วค่อยไปต่อจะดีกว่า สุดท้ายเลยอยากบอกว่าลองไปโฟกัสชีวิตด้านอื่นด้วย ให้เราเอนจอยกับตัวเอง เป็นเพื่อนกับตัวเองให้ดี ถ้าเรามัวแต่เคลิ้มถึงหนุ่มในออฟฟิศ หรือเพื่อนของเพื่อน หรือบางทีอาจเผลอไปเคลิ้มแฟนเพื่อน เราก็อาจกลายเป็นคนคลั่งรัก และคาดหวังในความสัมพันธ์เกินไป จนมองข้ามความเข้ากันได้ […]

3 คำเตือนจากกูรูเรื่องงาน “ถ้าไม่เริ่ดจริง ขอเงินเดือนแรงแบบนี้ อาจพังได้นะ”

เป็นมุมเรื่องงานที่บางทีก็ลืมมองตัวเองไป ขอยอมรับและโล่งๆ กับตัวเองพิจารณาอีกครั้ง “เราคิดว่าเราเก่ง” หรือที่ผ่านมา “หัวหน้าเราน่ะเก่ง” กันแน่! เป็นหนึ่งในคำเตือนที่เราว่าสุดจะดึงเราให้กลับมามองตัวเอง เจฟฟ์ อาร์ แดเนียล กูรูเรื่องงานในอเมริกาเตือนคำทำงานที่เปลี่ยนงานเพื่อจะจั๊มเงินเดือนมาว่า “บางครั้งคนเราก็คิดว่าตัวเองเก่งเกินความสามารถจริง” เขาบอกว่าหลายๆ คนทำงานความเก่งของเขาไม่ใช่ตัวเขาเองล้วนๆ แต่เป็นเพราะ “เขามีหัวหน้าที่เก่ง” หรือมี “ทีมงานที่เก่ง” “คนทำงานที่อาจจะโชคดีหรือโชคร้ายนี่ล่ะ ที่มีหัวหน้าเก่งกาจไปหมด แถมยังใจดูปกป้องทุกสิ่งให้ เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าเขาหลบอยู่ข้างหลังหัวหน้าคนนั้นมาตลอด พอมาถึงตอนที่หัวหน้าแยกวงไป เขาก็จะเคว้งคว้าง ตอนนี้ล่ะที่เขาต้องเลือกงานใหม่ เขาเลยจั๊มตัวเองให้สูงไปเลย ซึ่งอาจทำให้ร่วงลงมาได้ ถ้าไม่ประเมินการทำงานของตัวเองให้ดีก่อน” เจฟฟ์บอกว่าคนเรามีเหมือนกันที่โชคดีมีหัวหน้าคอยปาดทุกเรื่องให้ เขายืนอยู่ข้างหลังหัวหน้าคนนั้น แต่สายตากลับเข้าไปสวมเป็นหัวหน้า เวลาเขาเปลี่ยนงานเขาใช้สายตานี้ล่ะที่พาเขาไป ไม่ว่าจะเป็นการขอเงินเดือนให้มากกว่าที่เดิมมากๆ ขอตำแหน่งและอีกหลายสิ่งที่เขาคิดว่าเขาสมควรจะได้ เขาลืมมองไปว่า “เขาอาจไม่เก่งพอ” เพราะทุกครั้งที่ผ่านมา เรื่องยากๆ ที่ทำให้โปรไฟล์เขาดูดีน่ะ เป็นหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมทีมปาดให้ทั้งนั้น เจฟฟ์เลยมอบ 3 คำเตือนที่อยากให้ทุกคนที่กำลังจะเปลี่ยนงาน ถามตัวเองดังๆ ก่อนว่า… สุดท้ายถ้าเรายังคิดว่าเราสมควรได้รับอะไรที่เริ่ดกว่าเดิมมากจริงๆ ถ้าเราเก่งจริงลุยเลย แต่ถ้าไม่ใช่คิดเผื่อด้วยว่า เราจะได้รับความกดดันจากงานใหม่นั้นขนาดไหน เพราะถ้าพลาดเราอาจเสียความมั่นใจไปเลย อย่าลืมคิดด้วยว่าบางครั้งสิ่งที่มาเหนือความเก่งอีกอย่าง ก็คือเรื่องของบารมี พลัง ความมั่นใจ […]




Career, Shopping, Sport, Well-Being

ผู้บริหารหญิงที่มี Work-Life Balance อินสไปร์ที่สุด!

