กลับมาสะเทือนวงการความงามอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่กับ Cosmoprof CBE ASEAN 2024 งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก 13 – 15 มิถุนายนนี้! ลงทะเบียนเข้าชมงาน ฟรี!

Cosmoprof CBE ASEAN 2024 งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก พบผู้ผลิต และแบรนด์สินค้าความงามคุณภาพกว่า 1,500 บริษัท จาก 20 ประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ฝรั่งเศส อิตาลี ไทย และอีกมากมาย บนพื้นที่จัดแสดงงานกว่า 22,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจ อาทิโปรแกรมจับคู่เจรจาธุรกิจที่ทำให้คุณได้พบกับเจ้าของแบรนด์และโรงงานผลิตโดยตรง รวมไปถึงสัมมนาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่จะมาอัปเดตเทรนด์ความงามล่าสุด และบิวตี้เวิร์คช็อป ตลอด 3 วันการจัดงาน มาร่วมก้าวสู่โลกแห่งความงามระดับโลกไปพร้อมกัน แล้วพบกัน 13-15 มิถุนายนนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ลงทะเบียนเข้าชมงานฟรี! คลิก! https://bit.ly/4a3D1Lm และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cosmoprofcbeasean.com ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดงาน Cosmoprof CBE ASEAN 2024! 1. เป็นงานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามที่ใหญ่ที่สุดในไทย และอาเซียน2. มีผู้ออกแสดงสินค้าชั้นนำกว่า 1,500 แบรนด์ จาก 20 ประเทศทั่วโลก3. […]

15 กฎเหล็กแห่งการมูฟออน “สัญญากับตัวเอง ว่าเราต้องทำให้ได้นะ”

อย่างแรกเลยคือเซ็ตความตั้งใจให้ตัวเอง “ฉันจะต้องขึ้นมาจากหลุมให้ได้” แรงใจที่เราอยากเห็นตัวเองมีความสุข จะพาเรามูฟออนได้เกลี้ยง 100% แน่นอน เริ่มขยับตัวออกจากหลุมกันเลยนะ… เพราะเราจะไม่ยอมจมปลัก ไม่ยอมแพ้ใจตัวเอง เรามองเห็นตัวเองนี่นา ว่าเราจะมีความสุขใสๆ ได้กว่านี้ เราเลยต้องให้กำลังใจตัวเอง ตั้งกฏเหล็กให้ตัวเอง คนอย่างฉัน ไม่มีเธอ ฉันก็มูฟออนสวยๆ ได้ ว่าแล้วลุยกันเลย!! อ่านเรื่องราวอื่นๆ ต่อได้ที่ ฮาวทูรักตัวเอง เมื่อต้องมูฟออนจริงๆ

ฉันไม่โชคดีพอที่จะมีผู้ชายสักคน “มองเห็นฉันในแบบที่ฉันเป็น”

