ดาโคต้าบอก..แอนโตนิโอ(พ่อเลี้ยง) เปลี่ยนครอบครัวของเธอ ‘ตลอดไป’ ด้วยความรักของเขา

ดาโคต้า จอห์นสัน (Dakota Johnson) เป็นนางเอกที่สวยและมากด้วยความสามารถ แต่สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ก็คือ.. ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพระเอกรุ่นใหญ่ แอนโตนิโอ แบนเดอราส (Antonio Bandares) กลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอ

ความรักแบบ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่ต้องการแค่อ้อมแขนและคนคุยกันลื่นไหล

ประโยคของเจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่เราเองก็รู้สึกแบบเธอเป๊ะๆๆๆ อยากมีใครที่ใช่ คุยกันรู้เรื่องและเล่าเรื่องของวันนี้ที่เจอให้เขาฟัง สำหรับผู้หญิงที่ต้องออกไปสู้โลกทุกวัน สู้คนเดียว ต้องเข้มแข็งให้ได้ อ่อนแอยังไงก็ต้องเก็บเอาไว้ ความรู้สึกอยากมีใครสักคน อาจไม่ใช่ว่าเขาต้องมาดูแล มาหาเงิน หาบ้านอะไรให้ แต่คือความรู้สึกที่ละทุกอย่างของวันออกไป แล้วเข้าไปซุกในแขนของเขาหันไปบอกกับเขาว่า “วันนี้แย่จัง เหนื่อยจัง” เขาอาจจะดึงเราเข้าไปกอดให้แน่นขึ้น เอามือลูบหัวเรา แล้วบอกเราว่า “ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย แต่เดี๋ยวมันก็จะดีขึ้นนะ” ข้อดีของการมีคนรักที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน คือเขาจะรู้ทุกโมเมนท์ของชีวิตเรา ว่าช่วงไหนเราเป็นยังไง เขาจะซัพพอร์ตจิตใจเราได้ทัน และคอยเป็นทั้งเพื่อน ทั้งคู่คิด เป็นคนรักที่จูงมือเราไปสูดอากาศดีๆ แล้วเพียงไม่กี่นาที โลกทั้งโลกก็หายไป เรารู้สึกสบายใจและช่างผ่อนคลายเหลือเกิน เหมือนที่เจนนิเฟอร์ อนิสตันเคยบอกหลังจากเลิกกับจัสติน เธอโรซ์สามีของเธอเมื่อปี 2018 ว่า “ไม่มีใครที่เรดาร์ฉันกระดิกได้ แต่ฉันว่าถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาที่ฉันพร้อมจะแชร์ชีวิตของฉันกับใครอีกคนแล้ว” เจนนิเฟอร์บอกว่า “ในความสัมพันธ์ เรื่องโรแมนซ์ไม่ใช่สิ่งสำคัญ” สำหรับเธอเลย เธอรักในการเป็นผู้หญิงที่ไม่ต้องพึ่งพิงผู้ชาย เธอคือผู้หญิงที่สร้างตัวเองมาด้วยตัวเอง เจนบอกว่าความสัมพันธ์ของเธอจะเริ่มขึ้นได้เพียงมี “บทสนทนาที่ลื่นไหลตั้งแต่ได้คุยกันครั้งแรก” นั่นเป็นสัญญาณที่ดี “เขาต้องมั่นใจในตัวเอง แต่ไม่เยอะไป มีอารมณ์ขัน แล้วก็ขอร้อง ขอร้องเลยนะว่า เขาต้องใจดีกับผู้คนด้วย” […]

Q: ทำไมฉันเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่เลิกคบไปไม่ได้?