Work-Life Balance

ดูแลทีม 700 คน และยังวิ่งมาราธอน 42 กิโล

ไม่ธรรมดานะถ้าผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องดูแลครอบครัว ดูแลตัวเองให้ดี แล้วจะสามารถสร้างร้านค้ารวมแบรนด์กีฬาระดับโลกได้อย่าง Under Armour, asics, Hoka One One, Champions, Teva และอีกหลายๆ แบรนด์ เธอจะต้องสตรองขนาดไหน ถึงจะผ่านเฟสการสร้างสิ่งต่างๆ ในชีวิต ที่ปัญหาก็พร้อมจะถาโถมเข้ามาได้ และยังต้องรักษากายและใจของตัวเองไปด้วย คุณนก พรินทร ติยะวุฒิโรจน์ Chief Marketing Officer Rev Edition Company ของร้านค้าแบรนด์กีฬาชั้นนำระดับโลก Rev Runnr คือผู้หญิงคนนั้นที่ผ่านมาแล้ว ผ่านแล้วเจอใหม่ แล้วผ่านแล้วเจอใหม่

คุณนกผ่านงานอันมากมาย กับการดูแลคนหลักหลายร้อย เป็นทั้งคุณแม่ หัวหน้า ผู้บริหาร และคุณนกยังสามารถเป็นนักวิ่งได้ เธอไม่ได้วิ่งเล่นๆ นะ เธอลงวิ่งมาราธอนจริงจังด้วย ความเฮลธ์ตี้ทั้งกายและใจอย่างสม่ำเสมอของคุณนก ทำให้เธอเป็นผู้บริหารหญิงที่เราว่า นี่ล่ะคือการใช้ชีวิตแบบ Work-Life Balance ไลฟ์สไตล์ มุมมอง พลังงานที่น้องๆ ที่ทำงานด้วยบอกว่า “ทำงานกับพี่นกสนุก” ที่ทำงานที่ทุกคนใส่ชุดกีฬามาทำงานได้ ออกความเห็นได้ทุกสิ่ง  และผู้บริหารเชียร์ให้ทุกคนเล่นกีฬาไป ทำงานไป คุณนกเลยนำทัพให้ Rev Runnr เป็นแบรนด์ร้านค้ากีฬาที่เปรี้ยว แอ็คทีฟ ทันสมัย ที่ใครๆ ก็อยากไปทำงานด้วย

หนึ่งในหัวใจของคุณนกที่ทำให้เธอผ่านเรื่องราวต่างๆ มาได้ก็คือ “วิ่ง” เพราะวิ่งจึงเข้าใจ และพอได้เข้าใจก็เหมือนคุณนกต่อจิ๊กซอว์ตัวเองสำเร็จ

“วิ่ง..ทำให้เราต้องต่อสู้กับลิมิตของตัวเอง ต่อสู้กับร่างกาย สภาพอากาศ พอผ่านไปได้เลยทำให้เรารู้ว่า เราควบคุมอุปสรรคไม่ได้ เรื่องอื่นๆ ก็เลยกลายเป็นธรรมชาติไป เจออะไรมาเดี๋ยวเราจะผ่านไปได้เอง”

ย้อนไปเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว คุณนกเริ่มสร้าง Rev Runnr ตั้งแต่เป็นไนกี้ช็อปแรกที่สุขุมวิท คุณนกไม่มีประสบการณ์ทำแบรนด์กีฬาใดๆ แค่ชอบออกกำลังกาย และพอโอกาสเข้ามา คุณนกและสามีเลยร่วมกันสร้างทั้งแบรนด์ และคอมมิวนิตี้คนรักกีฬา รักการออกกำลังกาย

