ผู้หญิงเป็นซึมเศร้ายุคนี้ อาจเพราะเติมไม่เต็ม และหาตัวเองไม่เจอ

ได้คุยกับเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง เธอเป็นคนน่ารัก สนุกสนาน ทำงานเก่ง แต่เธอยอมรับกับเราตั้งแต่ 15 นาทีแรกที่คุยกันว่า “หนูเป็นซึมเศร้ามาตลอดชีวิต” แทบจะไม่เชื่อ และดูไม่ออกเลยว่าเธอมีอะไรในใจกับตัวเองขนาดนั้น แต่ทุกวันนี้เธอใช้ชีวิตด้วยการกินยา ไปหาจิตแพทย์เป็นประจำ ไม่สนใจใคร และไม่กลัวตายเลยสักนิด 

10 Virtual Influencers ของโลก ที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้

เห็นรูปอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้แล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาไม่ใช่คนจริง! อินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริง (Virtual Influencer) กลายเป็นผู้มีอิทธิพลที่กำลังมาแรงที่สุดในโลกโซเชียล พวกเขาสามารถดึงดูดผู้ติดตามจำนวนมากได้ และแบรนด์ระดับโลกจำนวนมากก็ยังเปิดรับโลกเสมือนจริงจนกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล กำลังเปลี่ยนไปอย่างที่สุด!

เดินชมจานชามสุดหรู และเรียนรู้ Etiquette บนโต๊ะอาหาร @ THE PRESTIGE Luxury Tableware รู้เอาไว้ก็กลายเป็นไฮโซได้ทันที !

เพราะมารยาทเป็นเรื่องของทุกคน วางตัวดี มีสง่า ใคร ๆ ก็อยากอยู่ใกล้ จะทำอะไรใครก็เอ็นดู ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ กำลังเรียน ทำงาน หรือพบปะผู้คน ยิ่งในยุคสมัยนี้ที่การเข้าสังคมยิ่งสำคัญ พอพูดถึงเรื่องการเข้าสังคมก็จะขาดเรื่องมารยาทไปไม่ได้เลย เรื่องนี้เราว่าหลาย ๆ คนน่าจะให้ความสำคัญอยู่แล้วล่ะ ใครมีเยอะยิ่งได้เปรียบ ไม่ใช่แค่การพูด การวางตัวนะ แต่รวมไปถึงมารยาทในการเข้าสังคม การนั่งรับประทานอาหาร รู้ไว้ได้เปรียบเสมอ ใครจะไปรู้ว่าวันนึงเราอาจจะต้องไปออกงานสังคมใหญ่ ๆ งานกาล่าหรู ๆ กับคนดังมีชื่อเสียงก็เป็นได้ ถ้าเราเทรนมาดีก็ไม่มีปัญหา แถมเราจะได้รับความประทับใจไปเต็ม ๆ ต่อยอดเรื่องงาน สร้างคอนเน็กชันได้สบาย ๆ วันนี้เลยอยากพามาทัวร์ที่ THE PRESTIGE Luxury Tableware วันก่อนได้มีโอกาแวะไปที่ THE PRESTIGE Luxury Tableware มา ร้านนี้เป็นร้านขายเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสุดหรูแห่งใหม่ใจกลางเมือง ตั้งอยู่ท่โรงแรม Mandarin Oriental ความว้าวของร้านนี้คือ Tableware ของเขาจะนำเสนอผลงานสุดพิเศษและเหนือกาลเวลาของ “ศิลปะบนโต๊ะอาหารสไตล์ฝรั่งเศส” (Arts de la […]

Beauty Product ที่เรารัก ประจำเดือนธันวาคม <3

ถึงเวลาป้ายยา ประจำเดือนธันวาคม Beauty Product ที่เรามอบหัวใจให้ทั้งดวง ไหนจะช่วยเซฟผิวเราจากอากาศหนาวๆ และช่วยให้สิวไม่ขึ้นเพราะหน้ากากอนามัย ไม่มีบอกใบ้ บอกกันชัดๆ ไปเลยว่า เซ็ตนี้!