ฉันไม่ได้โชคดีแบบนั้น ฉันไม่ได้โชคดีพอที่จะมีผู้ชายสักคนมองเห็นฉันในแบบที่ฉันเป็น มองเห็นความเจ็บปวดของฉัน และอยากฉุดฉันขึ้นไป ไม่มีวิธีไหนอีกแล้วที่ฉันจะบอกตัวเองได้ดีไปกว่า “ยอมรับความจริงเถอะ” ทุกครั้งเวลาที่ฉันเห็นใครๆ เขารักกัน ความหวังในใจ ความเพ้อทุกครั้งที่กดแอปสีดำแดงเพื่อเลือกซีรีย์เกาหลีเรื่องใหม่ โจทย์ของฉันไม่มีอะไรมาก ต้องเป็นเรื่องที่ฉันสามารถสมมุติตัวเองเป็นนางเอกในเรื่องได้ แล้วจินตนาการต่อว่า บางทีฉันอาจจะเจอผู้ชายในชีวิตจริง ที่เป็นเหมือนพระเอกในเรื่อง หนังสือฮาวทูบอกว่า ให้คิดว่าอยากได้ผู้ชายแบบไหน ลิสต์ออกมาให้เยอะที่สุด แล้วตัดออกให้เหลือสัก 10 ข้อว่านั่นคือคุณสมบัติผู้ชายที่อยากได้ ฉันลองทำและกุมลิสท์นั้นไว้แน่นในกระเป๋าสตางค์ เอามาเปิดอ่านบ่อยๆ ด้วย บางทีที่เขาบอกว่าคืนพระจันทร์เต็มดวง พระจันทร์จะมอบพลังงานของความรักดูดใครให้เข้ามาในชีวิต ฉันจะเอาลิสท์นั้น ออกไปหาแสงจันทร์ ตั้งจิตอธิษฐาน แล้วนึกถึงเขา แน่นอนว่าฉันมีความเชื่อ ยังคงเชื่อ และก็จะเชื่อต่อไป เรื่องราวในโทรศัพท์กับเพื่อนสาว เราจะวนเวียนกันที่ซีรีย์ที่เพิ่งดู กรี๊ดพระเอก อยากบินไปเกาหลี แล้วเราก็จะกลับมาที่เรื่องของเรากัน ทำไมเพื่อนคนนั้นได้แฟนดีจัง แฟนเขาพาไปเมืองนอกบ่อยมากเลย เขาไปทริปกันอีกแล้ว ฉันกับเพื่อนก็ได้แต่พยายามหาเรื่องเน่าๆ ในเรื่องรักของคนอื่น “แต่พวกเขาอาจมีอะไรไม่แฮปปี้ก็ได้นะ พวกเราไม่มีทางรู้หรอก” มันคงเป็นคำปลอบใจที่เราบ่นให้กันฟัง แต่ฉันก็ยังไม่มีใครเข้ามาในชีวิตอยู่ดี “ที่เธอเหนื่อยเพราะไม่มีคนรักหรือเปล่า?” ประโยคจากเรื่อง My Liberation Notes หัวหน้าของพี่สาวนางเอกถามขึ้นมา หลังจากที่เธอมาทำงานแล้วบ่นว่าเหนื่อยๆๆๆๆ ทำไมชีวิตฉันถึงเหนื่อยขนาดนี้ […]

คุณหมอสา-Guardian Diamond พี่สาวที่เปิดประตูลับ ช่วยเคลียร์พลังงานลบให้คุณพบความสำเร็จ

ตั้งแต่เข้าปี 2024 ที่ผ่านมา คลีโอขอบอกว่านี่เป็นการสัมภาษณ์ที่เบิกเนตรให้เรารู้สึกมีความหวังและกำลังใจ รู้สึกว่าจักรวาลมอบของล้ำค่าเอาไว้ให้เราเสมอ เป็นเรื่องไม่บังเอิญที่ทำให้เราได้เจอกับคุณหมอสา หรือหลายคนรู้จักเธอในชื่อ Doctor Diamond กับฉายาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพชรที่ไม่ได้จบแพทยศาสตร์ แต่เป็นผู้ที่ช่วยเยียวยาให้ความรู้กับคนที่สนใจเรื่องเพชร รวมทั้งก้าวเข้ามาแก้ปัญหาชีวิตด้วยพลังของ “เพชรดิบ” ที่ค้นพบพลังงานอันยิ่งใหญ่นี้จนกลายมาเป็นแบรนด์ Guardian Diamond ที่สายมูบอกว่ามาลองแล้วขนลุกซู่ทุกคน ลูกสาวครอบครัวคนจีนที่ฝึกค้าขายตั้งแต่เด็ก “ตอนเด็กไม่รู้ว่าเราอยากเป็นอะไร พ่อแม่อยากให้เรียนที่เอแบค เพราะเห็นว่าเราภาษาดีมาตั้งแต่เด็ก เราไม่มีฝันเลย เป็นเจเนอเรชั่นที่ที่บ้านเป็นคนจีน ดังนั้นก็จะมีบอกแค่ว่าต้องมาช่วยพ่อแม่นะ เราก็รู้สึกว่าเราต้องทําไปจนตลอดชีวิต ไม่เคยมีความคิดอื่นเลย ที่บ้านทำธุรกิจขายเพขร เรียนจบมาให้ไปเรียนดูเพชรนะ เราก็ไป ซึ่งเรียนดูเพชรของสถาบัน GIA ซึ่งตอนนั้นมีสาขาในประเทศไทย เป็นโรงเรียนเล็กๆ ในยุค IMF ค่ะนานมากแล้ว” “คุณพ่อคุณแม่พยายามหนักมากในการส่งเราเรียนนะคะ จําได้เลยว่าแม่ให้เราเดินเข้าไปถามแล้วขอตีเช็ค 4 ใบจ่ายค่าเทอมได้ไหม ช่วงนั้นเราก็รู้เลยว่าชีวิตไม่ได้ง่าย ต้องเรียนให้จบกลับไปช่วยเขา เพราะแม่ก็จะพูดตลอด ตาแม่ก็เริ่มไปแล้วนะ เหมือนเขามาเปิดร้านตอนประมาณ 40 กว่าแล้ว ดังนั้นจะให้เค้าดูเพชรไปตลอดก็เป็นไปไม่ได้ เราเริ่มทําทุกอย่างตั้งแต่เสิร์ฟน้ํา เช็ดตู้ วิ่งงาน บางทีมีงานช่าง เราก็ขับรถออกไปเอง เดินส่งของส่งงาน แม่จะเหน็บเราไปด้วย […]




