Solne คลินิกบิวตี้ที่รักตั้งแต่สัมผัสแรก เรียบง่าย ใส่ใจ ละเมียดที่สุด!

ถามพี่เอ๋บอกอคลีโอว่า ตอนนี้ชอบบิวตี้ คลีนิกอะไรที่สุด พี่เอ๋บอกว่าต้อง SOLNE เลย ปกติพี่เอ๋ไม่ค่อยทำหน้าอะไรนะ เลยอยากรู้ว่าซอล์นดียังไง พี่เอ๋เลยเขียนมาให้ โหววว ละเมียดจนต้องตามๆๆๆ เท่านั้น! เอาจริงๆ ปกติไม่ค่อยทำอะไรกับหน้าเท่าไหร่ ไม่ฉีด ไม่อัลเธอร่า เวลาคนชวนไปทดลองบิวตี้ดีๆ ก็จะขอแค่นวดหน้า แล้วก็เชื่อด้วยว่านวดหน้าดีๆ น่ะ หน้ายก หน้าเด็กลงได้จริง ล่าสุดคลินิกที่รักๆๆๆๆ เลยก็คือ Solne ซอล์นอยู่ที่ตึกมหานคร ความรู้สึกแรกคือซอล์นมีกลิ่นอายเกาหลีที่หรูเล็กๆ และสบายมาก ซอล์นหอม ผ่อนคลาย และพลังงานนุ่มนวล เจอกับคุณชิ้น-ณัชพล แซ่ตั้น ฟาวเดอร์ที่ยังหนุ่มมากๆ กับน้องที่ฟรอนท์ ความเย็นสบายของทุกคน ก็ทำทุกสิ่งในใจโทนดาวน์ลงทันที “อยากให้ที่นี่เป็นที่ที่ได้เข้ามาพักผ่อน เข้ามาแล้วปรับโลกรอบตัว ให้ออกไปแล้วมั่นใจขึ้น” คือคำอธิบายความเป็นซอล์นจากคุณชิ้น ซอล์นมีแสงเดย์ไลท์ล้อมรอบ โทนสีเบจไล่ไปจนน้ำตาลของซอล์น คือเฉดสีผิวของทุกคนในความหมายของซอล์น ต้อนรับด้วยความนุ่มนวลของพนักงาน เครื่องดื่ม ช็อคโกแลตที่จัดวางมาประหนึ่งว่าเราสำคัญที่สุด ซอล์นทำให้เรารู้สึกว่ามีใครกำลังดูแลเราอยู่ จนเราเปิดประตูของกายและใจ พร้อมรอรับทุกสัมผัสจากซอล์น ซอล์นดูแลผิวหน้าตั้งแต่ระดับทรีทเมนท์ สปา ปัญหาสิว ยกกระชับ  จัดการจุดด่างดำ […]

เที่ยวแบบไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณ เหม่อล้างใจมองแต่แม่น้ำ แพที่ River Kwai Jungle Rafts กาญจนบุรีเท่านั้น!