Career, Eat

Cafe SOU คือความฝันที่เป็นจริงของ แบม อริสา



เรามีความฝันอยากทำคาเฟ่เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะทำงานที่ไหน อายุเท่าไหร่ เราก็ยังอยากเปิดคาเฟ่อยู่ดี

Cafe SOU จึงเป็นเหมือนความฝันที่กลายเป็นความจริงของ แบม อริสา เธอกล้าที่จะลงมือทำตามความฝันของตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร มีอะไรอยู่ในมือ แล้วพุ่งชนเข้าหาสิ่งนั้น โดนที่ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร เธอก็พร้อมลุยและรับมือกับมันเสมอ เพราะทางเดินนี้เป็นทางที่เลือกเองด้วยความเต็มใจและความสุขที่จะได้ลงมือทำมันอย่างสุดใจ

เราเคยได้ยินชื่อคาเฟ่ที่นี่มาผ่าน ๆ หูอยู่เหมือนกัน แต่แปลกดีที่เวลาที่ได้ยินชื่อคาเฟ่นี้ขึ้นมาทีไร เราก็สามารถสร้างภาพในหัวได้แบบอัตโนมัติ เริ่มจากโฮมคาเฟ่ที่เหมือนเป็นบ้าน บรรยากาศโฮมมี่ การตกแต่งร้านที่ไม่เหมือนใคร มันเซ็ตขึ้นมาในหัวเราหมดแล้ว อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน รู้แค่ว่านี่แหละ Cafe SOU และแน่นอนว่าในลิสต์คาเฟ่ของเราก็มีร้านนี้อยู่ในนั้น ที่เราต้องลองไปให้ได้สักครั้ง

โชคดีมากที่เพื่อนของเรารู้จักกับเจ้าของคาเฟ่ พอยิ่งได้ฟังเรื่องราวของที่นี่จากเพื่อน เราก็ไม่รอช้า รีบทักไปหาแบมเจ้าของร้านทันที เพราะอยากรู้จังว่ากว่าจะมาเป็นคาเฟ่ซูในทุกวันนี้ แบมเริ่มต้นมาได้อย่างไร และสิ่งที่เธอต้องเจอนั้นมีอะไรบ้าง

เรามองไม่เห็นภาพตัวเองตอนทำงานประจำเลย แต่เรามองเห็นภาพตัวเองตอนเปิดคาเฟ่นะ

แบมก็คือผู้หญิงคนหนึ่งที่หลงรักการทำขนม และอยากเปิดคาเฟ่เล็ก ๆ เป็นของตัวเอง ไม่ต้องใหญ่โตมาก แต่ขออบอุ่นหน่อยก็ดี นี่คือภาพความฝันของแบม จริง ๆ แล้วแบมเรียนจบการโฆษณา การตลาดมา ซึ่งพอเรียนจบ ก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องคิดเรื่องการหางานประจำทำ งานไหนที่จะพอเข้ากับสิ่งที่เรียนมาได้บ้าง แต่พอเธอมานั่งคุยกับตัวเอง ถามตัวเองว่าสุดท้ายแล้วต้องการอะไร ต้องทำอะไรต่อ คำตอบที่ได้มาจากตัวเธอเอง มันไม่มีเรื่องงานประจำอยู่ในนั้นเลย เธอบอกเราว่า “เราไม่เห็นภาพตัวเองตอนทำงานประจำเลย มันน่าจะไม่ใช่แล้ว” นั่งนึกไปนึกมา ภาพในหัวที่เธอมองเห็นคือการเปิดคาเฟ่ ความฝันของเธอเองนั่นแหละ พอได้ข้อสรุป แบมเลยคุยตกลงกับครอบครัวที่จะเริ่มต้นเปิดคาเฟ่จริงจัง โดยมีคุณแม่เป็นผู้สนับสนุนและอยู่เคียงข้างมาตลอด