คำถามคาใจตัวเองทุกครั้งที่เริ่มคบใคร ไปไม่รอดแล้วยังเป็นเพื่อนกันก็ไม่ได้! Q: “ฉันมีเพื่อนผู้หญิงเยอะเลยนะ แต่ยากมากจะมีเพื่อนผู้ชายที่สนิท แล้วพอคบใครหลังจากนั้นก็เป็นเพื่อนกับพวกเขาไม่ได้ ไม่ได้เลิกกันไม่ดีนะ แต่ไม่ชินที่จะมีเพื่อนผู้ชาย เลยทำให้ฉันคบผู้ชายเยอะ คบแล้วเลิกๆ และหายกันไปเลยตลอดเวลา แล้วพอมาชอบเพื่อนตัวเอง หรือชอบผู้ชายที่ทำงาน ก็ไม่กล้าไปต่อ กลัวจะเสียเพื่อนไปเลยแล้วไง?” A: ซื่อตรงกับตัวเองที่สุดก่อน ว่าจริงๆ คุณต้องการผู้ชายที่ดีจริงสำหรับชีวิตด้วย! เหมือนกับว่าคุณคิดว่าคุณน่ะคงไม่ดีพอจะเป็นเพื่อนกับใครได้ และคงมีอะไรผิดๆ ในความสัมพันธ์ที่ทำให้รักษาความเป็นเพื่อนไว้ไม่ได้ เราอยากให้คุณยอมรับตรงๆ กับตัวเองก่อนว่า “คุณต้องการความสัมพันธ์ที่ดี และผู้ชายที่รักคุณ” ลองเขียนคุณสมบัติเริ่ดๆ ในตัวคุณสัก 10 ข้อ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตา รูปร่างนะ และบอกเลยว่าทุกคนที่คุณจะเจอต่อไปนี้ เขาจะได้รับสิ่งดีของคุณเช่นนั้น แล้วลองมองหาผู้หญิงที่คุณชื่นชม ว่าเธอช่างสามารถเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่เคยคบได้  ดูวิธีที่เธอคุยกับพวกเขา ดูบุคลิก รอยยิ้ม ท่าทาง ลองเรียนรู้แล้วลองเอาไปใช้เวลาเดทกับใคร ที่สำคัญเวลาเดทกับใครเปิดกว้างกับเขาไปเลยว่า คุณอยากรเรียนรู้จักเขา อยากเป็นเพื่อนกับเขาให้ดีก่อน ต้องใจแข็งไว้นะถ้าเขาจะมาขออะไรที่เป็นทางกายกับเรา เอาให้ชัวร์ในความเป็นเพื่อนแล้วค่อยไปต่อจะดีกว่า สุดท้ายเลยอยากบอกว่าลองไปโฟกัสชีวิตด้านอื่นด้วย ให้เราเอนจอยกับตัวเอง เป็นเพื่อนกับตัวเองให้ดี ถ้าเรามัวแต่เคลิ้มถึงหนุ่มในออฟฟิศ หรือเพื่อนของเพื่อน หรือบางทีอาจเผลอไปเคลิ้มแฟนเพื่อน เราก็อาจกลายเป็นคนคลั่งรัก และคาดหวังในความสัมพันธ์เกินไป จนมองข้ามความเข้ากันได้ […]

3 คำเตือนจากกูรูเรื่องงาน “ถ้าไม่เริ่ดจริง ขอเงินเดือนแรงแบบนี้ อาจพังได้นะ”