ความดิบของธรรมชาติที่เรียบที่สุด อยู่แบบไม่มีไฟฟ้า ไม่ต้องใช้โทรศัพท์ นั่งเหม่อมองแม่น้ำล้วนๆ ที่สุดแห่งแพที่ River Kwai Jungle Rafts กาญจนบุรี ที่นี่ล้างทุกอย่างออกจากใจเราได้ราบคาบ!! ไม่คิดว่ามานอนแพแค่ 1 คืนกับความไม่มีอะไรเลยของที่นี่ จะทำให้เราติดความดิบของธรรมชาติ และโทนดาวน์ทุกสิ่งได้ถึงเพียงนี้ River Kwai Jungle Rafts อาจเป็นสถานที่ในฝันของชาวต่างชาติก็จริงนะ แต่กับสาวชาวเมืองที่ใช้โทรศัพท์ตลอดเวลา โหยหาอาหารดีๆ รักในความเย็นของห้องแอร์ ดู Netflix ต้องไปคาเฟ่ ฮอปปิ้ง ใครมาที่นี่อาจต้องใช้เวลาทำใจหนักๆ เลย ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบที่เรามี มาอยู่ที่นี่ต้องรับความดิบให้ได้ มีสายน้ำเป็นเพื่อนเท่านั้น ที่นี่เป็นแพลอยน้ำในกาญจนบุรีแถวๆ ไทรโยค แพ้นี้สร้างเป็นแพแรกของเมืองกาญจน์ สร้างมาตั้งแต่ปี 1976 สร้างโดยชาวฝรั่งเศส และมีชุมชนชาวมอญขับเคลื่อน เป็นแพที่เป็นที่รู้กันว่ามาที่นี่จะได้รับแต่ความดิบที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด บอกเอาไว้ชัดว่าไม่มีไฟฟ้าใช้นะ แปลว่าตอนกลางคืนเราจะอยู่ในความมืดสนิท แม้แต่เข้าห้องน้ำก็ไม่มีไฟ สิ่งที่แพนี้มีให้ก็คือตะเกียงน้ำมันตั้งไว้ข้างหน้าห้อง กับตะเกียงหลอดไฟสีขาวที่มีแสงไม่มากนัก แล้วก็ไฟฉายเล็กๆ แค่นั้นเลย ที่นี่คือหัวใจของชาวมอญในกาญจนบุรี ชาวมอญจะทำงานที่นี่ ดูแลที่นี่กัน มาถึงแพเราจะเห็นสาวมอญกับผ้าซิ่นป้ายแป้งผัดหน้าทานาคา หนุ่มมอญใส่โสร่งหน้ามนออกมาต้อนรับ […]

Smur Cafe เสมอคาเฟ่ บ้านหลังเล็กๆ ที่เรากลับไปพักใจ “เสมอ”

“ถ้าเรามีที่ให้พักใจ ให้เพื่อนแวะมาหาเสมอ เป็นที่ที่อบอุ่นเหมือนอยู่บ้านก็คงจะดี” นี่คือความคิดก่อนที่พวกเขาจะเปิดคาเฟ่ที่ชื่อว่า smur cafe (เสมอ) ที่อยากทำให้คาเฟ่นี้เป็นเหมือนบ้านหลังเล็กๆ ที่กลับมาพักใจได้เสมอ จากกลุ่มเพื่อน 5 คนที่โคจรมาเจอกันจนรวมตัวและสร้างคาเฟ่นี้ขึ้นมา เสมอ คาเฟ่ เกิดการการโคจรมาเจอกันของ ปัน ซินเซีย แพม บาส และแอมเม่ รวมตัวกันและสร้างคาเฟ่นี้ขึ้นมา โดยทั้งหมดเริ่มมาจาก “ปัน” ที่ชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว ประกอบกับก่อนหน้านี้ที่เคยทำร้านแกแฟ specialty มาก่อน ทำให้เขาได้ซึมซับและเรียนรู้วิธีการทำกาแฟอย่างละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนแรก และความชอบในกาแฟของปันก็เพิ่มมากขึ้น ปันเลยอยากหาเพื่อนที่มีความสนใจเรื่องกาแฟมาเป็นของตัวเองด้วยกัน ปันจึงเริ่มจากการชวน “ซินเซีย” ที่เป็นแฟนมาก่อน ตามมาด้วย “แพม” น้องสาวของปัน และ “บาส” ที่เป็นแฟนแพม และคนสุดท้ายคือ “แอมเม่” ซึ่งเป็นเพื่อนของแพม การรวมตัวกันของ 5 คนนี้จึงไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์แบบกลุ่มเพื่อนทั่วๆ ไป แต่มีทั้งเพื่อน แฟน พี่น้อง อยู่ในนี้ ซึ่งทำให้พวกเขาเข้าใจกันในทุกรูปแบบ  Smur Cafe บ้านหลังเล็กๆ ที่เรากลับไปพักใจ […]