ผ่านจากแบรนด์แรกมาแบรนด์ที่สอง ที่สาม และอีกหลายๆ แบรนด์ คุณนกผ่านปัญหา การจัดการ การเข้าใจคน เข้าใจโลก และเข้าใจร่างกายของตัวเอง เธอเคยเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เคยนั่งไม่ได้ อุ้มลูกไม่ได้ และต้องทำกายภาพไป 2 ปีเต็ม ในขณะที่เพิ่งเปิดแบรนด์ Under Armour จนมาค่อยๆ เริ่มเดินเล่น เดินจริงจัง และขยับไปสู่เส้นทางการวิ่ง คุณนกปรับบาลานซ์ให้ชีวิตที่มี 3 โลกของเธอ มาลงตัวกับไลฟ์สไตล์ตื่นเช้า ไปออกกำลัง กลับมาดูแลครอบครัว ไปทำงาน เป็นสมดุลในชีวิตที่ต้องใช้ทั้งวินัย และใจเท่านั้น ถึงทำให้ Work-Life Balance สม่ำเสมอ และเกิดขึ้นได้จริง

ยากนะกว่าจะทำได้ แต่ก็ทำได้ เราแค่ต้องจัดเวลาให้ดีขึ้น เราต้องเป็นแม่ ออกกำลัง และทำงานไปด้วย เราเลยได้บาลานซ์ใหม่ให้ตัวเอง และสิ่งนี้เกิดเป็นความสุขในชีวิตของคุณนก เรามีความสุขกับมันนะ แฮปปี้ แล้วพอได้มาเริ่มวิ่ง ทำงานและวิ่งไปด้วย มันเป็นไลฟ์สไตล์ของเราไปเลยนะ และรู้เลยว่าวิ่งช่วยอะไรเราได้เยอะ

จากเดินมาเป็นวิ่ง และวิ่งธรรมดามาเป็นลงแข่งวิ่งมาราธอน คุณนกเคยพิชิตวิ่งมาราธอน 42 กิโลเมตรมาแล้ว เธอลงวิ่งมาถึง 5 รายการ “ได้วิ่งอาทิตย์ละ 20-30 กิโล วิ่งมาปีที่หกแล้ว แล้วเราไม่ได้แข่งกับใครนะ” ใช่เลย คุณนกวิ่งเพราะเป็นความสุข เป็นบลานซ์  ถึงคุณนกจะมีความรับผิดชอบมากมายในที่ทำงาน แต่ก็ยังต้องมีตารางซ้อมวิ่ง ยกเวทเป็นประจำ แต่กว่าจะไปถึงขนาดนั้น คุณนกก็เริ่มจากกึ่งเดินกึ่งวิ่งก่อน เธอแค่ไม่รีบ และไม่ได้แข่งกับใคร ก็เลยไปได้แบบไม่กดดันตัวเอง

“งานวิ่งมาราธอนแรกนี่เดินสลับวิ่งเลย ไม่สามารถวิ่งยาว 42 กิโลติดกันได้ นับในใจว่าเราจะเดิน 4 นาที วิ่ง 4 นาทีนะ อาจจะไปถึงช้าหน่อยนะ แต่เราก็ไปถึง” และด้วยความที่ทำแบรนด์กีฬาระดับโลก ทำให้คุณนกต้องไปประชุมกับแบรนด์เมืองนอกบ่อยๆ เธอเลยต้องยิ่งวิ่งให้ได้ “เรารู้สึกว่าถ้าเราเป็นผู้บริหารทำแบรนด์กีฬา แต่เราไม่รู้เรื่องกีฬาเลยมันคงไม่ได้ เราต้องเป็นคนที่คุยกับน้องๆ บอกเขาได้ในมุมของเรา แล้วเวลาไปประชุมกับเมืองนอก เขาเป็นนักวิ่งกันหมดเลย เราเลยต้องวิ่งให้ได้”