เราเป็นมือซ้ายมือขวาของกันและกัน

แบมได้บอกว่า เธอและคุณแม่ลงมือสร้างคาเฟ่นี้มาด้วยกันตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงทุกวันนี้ เป็นการซัพพอร์ตและดูแลกันและกันไปได้ในตัว

คาเฟ่ที่สร้างขึ้นมาบ้านเก่าอายุเกือบร้อยปี

คาเฟ่แห่งนี้เป็นบ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ที่เจริญนคร 7 เป็นชุมชนเก่าแก่ที่เค็มไปด้วยรอบยิ้มของผู้คนและบรรยากาศที่เป็นมิตร แม่น้ำ บ้านหลังเล็กหลังน้อยตามตรอกซอย เป็นความเก่าท่ามกลางความใหม่ในปัจจุบัน เราเลยอยากรู้ว่าแล้วทำไมต้องมาตั้งอยู่ที่นี้ด้วย แถมยังเป็นบ้านอีก แบมก็ได้เล่าให้เราฟังว่า จริง ๆ แล้วก่อนที่จะมาเป็นคาเฟ่ซูในทุกวันนี้ บ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณยายของแบม เป็นบ้านทางครอบครัวฝ่ายแม่ที่มีอายุเกือบร้อบปีแล้ว ซึ่งเธอก็ได้บอกว่า ก่อนที่คุณยายจะจากเธอไป คุณยายได้สั่งเสียเอาไว้ว่า

อย่าขายบ้านให้คนอื่นนะ วันนึงเราจะได้กลับมาใช้ประโยชน์

และเธอก็ได้ใช้ประโยชน์จากบ้านหลังนี้จริง ๆ แบมได้เล่าต่อว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่คุณยายของเธออยู่มาตั้งแต่ 15-16 ปี รวมไปถึงคุณแม่ของแบมเองก็เคยใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังนี้เช่นกัน จึงเป็นเหมือนบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำและเรื่องราว เธอจึงเล็งเห็นที่ตรงนี้ที่เป็นที่พื้นที่ของครอบครัว มารื้อฟื้นความทรงจำเก่า ๆ และแต่งแต้มเรื่องราวใหม่ ๆ ลงไปจนได้มาเป็น Cafe SOU หลังเล็ก ๆ

Cafe SOU คาเฟ่ที่เก็บเรื่องราวและความทรงจำของทุกคนในครอบครัว

เราถามคำถามแบบคลิเช่ธรรมดา ๆ กับเธอไปเลยว่า “แล้วทำไมต้องเป็นชื่อนี้ด้วยล่ะ” และเราก็ได้คำตอบว่า

ชื่อนี้มาจากคำว่า Story of Us ความหมายก็ตรงตัวเลยนั่นแหละ มันคือเรื่องราวของพวกเรา คาเฟ่นี้เหมือนเป็นการหวนคืนความทรงจำจาง ๆ ให้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง แบมได้บอกว่า “บ้านหลังนี้เป็นเป็นบ้านเก่า คนในครอบครัวอยู่กันมาจริง ๆ มันมีเรื่องราว มีของสะสม มีความทรงจำมากมากอยู่ในนั้น เราเลยนึกคำว่า “พวกเรา” “เรื่องราว” Story of Us ดึงออกมาเป็น Cafe SOU”

ทุกอย่างในร้านเป็นฝีมือและการจัดการดูแลของคนในครอบครัวของเธอเองทั้งหมด มันเลยเป็น Story of Us อย่างที่เธอว่าจริง ๆ