Career, Eat

กะเพราตาแป๊ะ เขาเริ่มทุกอย่างจากศูนย์ จนเจอสูตรกะเพราที่อร่อยที่สุด



คลีโอเคยเจอคุณแป๊ะ เมื่อตอนเขาเป็นหนุ่มคลีโอ ตอนนั้นยังไม่ได้คุยกันมาก ไม่รู้เลยว่าผู้ชายสูง ขาว หน้าตายิ้มแย้มตลอดเวลาคนนี้ เขาจะมีเรื่องราวชีวิตที่สู้ยิ่งกว่า “ผมทำทุกอย่างที่ทำได้ เด็กเสิร์ฟ ล้างจาน ยืนขายอะไรก็ได้ ผมไม่อาย ผมทำหมดครับ” ไม่ใช่เพียงแค่ต่อมสู้ของเขาเท่านั้นนะ แต่แป๊ะยังเป็นคนที่ให้กำลังใจคนเป็น มีแรงใจที่ดี ไม่ว่าเขาจะต้องเผชิญกับอะไร แป๊ะมักจะมีประโยคที่เขาชอบพูดว่า “โชคดีที่….” พ่วงด้วยเสมอ เขามองทุกสิ่งที่ได้รับเป็นความโชคดี ถึงแม้จะมีความยากลำบากผสมอยู่ในนั้นด้วยก็ตาม 

หนุ่มคลีโอ แป๊ะ วรกฤต สกุลเลี่ยว

แป๊ะ วรกฤต สกุลเลี่ยวคือผู้ชายอายสามสิบต้น เจ้าของร้านกะเพราตาแป๊ะริมถนนอโศก ธุรกิจที่เขาบอกว่า “เหมาะกับผมที่สุดครับ” และสร้างรายได้ ความมั่นคงจนเป็นที่รู้จัก ทั้งรู้จักในตัวเขา และรสชาติกะเพราของเขา ร้านกะเพราเล็กๆ ร้านนี้ไม่ได้มาแบบง่ายๆ แต่ผ่านการทำงานหนักของผู้ชายคนนี้มาตลอด แป๊ะสร้างมาคนเดียว เรียนรู้เอง ลองผิด ลองถูก แพ้บ้าง ล้มบ้าง และเขาเองนี่ล่ะ ที่ให้กำลังใจตัวเองมาตลอด แป๊ะเริ่มเล่าเรื่องให้เราฟังจากประโยคว่า

“บ้านผมล้มละลายครับ”

เขาโตมาในครอบครัวอบอุ่น แต่เกิดภาวะการเงินที่ทำให้แป๊ะต้องเริ่มหาเงินเรียนมหาวิทยาลัยเองตั้งแต่ตอนนั้น “ผมเลือกเข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น เพราะผมดูแล้วว่าหน่วยกิตถูกที่สุด” แป๊ะเลือกเอนทรานซ์เข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล มหาวิทยาลัยขอนแก่น เขาย้ายไปอยู่ที่นั่น อยู่หอพักนักศึกษา เป็นความตั้งใจที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรกับชีวิต เขาจะต้องเรียนให้จบปริญญาตรีให้ได้ “ผมคำนวณแล้วว่าค่าหอ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ผมต้องมีเดือนละ 5,000 เป็นอย่างต่ำ ผมคิดว่าหาเงินได้แน่นอน น่าจะรอด” 

กะเพราตาแป๊ะ

แป๊ะเข้ามหาวิทยาลัยและทำงานไปด้วย เขาเป็นเด็กเสิร์ฟ เด็กล้างจาน และครูสอนว่ายน้ำ “โชคดีที่พ่อกับแม่ให้ผมเรียนว่ายน้ำมาตั้งแต่เด็ก เลยสอนเกือบทุกวัน ก็เลยหาเงินได้วันละ 600 บาท พอเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด”  แป๊ะใช้ชีวิตไม่ออกนอกลู่นอกทางแม้แต่นิดเดียว เขาเรียน ทำงาน เก็บเงิน ถึงชีวิตจะเปลี่ยนจากที่เคยเป็นตอนเด็กๆ มาก แต่เขาก็ถือว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นล่ะ “ชีวิตเปลี่ยนมาก เพราะเด็กๆ ไม่เคยต้องดิ้นรนหาเงิน เมื่อก่อนอยากได้อะไร อยากกินอะไร พ่อกับแม่จะหามาให้หมด พอสถานการณ์เปลี่ยน ถ้าเราไม่ทำอะไร ก็จะเหมือนหมาจนตรอก เราจะไม่มีข้าวกิน ไม่มีเงินเรียน มันเลยบังคับให้ต้องทำทุกอย่างให้รอด”