วิ่งมาราธอนว่ายากแล้ว คุณนกก็ได้กระทำการลงแข่งวิ่งในโตเกียว มาราธอน ที่เป็นที่รู้กันว่าโหดมาก “ความยากของวิ่ง 42 กิโลคือ มันจะต้องเจอกับอะไรที่คาดเดาไม่ได้ อากาศที่หนาวมากๆ จนต้องไปยืนสั่น เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก ลมแรง ถนนลื่น เราซ้อมมามันไม่ใช่เลย พอมาวิ่งจริง เราคุมกล้ามเนื้อไม่ได้เลย” ความเปลี่ยนแปลงตอนกำลังวิ่ง ทำให้คุณนกระลึกรู้กับตัวเองเลยว่า “ถ้าเราผ่านตรงนี้ไปได้ เรื่องอื่นๆ ก็คือธรรมชาติไปเลย” และไม่ว่าจะยังไง หัวใจ และแรงฮึดของคุณนก ก็ทำให้คุณนกใช้ประโยคว่า “ในที่สุดเราก็ลากสังขารไปถึงจนได้”

การวิ่งจึงทำให้คุณนกเกิดวิสดอมกับตัวเองว่า “เราเข้าใจว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น มันก็แค่เกิด แต่มันยังไม่จบ เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปได้เอง เหมือนกับตอนวิ่งที่พอฝนตก มันก็แค่ฝน เป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว” เหมือนกับเหตุการณ์โควิดที่เกิดขึ้น กับบริษัทที่มีพนักงาน 700 คนที่คุณนกต้องดูแล แอตติจูดของเธอก็คือ “เราเชื่อว่าทุกอย่างเราผ่านไปได้นะ เรามองอนาคตต่อไปเลย เห็นเลยว่ามีแสงสว่าง อาจจะเบื่อๆ บ้าง แต่มันไม่ไดจบตรงนี้ แล้วเราก็ผ่านมาได้จริงๆ”

ทุกสิ่ง ทุกความบาลานซ์ และการตกผลึกกับตัวเองของคุณนก ทำให้คุณนกมีวิธีบริหารงานที่ผ่านจุดยากๆ มากได้ และเป็นหัวหน้าที่น้องๆ ไม่รู้สึกกดดันใดๆ เวลาทำงานด้วย คนเป็นอะไรที่คอนโทรลไม่ได้นะ เป็นเรื่องยากที่สุด ถึงแม้เราจะแก้ปัญหา แต่วิธีของเราอาจไม่ใช่วิธีเดียวกับเขา เรารู้สึกว่าเป็นหน้าที่เราที่ทำให้เขาสบายใจ เขาจะเข้ามาคุยกับเราได้ทุกเรื่อง เราไม่มีอีโก้ เราฟังทุกคน อาจเป็นความเห็นของคนอื่น แต่เรายอมรับได้ เชื่อว่าถ้าเราเป็นแบบนี้ เราก็กรูมให้ทุกคนลดอีโก้ของตัวเองลงได้ เพราะเราไม่มี เราไม่ต้องการให้ออฟฟิศเราแข่งกัน

เธอบอกว่าเป็นเหมือนหน้าที่ของผู้นำ จะต้องหาทางแก้การทำงานของแต่ละคนในองค์กร ถ้าคุณนกได้กลิ่นว่าการทำงานของใคร อาจทำให้เกิดปัญหาได้ เธอก็จะไปบอกคนๆ นั้นตรงๆ เพราะความที่มีหัวใจเคารพคนอื่น และคิดว่าทุกคนอินสไปร์ซึ่งกันและกันได้ คุณนกเลยเป็นหัวหน้าที่พร้อมจะเปิดใจ คอยไกด์ และให้ทุกคนมีสเปซในการโตขึ้นมาด้วยตัวเอง สิ่งนี้ถือว่าสำคัญในการทำงาน และสร้างเป็นแรงกระตุ้นให้คนทำงานทุกคน อยากพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ คุณนกเชื่อว่า “คนทำงานแต่ละคน เขาอาจไม่ได้มีปัญหาอะไร ปัญหาก็คือแค่วิธีการทำงานของเขา”