เป็นมุมเรื่องงานที่บางทีก็ลืมมองตัวเองไป ขอยอมรับและโล่งๆ กับตัวเองพิจารณาอีกครั้ง “เราคิดว่าเราเก่ง” หรือที่ผ่านมา “หัวหน้าเราน่ะเก่ง” กันแน่! เป็นหนึ่งในคำเตือนที่เราว่าสุดจะดึงเราให้กลับมามองตัวเอง เจฟฟ์ อาร์ แดเนียล กูรูเรื่องงานในอเมริกาเตือนคำทำงานที่เปลี่ยนงานเพื่อจะจั๊มเงินเดือนมาว่า “บางครั้งคนเราก็คิดว่าตัวเองเก่งเกินความสามารถจริง” เขาบอกว่าหลายๆ คนทำงานความเก่งของเขาไม่ใช่ตัวเขาเองล้วนๆ แต่เป็นเพราะ “เขามีหัวหน้าที่เก่ง” หรือมี “ทีมงานที่เก่ง” “คนทำงานที่อาจจะโชคดีหรือโชคร้ายนี่ล่ะ ที่มีหัวหน้าเก่งกาจไปหมด แถมยังใจดูปกป้องทุกสิ่งให้ เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าเขาหลบอยู่ข้างหลังหัวหน้าคนนั้นมาตลอด พอมาถึงตอนที่หัวหน้าแยกวงไป เขาก็จะเคว้งคว้าง ตอนนี้ล่ะที่เขาต้องเลือกงานใหม่ เขาเลยจั๊มตัวเองให้สูงไปเลย ซึ่งอาจทำให้ร่วงลงมาได้ ถ้าไม่ประเมินการทำงานของตัวเองให้ดีก่อน” เจฟฟ์บอกว่าคนเรามีเหมือนกันที่โชคดีมีหัวหน้าคอยปาดทุกเรื่องให้ เขายืนอยู่ข้างหลังหัวหน้าคนนั้น แต่สายตากลับเข้าไปสวมเป็นหัวหน้า เวลาเขาเปลี่ยนงานเขาใช้สายตานี้ล่ะที่พาเขาไป ไม่ว่าจะเป็นการขอเงินเดือนให้มากกว่าที่เดิมมากๆ ขอตำแหน่งและอีกหลายสิ่งที่เขาคิดว่าเขาสมควรจะได้ เขาลืมมองไปว่า “เขาอาจไม่เก่งพอ” เพราะทุกครั้งที่ผ่านมา เรื่องยากๆ ที่ทำให้โปรไฟล์เขาดูดีน่ะ เป็นหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมทีมปาดให้ทั้งนั้น เจฟฟ์เลยมอบ 3 คำเตือนที่อยากให้ทุกคนที่กำลังจะเปลี่ยนงาน ถามตัวเองดังๆ ก่อนว่า… สุดท้ายถ้าเรายังคิดว่าเราสมควรได้รับอะไรที่เริ่ดกว่าเดิมมากจริงๆ ถ้าเราเก่งจริงลุยเลย แต่ถ้าไม่ใช่คิดเผื่อด้วยว่า เราจะได้รับความกดดันจากงานใหม่นั้นขนาดไหน เพราะถ้าพลาดเราอาจเสียความมั่นใจไปเลย อย่าลืมคิดด้วยว่าบางครั้งสิ่งที่มาเหนือความเก่งอีกอย่าง ก็คือเรื่องของบารมี พลัง ความมั่นใจ […]




Career

นักธุรกิจหญิงไทย เจ้าของ สตาร์ทอัพในอังกฤษ คอนเซ็ปต์ของเธอคือ ความแซ่บ!



เราได้รู้จักชื่อพี่จีจี้-ปิยาภรณ์ โพร้งประภา จากเพื่อนคนไทยที่เมืองลีดส์ พี่จีจี้เป็นนักธุรกิจหญิงไทย(คนแรกๆ) ที่ได้ Startup and Innovator Visa จาก Nexus เพื่อมาทำธุรกิจ สตาร์ทอัพในประเทศอังกฤษ

คำแรกที่พูดทันทีหลังจากฟังเส้นทางการฝ่าฟันร้อนหนาวของพี่จีจี้ “เฮ้ย ผู้หญิงคนนี้เท่อ่ะ!” จนได้มาเจอพี่จีจี้ตัวจริงและเห็นตารางชีวิตแต่ละวัน ยอมใจในความสู้ ความมีแพชชั่นแรงกล้า และความแซ่บ! เพราะพี่จีจี้ขายผงโรยข้าวรสชาติไทยๆที่อร่อยนัวทุกอณู ที่สำคัญ เจ้าตัวยังเผ็ดแซ่บในวัย 40 จนเราต้องขอสัมภาษณ์มาอินสไปร์ผู้หญิงฝันใหญ่คนอื่นๆกันต่อเลยทีเดียว

เส้นทาง Suda’s Taste (สุดาส์เทสต์)

“บริษัทสตาร์ทอัพของเราชื่อ Suda’s Taste ผลิตและจำหน่ายผงโรยข้าวรสชาติไทยๆในชื่อ Suda’s Seasoning ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากฟูริคาเคะหรือผงโรยข้าวของญี่ปุ่น ส่วนสุดาก็คือชื่อคุณแม่ เพราะคุณแม่เป็นหมือนผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เราทำมาด้วยกันในครัวเล็กๆที่บ้าน คิดสูตรกันเอง ก็เลยให้เครดิตคุณแม่ในเรื่องของรสชาติ