Love, Relationship, Women's Stories

11 years & to be continued… ความรักที่เติบโตไปด้วยกัน



พรุ่งนี้ก็จะถึงวันวาเลนไทน์แล้ว ช่วงนี้ทางคลีโอเราอินกับเรื่องความรักมากๆ เลย โดยเฉพาะความเป็น Unconditional Love เราพูดถึงเรื่องการรักตัวเองมาโดยตลอดว่าเป็นความรักที่เพียวมาก วันนี้เราเลยอยากจะพูดถึงเรื่องคู่รักกันบ้าง พอพูดถึง “ความรักแบบไม่มีเงื่อนไข” ก็เลยนึกถึงเพื่อนเราคนนึงที่คบกับแฟนมานานมาก เรียกว่าเป็น ความรักที่เติบโตไปด้วยกัน ตั้งแต่ช่วงมัธยมต้นจนถึงตอนนี้ ผ่านมา 11 ปี ซึ่งเราอยู่ในวัยทำงานกันแล้ว…ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราเจอคนมากมาย ในขณะที่เพื่อนคนนี้ยังคบกับคนๆเดิมเสมอมา อะไรกันนะที่ทำให้คู่นี้มีความรักที่เหนียวแน่น แล้วนับวันก็ยิ่งจะรักกันมากขึ้นๆไปอีก…เราได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนของเราในเรื่องนี้วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ มารู้จักกับ แบม และ เด่น กับความรักของพวกเขาที่เหมือนโตมาด้วยกันจริงๆ เป็น ความรักที่เติบโตไปด้วยกัน

ความรักที่เติบโตไปด้วยกัน

ซื่อตรงต่อความรัก

เล่าก่อนว่าเรากับแบมเป็นเพื่อนกันก็เลยเห็นการเติบโตของคู่นี้มาโดยตลอด บ้านของแบมเป็นร้านขายชุดนักเรียนอยู่ใกล้ รร ชายล้วน แห่งหนึ่ง ทุกๆเย็นเด่นกับเพื่อนๆจะมานั่งเล่นที่ร้านของแบม ในตอนนั้นแบมมีคนมาจีบอยู่เรื่อยๆแต่มีแค่เด่นที่ดูไม่เหมือนใคร ส่วนในฝั่งของเด่น พอเห็นแบมก็ชอบเลยและมีความมุ่งมั่นที่จะจีบคนๆนี้ ก็คุยกันมา 6 เดือนในบีบี5555 แล้วก็คบกันตอนที่แบมกำลังจะขึ้นม.2 ส่วนเด่นกำลังจะขึ้นม.3 พอดี จนตอนนี้แบมอายุ 24 ส่วนเด่น 25 แล้ว