“คัลเจอร์ของเรา คือเราทำงานแบบครอบครัวด้วย และก็มีเรื่องระบบ เคพีไอ ตัวเลข ส่วนองค์กรเล็กด้วย จริงๆ เราไม่เชื่อเรื่องระบบนะ แต่องค์กรคนเยอะมันเลยจำเป็นต้องมี ความยากคือทำยังไงให้อยู่ตรงกลางให้ได้ และต้องมีความเคารพกัน มีความเอื้ออาทรต่อกัน” ความมีเสน่ห์อย่างหนึ่งของ Rev Runnr ที่คนอื่นๆ รู้สึกว่าเป็นบริษัทที่น่าทำงานด้วย ก็คือพนักงานส่วนใหญ๋มาจากแวดวงกีฬา ทุกคนใส่ชุดกีฬามาทำงานได้ ทำให้บรรยากาศแอ็คทีฟ คล่องตัว หัวใจเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

“เราเลือกคนที่ดีเข้ามา คนที่มีหัวใจเสียสละ มีความเข้าใจ ทุกคนจึงรู้หน้าที่ของตัวเองดี มีประสบการณ์ในการทำงาน รู้จักวางแผน ยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ การบริหารงานของเราเลยเหมือนเป็นศิลปะนะ เราต้องมองให้ออกด้วยว่าใครเหมาะกับงานอะไร”

ถามคุณนกว่าแล้วมองตัวเอง มอง Rev Runnr ในอนาคตเป็นยังไง คุณนกบอกว่า “ที่เราชอบวิ่ง เพราะวิ่งเป็นกีฬาที่ง่ายที่สุด แค่มีเรากับรองเท้า ก็วิ่งได้แล้ว เราเลยอยากทำแบรนด์เราให้เป็นร้านกีฬาที่เข้าถึงง่าย อยากขายร้องเท้าที่ครบทุกประเภทของคนเล่นกีฬา ถ้านักวิ่งเดินเข้ามา เขาเลือกได้หมด นี่คือรองเท้าซ้อม รองเท้าวิ่งเทรล รองเท้าวิ่งคูลดาวน์ แล้วก็อยากมีแอคเซสซอรี่อื่นๆ พร้อมให้เขาด้วย”

ไม่แปลกใจที่คาแร็คเตอร์ของ Rev Runnr จึงดูเข้าถึงง่าย เท่ มีเสน่ห์ มีพลัง มีชีวิตชีวา หนึ่งในหลายๆ เหตุผลคงเป็นเพราะวิธีใช้ชีวิต และแอตติจูดของผู้นำอย่างคุณนกด้วย เธอเข้าถึงการกลับเข้ามาข้างในตัวเองด้วยการวิ่งแล้ว และเชื่อมการวิ่งต่อเป็นการใช้ชีวิต การมองโลก คุณนกบอกว่า วิ่งทำให้เราบวกได้ทุกเรื่อง อย่างทำงานเราเจอปัญหา มันไม่ได้มีเรื่องแฮปปี้ตลอดนะ เรื่องที่เราเครียด นอนไม่หลับเลยก็มี เราก็เลยต้องไปวิ่ง พอได้อยู่คนเดียว มันจะมีไรมาสปาร์คเราว่าให้โอเค เราก็จะไม่ยึดกับปัญหาที่มีแล้วก็โยนทิ้งไปเลย เราคิดเลยว่าจะทำอะไรต่อ บางครั้งเราก็คิดได้ระหว่างวิ่งนะ พอเราเจสิ่งที่มีแต่เรื่องบวกให้เรา เราก็ใช้ชีวิตกับทุกคนเหมือนเดิมได้