สตาร์ทอัพในอังกฤษ

เหตุผลที่ได้มาเริ่มธุรกิจที่เมืองลีดส์ ประเทศอังกฤษ ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่เราได้มาเรียนโทที่นี่ เราชอบบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมของลีดส์ ก็พยายามหาช่องทางที่จะได้ทำงานที่นี่ต่อ จนได้รู้จักกับ Entrepreneur visa (ตอนนี้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Startup and Innovator Visa) หรือวีซ่าสำหรับผู้ประกอบการและนักธุรกิจ เทียบเท่ากับวีซ่า Tier1 ที่ใช้ทำงานที่นี่ กติกาก็คือ เราจะต้องมีไอเดียในการทำธุรกิจ และต้องส่งแผนธุรกิจ เพื่อให้ทางมหาวิทยาลัยและพาร์ทเนอร์ช่วย endorse หรือช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจของเรา รวมไปถึงการอนุมัติวีซ่าประเภทนี้ให้ ในปี 2014 เราทำแผนส่งที่มหาวิทยาลัยฮัดเดอร์ฟีลด์ก่อนที่แรก แต่ไม่ได้ แถมปิดประตูใส่หน้า เราเลยลองส่งอีเมลไปที่มหาวิทยาลัยลีดส์ในฐานะศิษย์เก่า ที่นี่จะมีโปรแกรมที่เรียกว่า SPARK ซึ่งช่วยสนับสนุนศิษย์เก่าที่อยากทำธุรกิจอยู่แล้ว ก็ได้คุยกับทีมให้คำปรึกษาของ SPARK ตั้งแต่ปี 2017 บินมาคุยตัวต่อตัวก็มี ได้คุยแค่ครึ่งชั่วโมงก็จะมา เพื่อให้เค้าเห็นว่า เราสู้นะ เราอยากได้จริงๆ จนปี 2018 แผนธุรกิจผ่าน เราก็เคลียร์งานอาจารย์ที่ทำอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตัดสินใจลาออก ทำวีซ่ามาอังกฤษปี 2019 มาถึงก็เจอโควิดไป 1 ปีเต็ม! แต่ก็โอเคแหละ เพราะได้ขยายวีซ่าเพิ่มอีก 1 ปี บวกกับตอนนี้ธุรกิจได้เข้าโปรแกรมสนับสนุนนักธุรกิจของ NatWest ที่เป็นสถาบันทางการเงินของที่นี่ ได้ต่อวีซ่าเพิ่มไปอีก 3 ปี เท่ากับว่า เราจะได้อยู่ทำธุรกิจที่นี่ยาวจนได้ Residency (วีซ่าถาวร) ของอังกฤษไปเลย”

ธุรกิจที่ดี ต้องมี mentor ที่ดี

สตาร์ทอัพในอังกฤษ

“ก่อนจะได้คุยกับทางทีม SPARK เราเองก็ยังไม่นิ่งเรื่องแผนธุรกิจ เคยคิดอยากทำร้านกาแฟออร์แกนิค แต่ในแวดวงธุรกิจเนี่ย ร้านกาแฟมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เราเลยไปปรึกษาพี่หมู-ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ (พี่หมู Ookbee) ที่เป็น mentor ในการทำธุรกิจสำหรับเรามาเสมอ วันนั้นเป็นวันเปลี่ยนชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะพี่หมูช่วยเกลาไอเดียธุรกิจให้ โดยเริ่มจากคำถามว่า เราถนัดอะไร? ซึ่งเราทำเคยน้ำพริกขายมาก่อน ที่บ้านเราจะมีสูตรน้ำพริกอร่อยที่ใครๆก็อยากให้เราตำให้กิน แต่จะขายน้ำพริกก็ไม่ universal ฝรั่งอาจจะไม่เก็ทเท่าไหร่ พี่หมูก็ให้ไอเดียต่อไปว่า ถ้าถนัดทำน้ำพริก ก็ลองปรับผลิตภัณฑ์ดูสิ ทำในสิ่งที่ผู้บริโภคอยากซื้อซ้ำและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย เราเลยเกิดไอเดียที่จะทำผงโรยข้าวรสไทยๆ ก็ส่งแผนธุรกิจให้กับทาง SPARK มีการปรับไอเดีย ปรับแผนต่อมา จนในที่สุดก็ได้วีซ่าเพื่อทำสตาร์ทอัพ”