ถามแป๊ะว่าชีวิตต้องลำบากขึ้นขนาดไหน เขาบอกว่า

“เหมือนในละครครับ มีวันหนึ่งเราไม่มีเงินกันเลย แต่ต้องจ่ายค่าไฟ เราเลยไปเอากระปุกหมูที่หยอดๆ กันมา มานั่งกันพ่อแม่ลูกกับพื้น แล้วเอากระปุกวาง ทุบ นับเหรียญ นับแบ๊งค์ แบ่งไปว่าอันนี้ค่าไฟ อันนี้ไปใช้ตรงนี้ อันนี้ไปกิน”

จุดนี้ที่แป๊ะจะเอามาคอยบอกกับตัวเองเสมอว่า “เหนื่อยแค่ไหนผมไม่กลัวนะ ผมจะไม่กลับไปวันนั้นอีกแล้ว หลังจากนั้นผมเลยทำทุกอย่างที่ทำได้ ไม่อาบเลย จะให้ยืนขายอะไรผมก็ทำได้หมด เหนื่อยตื่นมาก็หาย แต่ถ้าไม่มีเงินมันหนักมาก”

ชีวิตที่ขอนแก่นสำหรับแป๊ะเขาบอกว่าดีมาก โชคดีที่เพื่อนๆ ดีหมด แล้วเขารู้สึกว่าคิดไม่ผิดที่มาอยู่ เขายังมีความสุขดี เป็นความสุขง่ายๆ ใกล้ตัว ที่ไม่ได้หายากอะไร แป๊ะบอกว่า “อย่าไปทำให้มันยาก มันอยู่ใกล้ๆ แล้วก็ง่ายมากด้วย” 

ภาพจำและความตั้งใจของเขาทำให้แป๊ะเมื่อเรียนจบเรียบร้อย เขาก็หางานทำ ได้งานที่แรกที่สมัครตามสายงานวิศวะกร เขาทำงานเกี่ยวกับระบบสื่อสารโทรคมนาคม เงินเดือนแรกที่ได้คือ 8,230 บาท แป๊ะเริ่มเก็บเงินตั้งแต่ตอนนั้น “ผมใช้ 5,000 บาท เก็บไว้ช่วยที่บ้าน และเก็บไว้เผื่อทำอะไร” แป๊ะทำงาน กลับบ้านทุกวันๆ เพื่อซื้อบ้านที่ธนาคารยึดไปกลับมา

“พี่สาวผมสองคนช่วยที่บ้านมาตลอด ผมคิดอย่างเดียวว่าถึงตาผมแล้ว พ่อแม่ดูแลพวกเรามาดีมากตั้งแต่เด็กจนยี่สิบกว่าปี เขาไม่เคยให้เราอด เขาทำให้เราเต็มที่ มันคือเวลาที่ต้องมาช่วยกันมากกว่า เป็นหน้าที่ของพวกเราแล้ว” 