การวิ่งช่วยต่อจุดทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเธอ และอีกสิ่งหนึ่งที่เธอทำให้ตัวเองเสมอ เธอให้กำลังใจตัวเองตลอด และก็เชื่อว่าทุกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป มันคือโอกาสของชีวิตทั้งนั้น  “กำลังใจมาจากตัวเรา ไม่ได้คิดว่ามาจากการที่คนอื่นๆ มาเห็นใจ เราจะออกจากปัญหาได้ด้วยใคร คำเดียวคือตัวของเราเอง อย่างหนึ่งที่เชื่อตลอดคือ เรามองว่าการเปลี่ยนแปลงคือโอกาส ต่อให้เจออะไรพลิกผัน ถ้าเราให้กำลังใจตัวเองเป็น เราจะบอกตัวเองว่า ไม่สิ มันคือโอกาส เราต้องมองช้อตการเปลี่ยนแปลงว่าข้างหน้าคืออะไร บางคนอาจรู้สึกว่ายากนะ ก็เลยมีเหมือนกันที่บางครั้ง เราปล่อยตัวเองไว้กับโชคก็มี แก้ไม่ได้ก็ช่างมัน จนมันไป มันอาจไม่ใช่ทางที่เราอยากได้ทีสุดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เดี๋ยวนาทีสุดท้ายจะบอกเราเอง”

ผู้บริหารหญิงที่อินสไปร์เรา ความ Work-Life Balance และวิสดอมของคุณนก กระตุกและให้อะไรเราได้อบอุ่นและลึกซึ้ง คลีโอขอขอบคุณคุณนกอย่างที่สุด

Her Picks:

อยากรู้ว่าแล้วประสบการณ์ใช้รองเท้ากีฬามามากมายของคุณนก เธอจะเลือกรองเท้าอะไรให้เราบ้าง เลยขอให้คุณนกจัดลิสต์มาให้ตามนี้เลย


1. SAUCONY KINVARA 12

Saucony Kincara 12
SAUCONY KINVARA 12
Saucony Kincara 12
SAUCONY KINVARA 12

รุ่นนี้เป็นรองเท้าวิ่งที่นักวิ่งไทยคุ้นเป็นอย่างดี มีจุดเด่นในเรื่องของความเบา ทั้งน้ำหนักและราคา จะมีน้ำหนักเพียง 184 กรัมเท่านั้น สำหรับรุ่นผู้หญิง เห็นเบาและปราดเปรียวแบบนี้ ก็ยังแน่นด้วยเทคโนโลยีค่ะ ทั้งหน้าผ้า Engineered Mesh ที่ระบายอากาศได้ดี ความกระชับเข้าเท้าจากเทคโนโลยี FORMFIT พื้นยางนอกแบบ XT-900 ที่ยึดเกาะและทนทานและโฟมพื้นกลาง PWRRUN (พาวเวอร์รัน) ที่เป็นมาตรฐานในเรื่องการรองรับ บอกเลยว่ามีคู่นี้ไว้ ใช้งานได้สารพัดประโยชน์เลย

ราคา 3,999 บาท

2.HOKA Bondi X

HOKA Bondi
HOKA Bondi X

สำหรับนักวิ่งที่ต้องการยกระดับเพอร์ฟอร์แมนซ์ของตัวเองเรา ขอแนะนำ HOKA Bondi X รองเท้าวิ่งสาย Cushioning & Support ที่นุ่มสบายที่สุดพร้อมการซัพพอร์ทที่สุดยอด กับนวัตกรรมแผ่นรองคาร์บอนไฟเบอร์ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการออกตัวที่ดียิ่งขึ้น ให้พลังขับเคลื่อนแก่นักวิ่งทุกระดับ เพื่อให้วิ่งระยะไกลได้ดี

ราคา 6,990 บาท

ช้อปราคาพิเศษได้ที่เลย:  HOKA ONLINE STORE

3. HOKA ZINAL 

Hoka Zinal
HOKA Zinal

มาถึงรองเท้าวิ่งสายTrailกันบ้าง คู่นี้จะมอบความเร็วกับการวิ่งที่คุณจะต้องหลงรัก เป็นรองเท้าวิ่งเทรลที่ออกแบบมาเพื่อเน้นความไว ตอบสนองได้ดีสำหรับระยะทางที่สั้นลง อัปเปอร์ผลิตจากเส้นด้ายรีไซเคิล เป็นผ้าตาข่ายแบบ Striped Back ออกแบบลิ้นรองเท้าแบบมียางยืดเพื่อกันสิ่งสกปรก และยังเป็นรองเท้าคู่ใจของนักกีฬาหญิงอันดับที่หนึ่งถึงสามในการแข่งขันUTMB2021 ระยะ OCC ที่ใส่รองเท้าคู่นี้เข้าเส้นชัยด้วย