“เด่นเป็นคนนิ่งๆแต่ตรงไปตรงมา ในวัยนี้เขาดูเป็นคนที่มุ่งมั่นในความรักมากกว่าคนอื่นๆ ไม่เคยทำให้ต้องมาคิดกับตัวเองว่า ตกลงเขาชอบเรามั้ย หรือ คิดยังไงกับเรากันแน่” – แบม

“แบมเป็นคนตลก เอ๋อๆ ชอบเล่าเรื่องซ้ำๆ เลยรู้สึกว่าคนนี้น่ารัก” – เด่น

ความรักที่ไม่มีโปรโมชั่น

“เราเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายมาโดยตลอด ก็คบกันตามปกติไม่ได้มีโปรโมชั่นอะไร แต่ก็อาจจะมีทำเซอไพรสบ้างนิดๆหน่อยๆตามประสาเด็ก” – เด่น

“เราคบตั้งแต่ตอนเด็กๆ เลยรู้สึกว่าต่างคนเป็นอย่างที่ตัวเองอยากจะเป็น เราไม่ได้พยายามที่จะทำให้เขามาชอบเรา ไม่ได้รู้สึกว่าต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เขามารักเรา เลยไม่ได้มีโปรโมชั่นทั้งในเรื่องที่ดีและไม่ดีก็ด้วย” – แบม

ก้าวผ่านช่วงเปลี่ยนผ่าน

หนักที่สุดก็จะเป็นปีที่4-5 ช่วงเปลี่ยนผ่าน คือช่วงที่เด่นเข้ามหาลัยแล้วแบมยังอยู่มัธยม แบมรู้สึกไม่มั่นคง กลัวไปหมด กลัวสังคมใหม่ๆจะทำให้เด่นเปลี่ยนไป ช่วงนั้นก็เลยหงุดหงิดไปกับทุกๆเรื่อง ทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ แบมใจไม่นิ่งเพราะปกติตอนเด่นเลิกเรียนก็มาเจอกันแล้วค่อยกลับบ้าน แต่พอเข้ามหาลัยกิจกรรมก็เปลี่ยนไป เด่นต้องไปรับน้อง ไปกินข้าวกับเพื่อน ไปนู่นไปนี่ แบมก็เข้าใจ แต่ลึกๆก็รู้สึกนอยด์ เครียดมากจนต้องไปคุยกับพ่อแม่…แล้วก็ได้คำตอบที่ทำให้รู้สึกปลดล็อค เข้าใจมากขึ้นว่าเรื่องแบบนี้มันห้ามไม่ได้ เลยคิดว่าปล่อยให้มันเป็นไปถ้าจะต้องเป็น

“คนเรา ถ้าเราไปปิดตาเขาแล้วให้เขาเดินไปเรื่อยๆ เขาก็เห็นแต่เราคนเดียว แล้วสุดท้ายเขาก็เลือกเรา กับอีกอย่างคือปล่อยให้เขาได้เห็นทุกคนที่เข้ามาในชีวิตแล้วให้เขาใช้ชีวิตของเขา ส่วนเราก็ใช้ชีวิตของเรา…เขาจะเห็นใครหรือเจอใคร แต่ถ้าสุดท้ายแล้วเขายังเลือกเรา แบบนี้ไม่ดีกว่าหรอ” – พ่อของแบม

เด่นรู้สึกว่าแบมงี่เง่ามากในช่วงนั้น…แต่ถ้าคิดสลับกันเด่นก็อาจจะเป็นเหมือนแบม” – เด่น