แป๊ะทำงานประจำไปสี่ปี จากเงินเดือนแปดพันกว่าบาท เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มาที่ห้าหมื่นบาท เขาได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของบริษัท ได้ถูกส่งไปทำงานที่เวียดนาม เขาไปเซ็ตอัพออฟฟิศที่นั่นคนเดียว จนเข้าใจการสร้างระบบการทำงาน เมื่อแป๊ะกลับมาคราวนี้ล่ะที่เขาคิดว่าน่าจะมีธุรกิจของตัวเองได้แล้ว  แต่ธุรกิจของแป๊ะไม่ได้ภาพฝันอะไรนะ เขาทำอะไรที่ไม่ยาก และทำได้เลย แป๊ะไปเปิดรถเข็นขายลูกชิ้นปลาระเบิดแถวอ่อนนุช “ผมเริ่มจากลูกชิ้น 10 กิโลก่อน ลงทุนไป 25,000 บาท ได้รถเข็น ชุดทอด ก็ไปขายกลางคืนเลย ปรากฏว่าเราชอบแฮะ ชอบน้ำมันร้อนๆ น้ำมันกระเด็กไม่มีหลบนะ สนุกดี” แล้วลูกชิ้นของเขาก็ขายดีจนมีลูกค้าประจำมายืนรอกินแล้วบอกเขาว่า “ลูกชิ้นพี่โคตรอร่อยเลย” 

“ผมมีความสุขอยู่ข้างในเลยนะ เป็นจุดที่ผมเปลี่ยนอีกครั้งเลย แล้วคิดว่าทำไมเรามีแรงมาขายลูกชิ้นนะ ทำงานมาทั้งวัน เรายังเปิดร้านขายได้ด้วย”

จิตใจแป๊ะเริ่มไปที่อาหารก็จากรถเข็นลูกชิ้นทอดนี่ล่ะ เขาเริ่มมองต่อไปแล้วว่าจะขายอะไรดี ระหว่างนั้นเขาขยายธุรกิจเพิ่ม ทำรถเข็นลูกชิ้นทอดเป็น 5 ร้านไปด้วย จนเขามาเจอว่าแถวปากน้ำ สมุทรปราการคนเยอะ แล้วคนขายทุกอย่าง ยกเว้นยังไม่มีกระเพาะปลาอร่อยๆ “ผมเลยคิดสูตรขึ้นมาเองแล้วไปเปิดเป็นร้านข้างทางเลย เราถนัดแบบนี้ล่ะ ตัวตนเราก็มาจากแบบนี้” แป๊ะตัดสินใจลาออกจากงานประจำ แล้วไปขายกระเพาะปลา 

เขาไปซื้อของตอนหลังเที่ยงคืน กลับมานอนตอนตีสาม หกโมงเช้าตื่นเตรียมทำ แล้วเย็นๆ ไปเปิดร้าน เขาทำแบบนี้ทุกวันจนพอเข้าเดือนที่แปด ร้านเริ่มขายดีมีลูกค้าประจำ แล้วพอเวลาผ่านไปหนึ่งปี แป๊ะเลยเลิกทำลูกชิ้นปลาทอด มาขายแต่กระเพาะปลาอย่างเดียว มาถึงตอนนี้เป็นอีกช่วงเวลาที่แป๊ะลองเลี้ยวไปทำธุรกิจด้านอื่นบ้าง เขาทำครีมทาหน้าขายออนไลน์ ทำเสื้อผ้าขาย แต่ปรากฏว่าไม่เวิร์ค พังหมด เขาเลยคิดว่าขอกลับไปหาสิ่งที่ถนัดคือ อาหาร แต่เขามาพร้อมเป้าหมายที่ตั้งไว้ใหญ่ขึ้นแล้ว

“ผมอยากทำอาหารให้คนทั้งประเทศได้กิน”

เขาได้โจทย์ให้ทำอาหารไปส่งในสาขาต่างๆ ของเครือบริษัทอาหารใหญ่ระดับประเทศแห่งหนึ่ง แป๊ะลองส่งกระเพาะปลาแช่แข็งเป็นอย่างแรก แต่ไม่ผ่าน ลองส่งขนมถ้วยที่เขาต้องลองทำถึง 4 รอบ จนไปเจองานวิจัยกับประโยคเดียวเกี่ยวกับแป้งในการทำแบบแช่แข็ง เขาผ่าน และได้ขายเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรก แป๊ะค้นคว้า หาความรู้เรื่องอาหารไปหลายเมนู ส่วนใหญ่แป๊ะบอกว่า “เสนอแล้วไม่ผ่านครับ” ผ่านไปหนึ่งปีแป๊ะเลยคิดว่า ลองทำข้าวกะเพราหมูส่งแล้วกัน เขาคิดง่ายๆ ว่าใครๆ ก็ชอบกินกะเพรา และเขาได้ส่งข้าวกระเพราะหมูให้คนไทยกินกันทั่วประเทศได้แล้ว