ราคา 5,990 บาท

ช้อปราคาพิเศษได้ที่เลย:  HOKA ONLINE STORE


4. VIBRAM FIVEFINGERS V-RUN

VIBRAM FIVEFINGERS V-RUN

สาวคนไหนอยากมีรองเท้าไว้ฝึกท่าวิ่งที่เป็นธรรมชาติ หรือเอาไว้เข้ายิมแล้วได้ฝึกกล้ามเนื้อได้อย่างเต็มที่ ขอแนะนำรองเท้า V-Run จาก VibramFivefingers เป็นรองเท้าที่ออกแบบมาสำหรับการวิ่งพื้นถนน รวมถึงเทรนนิ่งสไตล์มินิมอล ให้ความรู้สึกในการสวมใส่และเคลื่อนที่ได้อย่างเป็นธรรมชาติแบบสุด ๆ ไปเลย

ราคา 5,900 บาท

ช้อปราคาพิเศษได้ที่เลย: REV RUNNER ONLINE STORE

5. SAUCONY MEGABYTE PACK

Saucony Megabyte
SAUCONY Megabyte Pack > Grid / Shadow / Jazz

สำหรับสนีกเกอร์สายแฟชั่น บอกเลยว่าต้องไม่พลาด Saucony Originals กับคอลเล็กชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นล่าสุด Megabyte Pack ที่ได้แรงบันดาลใจจากสีสันแห่งยุค 90s คุมโทนสีเทาและสีน้ำเงินย้อนยุคทำให้นึกถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์เก่าๆ ไปจนถึงรายละเอียดตปลีกย่อย เช่น การออกแบบลิ้นรองเท้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไมโครชิป แมตช์กับสไตล์เรโทรที่กำลังอินเทรนด์ในช่วงนี้ได้สวยเท่ไม่ซ้ำใคร

ราคา: 

Shadow 6000: 3,990 บาท

Grid Azura 2000: 4,990 บาท

Jazz 81: 2,990 บาท

ช้อปราคาพิเศษได้ที่เลย: REV RUNNER ONLINE STORE

6. HOKA x ENGINEERED GARMENTS BONDI L

HOKA Bondi L
HOKA Bondi L

สายสตรีทแฟชั่นต้องมีกรี๊ดแน่นอน กับลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เป็นการจับมือกันระหว่าง Hoka One One และ Engineered Garments แบรนด์แฟชั่นชื่อดัง ได้มาร่วมแปลงโฉมรองเท้าวิ่งอย่าง HOKA Bondi L ที่ถูกปรับแต่งด้วยวัสดุและการออกแบบในสไตล์เท่ และโฉบเฉี่ยวด้วยวัสดุแปลกตา ผสานเข้ากับพื้นรองเท้า EVA Midfoam ที่ทำให้คุณเดินนุ่มสบายเหมือนเดินบนปุยเมฆ แถมยังดูดซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี  อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Meta-Rocker ช่วยให้ทุกย่างก้าวเป็นไปอย่างธรรมชาติและเหมาะกับร่างกาย รวมถึงช่วยลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อรวมถึงความเมื่อยล้าในขณะเดินหรือวิ่งจึงทำให้รองเท้าคู่นี้เหมาะจะใส่เดิน ทำงาน หรือท่องเที่ยวได้ทั้งวัน

ราคา 5,590 บาท

ช้อปราคาพิเศษได้ที่เลย: REV RUNNER ONLINE STORE

อ่านเรื่องราวอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ทาง CleoThailand หรือ FB: @CleoThailand

More