ทะเลาะกันเป็นสีสัน

เรื่องทะเลาะกันคือบ่อยมาก โดยเฉพาะตอนเด็กๆมีแต่เรื่องจุกจิกที่ทำให้ไม่เข้าใจกัน เช่น ทำไมต้องพูดแบบนี้ แต่ก็คลี่คลายไปหลายอย่างแล้ว พอโตขึ้นก็จะทะเลาะน้อยลง ถ้ามีส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องความคิด เรื่องความรับผิดชอบต่างๆ อย่างตัวแบมเองเวลามีอะไรก็จะพูดไปเลย ไม่อดกลั้น แต่เด่นจะไม่ค่อยพูด แต่สีหน้าจะออก ก็คือสุดท้ายก็ต้องพูดอยู่ดี55555 แต่คู่ของแบมกับเด่นจะลืมง่าย เวลาที่ทะเลาะกันไม่ได้เป็นคนที่จมปรักกับคำพูดก็เลยจะให้อภัยกันได้ง่ายๆ รู้สึกว่าการทะเลาะกันก็แอบดี เพราะเราเข้าใจกันมากขึ้นได้พูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการ พอได้พูดมันออกไปก็รู้สึกโล่ง รู้สึกว่าคำพูดของเรามันมีความหมาย เขารับรู้ในสิ่งที่เราต้องการ เรารับรู้ในสิ่งที่เขาต้องการสื่อเหมือนกัน

แบมก็จะบอกเด่นว่าให้เก็บแต่ใจความสำคัญก็พออย่าจำรายละเอียดมากเพราะด่าเยอะ5555″ – แบม

เด่นเองก็จะเป็นคนที่ใจเย็น แล้วก็มองว่าบางอย่างเป็นเรื่องไร้สาระก็เลยอยู่กันได้55555″ – เด่น

ต่างคนต่างมีความสุข

แต่ละคู่ไม่เหมือนกัน แต่ที่มีเหมือนกันก็คือรักกันแหละ ที่ผ่านทุกอย่างไปได้เพราะเรารักกัน แล้วเราก็สู้เพื่อเรา…อย่างบางคู่มีปัญหาคือพ่อแม่ไม่โอเคกับแฟน แต่ก็ไม่ได้ขัดพ่อแม่ไม่ได้สู้เพื่อแฟน แล้วก็ปล่อยไปแบบนั้น ก็เลยไปด้วยกันไม่ได้ แต่อย่างคู่แบมกับเด่นจะมีสเปซให้ตัวเองเยอะ ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตัวเองชอบ ให้ต่างคนต่างมีความสุขที่ได้อยู่กับตัวเองบ้าง ก็จะมีกำหนดว่าวันไหนเจอกันไม่เจอกัน จะมีส่วนที่ต่างกันแต่ก็ทำให้อยู่ด้วยกันได้ อย่างเด่นเป็นคนไม่ชอบอยู่บ้าน ส่วนแบมชอบอยู่บ้าน แต่ทั้งคู่ก็ยังปรับตัวเข้าหากัน ก็เจอกันก็ไปกินข้าวดูหนังด้วยกันตามปกติแต่จะไม่กินเวลานานเกินไป เวลามีอะไรก็จะมาคุยกันตรงๆ อะไรที่ชอบก็จะบอกว่าชอบ อะไรที่ไม่ชอบก็จะบอกกันเสมอ

“เราเหมือนคนเห็นแก่ตัวมาคบกันนะ แต่มันก็ไม่ได้แย่…พอตัวเราแฮปปี้กับตัวเอง พอมาอยู่ด้วยกันก็แฮปปี้” – แบม

ช่วยกันเป็นผู้นำในความสัมพันธ์

แล้วแต่เรื่อง ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งนำในทุกๆอย่าง เช่นเด่นจะเยอะและค่อนข้างดีเทลเรื่องอาหาร แต่แบมกินไรก็ได้ไม่มีปัญหา ส่วนในเรื่องของภาพรวมแบมจะดูแล เช่นการจัดลำดับความสำคัญ ช่วยเรียงว่าทำไรสำคัญกว่า เด่นจะไม่ค่อยคิดเรื่องนี้อยากทำอะไรก็จะทำเลย แบมก็จะคอยเตือนๆช่วยเด่นคิดและตัดสินใจเรื่องต่างๆ

ลองเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในโลกของเขา

หลักๆคือเปิดใจให้กว้างๆ เปิดใจจริงๆไม่ใช่แค่ให้ผ่านไปก่อนแต่จริงๆแล้วเราไม่ชอบในสิ่งที่เขาทำ พยายามเข้าใจกันและกัน ยอมรับกันและกัน เด่นกับแบมก็มีความชอบที่เหมือนกัน ชอบรสชาติอาหารที่คล้ายๆกัน ชอบเรื่องดูหนังเรื่อง Harry Potter ฟังเพลงก็ฟังเหมือนกัน ส่วนเรื่องความต่างก็มีอยู่แล้ว แต่ลองเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในโลกของเขาอย่างเช่น แบมฟังเกาหลี เด่นก็เลยฟังด้วย เด่นดูการ์ตูน แบมก็ดูด้วย เด่นก็เป็นคนpassionเยอะ ชอบเล่นดนตรี เล่นกีต้าร์เก่งมาก แล้วก็ชอบรถ ชอบแข่งรถ แบมก็จะไปลากเพื่อนไปดูด้วยตอนแข่ง555 รู้สึกว่าอยู่ด้วยกันแล้วมีสีสัน เห็นเด่น enjoy แบมก็มีความสุข รู้สึกสนุกดี

“แบมชอบไปดูคอนเสิร์ตมีผู้ชายไรงี้ เด่นก็ไม่ได้ปิดกั้นว่าไปดูผู้ชายหล่อทำไม เด่นก็จะเอนจอยด้วย จะกดบัตรคอนเสิร์ต แบมเลยบอก เธอบัตรไม่เหลือให้เธอแล้วค่ะ มารับก็พอจบ5555” – แบม

“แบมก็ไม่ได้มาบังคับอะไรเด่นเหมือนกัน ด้วยความที่อยู่โรงเรียนชายล้วน ในสังคมผู้ชายที่อยู่มาคือจะไม่ค่อยเข้าใจผู้หญิง แต่เด่นอยู่กับแบมเยอะ อยู่กับเพื่อนแบมบ่อยๆเลยเข้าใจ” – เด่น

ถ้าวันนึงเราไม่รักกันแล้วให้ซื่อสัตย์ อย่าทำร้ายกันให้เราต้องจากกันไม่ดี

แบมกับเด่นจะคุยกันเสมอว่า เราจะไม่ฝืนตัวเอง จะซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองด้วย ถ้าเรามีความสุขก็รักษากันไว้ ถ้าเราไม่รักกันเราก็ต้องยอมรับ ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วมันไม่มีความสุขก็ต้องยอมรับผล ถ้าเด่นหรือแบมได้ไปเจอคนอื่น แล้วมาบอกกันตรงๆยังดีกว่ามารู้ทีหลัง… มันก็จะเศร้าแหละ แต่อาจจะดีกว่ามาหลอกกัน เพราะการที่คบกันมันประกอบไปด้วยหลายอย่าง พ่อแม่ก็รู้จักกัน สนิทกันมาก

“เรายังอยากมาเจอพ่อแม่เขาโดยที่เขาไม่ได้มีความรู้สึกเกลียดเรา” – เด่น

มองภาพเรื่องอนาคตเป็นภาพเดียวกัน

เรื่องในอนาคต เด่นกับแบมมีความเห็นที่ตรงกันอยู่แล้ว มีภาพใหญ่ที่คล้ายๆกันประมาณนึงเลย แต่รอจังหว่ะที่มันเหมาะสม อยากแต่งงานซักช่วง 30 ต้นๆ ภาพที่คิดไว้ตอนเด็กพอโตมาก็เปลี่ยนไป ด้วยความที่เป็นเด็กก็อยากแต่งงานเร็ว อยากมีลูกเร็วจะได้เป็นพ่อแม่ที่ยังหนุ่มสาว สุดท้ายประเด็นหลักก็คือเรื่องเงิน เราไม่อยากให้ครอบครัวมาออกเงินค่าจัดงานแต่งงานให้ งานเรา เราอยากจ่ายเองมากกว่า

“มาคิดๆดูถ้าเรามีเงินมากพอ เราจะอายุเยอะยังไงเราก็จะเลี้ยงลูกไม่เหนื่อย” – เด่น

อ่านเรื่องอื่น ๆ ได้ที่ CLEO Thailand และ FB > CLEO

More

[ajax_load_more posts_per_page='6']