กะเพราตาแป๊ะ

หลังจากนั้นแป๊ะเริ่มลองอยากทำอะไรที่เป็นเทรนด์บ้าง เขาลงทุนกับเพื่อนไปเปิดร้านคาเฟ่ ทำขนมแพนเค้กญี่ปุ่น แปะบอกว่า “อร่อยนะ แต่ต้องยอมรับเลยว่าผมไม่เก่งสายคาเฟ่ เพราะต้องเล่นกับเทรนด์ตลอดเวลา” ร้านขนมของเขาต้องปิดตัวลง และแป๊ะเสียเงินที่ลงทุนไป ถามเขาว่าเสียดายเงินไหม “เสียดายครับ แต่ก็ได้รู้มากกว่า รู้ว่าอะไรไม่เหมาะกับเรา และอย่างน้อยเราได้เรียนรู้ครับ” แป๊ะเอาประสบการณ์ไปปรับปรุง แล้วหันมามองอะไรที่เป็นตัวเขาเองจริงๆ

“ผมคิดเลยว่าผมถนัดอะไร เราอยากสื่อความเป็นตัวตนเราแบบไหน แล้วสรุปเลยว่าผมอยู่กับการทำกะเพราข้างกล่องมา 6 ปีแล้ว รู้ทุกซอกทุกมุม ก็เลยคิดว่าเปิดร้านขายกะเพรา แล้วใส่ความรู้ทุกอย่างที่เราสั่งสมมาสิบกว่าปีนี่ล่ะให้หมด”

แป๊ะพัฒนาสูตรกะเพราของเขาอีก และเลือกกลุ่มคนทำงาน ราคาไม่แพง กินได้ทุกวัน ร้านกะเพราะตาแป๊ะกลางถนนอโศกจึงเกิดขึ้น แน่นอนว่าเขาทำเองทั้งหมด ผัดขายเอง เทรนเด็กในร้านเอง เขายืนผัดขายตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นทุกวันเป็นเวลาสองปี และกำลังถ่ายทอดวิชาให้กับน้องๆ ในร้าน ภายในเวลาไม่นาน กระเพราะของแป๊ะก็ติดใจคนทำงานแถวนั้น และคนอื่นๆ ทั้งบล้อกเกอร์ คนดัง รายการต่างๆ ก็ไปเชียร์เขากันอย่างมาก 

วันนี้แป๊ะขายกระเพราะ ทำอาหารส่งขาย และเป็นนายแบบ เป็นแขกรับเชิญในรายการด้วย เขาเป็นอะไรมาเยอะแยะก็จริง แต่เราว่าเขาคือนักสู้ สู้มาจากความลำบากจริงๆ เกิดเป็นการเรียนรู้ และสั่งสมออกมาเป็นประสบการณ์ จนเป็นองค์ความรู้ และความชำนาญของเขา ถามแป๊ะว่าสิ่งที่ผ่านมาเรื่องที่ต้องพังไปบ้าง เสียเงินก้อนใหญ่ไปบ้าง แป๊ะรู้สึกยังไง

“ผมรู้ว่าธุรกิจก็เป็นแบบนี้ล่ะ ถ้าที่ผ่านมาผมไม่เคยเจ๊งมาก่อน ผมคงไม่มาไกลขนาดนี้ ทุกอย่างมันถูกนำมาใช้หมดเลย เหมือนเราปลูกต้นไม้ ตอนแรกไม่เห็นผล แต่พอ 5 ปีผ่านไป ก็เริ่มมีรากฐาน ออกดอกออกผล แล้วมันจะให้เรามาเรื่อยๆ” 