นักธุรกิจหญิงไทยในต่างแดน=ยากในยาก

“คำว่า entrepreneur ยากตั้งแต่คิดจะเป็นแล้ว ยิ่งเป็นผู้หญิง ยิ่งยากขึ้นไปอีก มันมีแรงปะทะเข้ามาหาเราทุกวัน มีเรื่องต้องตัดสินใจ มีความรับผิดชอบสารพัด จิตใจต้องแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวมาก ยังไม่รวมถึงการย้ายมาอยู่ในต่างแดน ต้องเจอทั้งความโดดเดี่ยว ไม่ได้มีเพื่อนมีครอบครัวมาคอยซัพพอร์ทจิตใจ เจออะไรหนักหนาแค่ไหน ต้องผ่านไปให้ได้ด้วยตัวเอง ร้องไห้ก็ปลอบตัวเอง เวลาจะไปหาแฟน ไปมีความรัก ไปเดท ยังไม่ค่อยจะมีเล้ยยย ตอนนี้เลยโสดสุดๆ ทำแต่งานวนไป สำหรับเรา ชีวิตต่างแดนมันเป็นความยากที่เพิ่มจากการทำธุรกิจขึ้นไปอีก และเป็นพาร์ทที่คนทั่วไปไม่ค่อยได้รับรู้หรือเห็นกัน

สตาร์ทอัพในอังกฤษ

ทุกครั้งที่เราบอกคนที่นี่ว่า เราเป็นนักธุรกิจที่มาจากประเทศไทย เค้าจะตอบกลับมาว่า ‘You’re so brave” ทำให้เราได้คิดว่า เออ เราก็กล้าจริงนะ ถามว่ากลัวมั้ย ความกลัวมันมีอยู่ตลอด แต่สุดท้ายความอยากมันใหญ่กว่า แล้วเราเป็นคนสู้ไม่ถอยง่ายๆมาตั้งแต่เด็ก พอรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ก็จะสู้ทำมันไปจนกว่าจะได้ ถือเป็นข้อดีสำหรับเรา แต่ภาพที่คนเห็นใส่สูทสวยๆลุคเท่ๆนี่ เบื้องหลังเสียน้ำตา เสียเหงื่อ เสียพลังใจมาหมดแล้วทุกรูปแบบ แต่ไม่เคยคิดจะเลิกทำ”

ผงโรยข้าว Suda’s เสน่ห์อยู่ตรงไหน?

“เราเชื่อว่าคงมีผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกันบ้างในตลาด แต่สำหรับเรา Suda’s Seasoning มันคือความสนุกจากการได้นำผงโรยข้าวตัวนี้ไปสร้างสรรค์เมนูในแบบของตัวเอง แซ่บในแบบของตัวเอง คือเราออกแบบผลิตภัณฑ์มาให้คนกินแล้วจอย สโลแกนก็คือ The seasoning of Joy พกพาไปที่ไหนก็ได้ กินแล้วแฮปปี้ อร่อยง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ ผงโรยข้าวตัวนี้เลยเหมาะกับวิถีชีวิตคนสมัยใหม่ ถ้าขี้เกียจก็แค่แกะซอง แล้วเอาไปโรยข้าวก็ได้ โรยอาหารอื่นก็ได้ เช่น ไก่ย่าง หรือโรยขนมพวกป็อบคอร์น มันฝรั่งทอด คนต่างชาติเห็นเกิดไอเดียที่จะเอาไปกินในแบบของเค้า ที่สำคัญ เราใช้วัตถุดิบไทยแท้ นำรสแบบไทยๆมาทำให้เข้าถึงได้ในตลาดนานาชาติ ตอนนี้มีตัวผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะวางขาย 2 รสชาติคือ รสต้มยำกับแกงเขียวหวาน แต่ต่อไปจะมีอีก 4 รสชาติที่ตามมา”