กะเพราตาแป๊ะ

สิ่งหนึ่งที่เขาเป็นคือ “ผมไม่นอยด์นะ แต่จะลุกให้เร็ว เพราะถ้าลุกไม่เร็วพอ โอกาสมา เราจะคว้าไม่ทัน” จากวันแรกที่แป๊ะมีเงินศูนย์บาท สิบปีผ่านไปเขาสร้างตัวเองจนมีกำไรต่อเดือนหลายแสนบาทได้ ความเป็นอยู่และทุกสิ่งทำให้เขาและครอบครัวมีความสุขกันแน่นอน แต่คนอย่างแป๊ะเขาไม่ขอเลือกความสุขที่มากล้น หรือเหมือนฝัน เขาบอกว่า “ครอบครัวเรามีความสุขธรรมดาๆ ครับ บ้านเรายังไม่รวย แต่ผมว่าผมโชคดีที่บ้านเราเป็นแบบนั้นนะ เพราะไม่อย่างนั้นเราคงไม่แข็งแรงเท่านี้” 

ในทุกสิ่งที่เป็นแป๊ะ เขาบอกเรามาอีกว่า “พยายามเท่านั้นครับ แรกๆ อาจจะยังไม่เห็นผล แต่อดทนไปครับ พยายามให้มากล้นกว่าใครให้ได้ ท้อได้บางครั้ง แต่พรุ่งนี้มีอะไรรอเราอีกเยอะมาก เราอาจพลาดสิ่งดีๆ ไป แต่อย่าเอาสิ่งดีๆ ไปผูกกับเงินอย่างเดียว เพราะมันมีทั้งความสุขง่ายๆ คนที่เรารักด้วย เอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นแรงใจให้เราดีกว่า เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมกับโอกาสดีๆ ต่อไป ร่างกายก็ต้องพร้อมลุย เก็บแรงให้เยอะที่สุด เพื่อโอกาสนั้น แล้วถ้ามันมัน เราจะไม่พลาด อย่าตีกรอบให้ตัวเองด้วย อย่างผมถ้าเป็นแค่วิศวกร ผมอาจไม่มีวันนี้ก็ได้”

“ที่สำคัญมากๆๆ คือกำลังใจครับ เราต้องให้กำลังใจตัวเองตลอดจริงๆ เราต้องคิดว่าจะทำให้ดีที่สุด แต่อยู่บนความเป็นจริงนะ ในตอนแรกทำคนเดียวไปก่อน เรียนรู้ในแบบของเรา แล้วพอได้เข้าไปในธุรกิจจริงๆ เราจะรู้ว่าถ้าเราอยากโตขึ้น เราจะทำคนเดียวไม่พอ ต้องมีหุ้น เราก็จะรู้ว่าเราจะเลือกหุ้นส่วนแบบไหน ปัญหาคืออะไร เราต้องมีแนวคิดของตัวเอง มีแกนที่ชัด เพราะอาจมีคนหลายคนทำให้เราเขว”

“แล้วหลังจากนั้นเราจะเอาประสบการณ์ที่สั่งสมมา มาใช้อย่างเป็นธรรมชาติเอง ตัวตนเราจะแน่น ยังมีอยู่ทั้งหมด แต่เราบิดทุกอย่างไปตามสิ่งที่เราเรียนรู้ ก็จะสนุกและลงตัว แล้วเราจะเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ครับ”

คลีโอขอขอบคุณเรื่องราวและกำลังใจจากคุณแป๊ะ วรกฤต สกุลเลี่ยว จากใจ และขอให้เป็นเรื่องราวที่สร้างกำลังใจ และอินสไปร์ใครอีกหลายๆ คน

สนใจลองกะเพราตาแป๊ะ ที่นี่เลย

ซอยประสานมิตร ถนนสุขุมวิท พิกัด : https://goo.gl/maps/sBCn6sEwGURoTHEw9

โทร: 065 3965291 Facebook.com/kapraotapae Line: @kapraotapae

More