ความสำเร็จคือ รสชาติไทยที่ใครก็ชอบ

“นักธุรกิจส่วนใหญ่จะมองถึงกำไรหรือยอดขาย แต่ในธุรกิจประเภทอาหาร เราหวังที่จะเห็นคนกินผลิตภัณฑ์ของเราแล้วชอบ รู้สึกอร่อย เกิดแรงบันดาลใจเอาไปครีเอทเมนูในแบบของเค้าเอง ถ้าลูกค้าแฮปปี้ ยอดขายหรือกำไรมันก็จะตามมา แล้วเราก็อยากให้รสชาติไทยๆที่ฝรั่งเค้ารู้จักกันอยู่แล้ว ไปปรากฏอยู่บนชั้นวางในซูเปอร์มาเก็ตดังๆที่นี่ อย่าง Waitrose หรือ Sainsbury’s ซึ่งตอนคิดผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ภาพในหัวเราชัดมากว่าอยากให้รสชาติเป็นแบบไหน แพ็กเกจจิ้งหน้าตายังไง เวลาไปวางบนชั้นวางจะเป็นยังไง เราเลยเลือกใช้การนำเสนอที่ชวนให้คนอยากหยิบลงตะกร้า ใช้รสชาติที่จับต้องง่าย อย่างรสชาติที่มาจากอาหารไทยเลย เพื่อให้เวลาตีความออกมาเป็นภาพ มันเข้าใจง่ายสำหรับคนทุกชาติ ไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้น”

จะไปให้ไกล ฝันต้องใหญ่ แพชชั่นต้องแน่น

“ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำแผนธุรกิจมาจนวันนี้ ก็ 7 ปีแล้วนะ ถ้าไม่ใช่แพชชั่น คงพับแผนกลับบ้านไปแล้ว เพราะเวลาบอกใครว่า เฮ้ย เราอยากทำสตาร์ทอัพในอังกฤษ จะมีคนพูดว่า ฝันใหญ่ไปรึเปล่า? ไม่ค่อยมีใครเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง ยกเว้นพี่หมูคนเดียว แต่สำหรับเรา เรามองเห็นภาพตัวเองเป็น CEO หญิงมาตลอด เชื่อหมดใจว่าตัวเองทำได้ ขอแค่โอกาส เราเองก็มีลิมิตของเราอยู่ ถ้าสุดมือสอยก็ปล่อยวาง แต่สำหรับธุรกิจนี้ มันยังไม่สุด เลยทำให้สู้กับมันมาได้หลายปีแบบที่แพชชั่นไม่ตก ยิ่งพอได้มาอยู่ที่นี่ ได้ห้อมล้อมไปด้วยคนเก่ง ได้เห็นโอกาสและศักยภาพที่มันพัฒนาขึ้น เรายิ่งมีไฟ ตอนนี้ก็เริ่มมีขยายทีม ได้น้องๆรุ่นใหม่มาช่วย ธุรกิจก็เริ่มลงตัวมากขึ้น

สตาร์ทอัพในอังกฤษ

เป้าหมายต่อไปที่อยากทำให้ได้คือ อยากรันธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อน ต่อยอดไปในสาย innovation ขายหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ และขยายธุรกิจไปลงทุนในประเทศอื่น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้ทำงานกับวง BTS นี่เห็นภาพงานแถลงข่าวมารอแล้วนะ ถ้าได้พวกน้องๆวง BTS มาเป็นพรีเซ็นเตอร์จะฟูลฟิลจิตใจมากๆ เพราะ BTS เป็นวงเกาหลีวงเดียวที่เราเป็นแฟนคลับ เป็นต้นแบบของแพชชั่นและความพยายาม วงเค้าเริ่มจากศูนย์จนไปได้ไกลระดับโลก ก็ดูจะเป็นฝันใหญ่อีกแหละ แต่ไฟยังแรงอยู่ จะลองทำดูซักตั้ง”

instagram : @sudastaste

facebook : @sudastaste

Written by : Natty P.

อ่านเรื่องราวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทาง CleoThailand หรือ FB: @CleoThailand

More