แบมและเมนูขนมที่คิดเองทำเองทุกขั้นตอน

อีกหนึ่งสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เป็นอันขาดเมื่อพูดถึงคาเฟ่ นั่นก็คือขนมและเครื่องดื่ม เราบอกเลยว่าพอได้เห็นขนมของที่นี่แล้วประทับใจมาก มันให้ความรู้สึกที่ไม่เคยเจอที่คาเฟ่อื่น เรารู้สึกได้ถึงความใส่ใจ ความตั้งใจ ความละเอียดอ่อนที่แบมค่อย ๆ ทำใส่ลงไปทีละนิดทีละหน่อย จนได้เป็นขนมที่หน้าตาน่ารักแบบนี้

แบมเล่าว่าทุกเมนูในร้านนั้นเธอเป็นคนคิดขึ้นเอง ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง แต่ทุกอย่างนั้นก็มาจากฝีมือเธอเองล้วน ๆ ทั้งสูตรขนม การทำ การตกแต่ง ดีไซน์เค้ก ทุกอย่างคือผลจากความตั้งใจของเธอเองทั้งหมด

Cafe SOU และเมนูขนมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ไม่เหมือนใคร

Lemon Rare Cheesecake

เป็นเมนูขายดีของที่ร้าน แบมเล่าว่าจริง ๆ แล้วเธอไม่ได้ตั้งใจจะขายเมนูนี้ตั้งแต่เริ่มต้น มันเริ่มมาจากที่เพื่อนของเธออยากกินชีสเค้กเลม่อน เธอก็เลยลองทำให้เพื่อนกิน หน้าตาชีสเค้กที่เธอทำตอนนั้นก็ไม่ค่อยสวยงามเท่าไรนัก แต่เธอแก้ไปแก้มาจนสวย กลายเป็นว่าเพื่อนของเธอดันชอบชีสเค้กเลม่อนของเธอ ไม่ใช่แค่ชอบนะ แต่เชียร์ให้ขายในร้านไปเลย เธอเลยเชื่อเพื่อน ลองปรับสูตรนิดหน่อย ตกแต่งหน้าตาขนมให้น่ารักตามแบบฉบับคาเฟ่ซู ที่ไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน

Apple Crumble

ปกติเวลาพูดถึง Apple Crumble เรามักจะนึกภาพทาร์ตแอปเปิ้ลที่อยู่ในถาดวงกลมแล้วตัดแบ่งออกมาเป็นชิ้น ๆ แต่พอเราได้ยินแบมบอกว่าเมนูแอปเปิ้ลครัมเบิ้ลที่คาเฟ่ซูเสิร์ฟมาในถ้วยชา เราก็อึ้งเลย เพราะไม่เคยเห็นคาเฟ่ที่ไหนทำแบบนี้มาก่อน เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เราคิดว่าไม่น่าจะเจอจากที่อื่นแล้วนะ แบมลงมือคิดสูตรเอง ตัวครีมที่เราเห็นในรูปเธอก็เป็นคนคิดเอง ส่วนไอเดียที่เอาถ้วยชามาใส่แทนที่ทำแบบปกติ เธอก็บอกว่าเธอพยายามดึงของสะสมที่มีมาใช้ในร้านให้ได้มากที่สุด อยากให้มันมีีความพิเศษและไม่เหมือนใคร ที่พอได้เห็นแล้วให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งกินขนมอยู่ที่บ้าน จนได้ออกมาเป็น Apple Crumble ถ้วยนี้

SOU Carrot Cake 

เป็นเค้กง่าย ๆ ที่มีทุกคาเฟ่ แต่เธอก็ยังอยากให้ลูกค้ากินแล้วรู้สึกว่าไม่เหมือนกินที่อื่น แบมเลยเพิ่มรสชาติความเป็นคาเฟ่ซูลงไป ใส่ชาเอิร์ลเกรย์ ใส่รสชาติที่เธอปรุงแต่งเพิ่มให้ไม่เหมือนใคร กลิ่นหอมของเค้กที่ชวนให้ตักเข้าปากแบบไม่ต้องคิดอะไร แบมค่อย ๆ ใส่ความไม่ธรรมดาลงไปจนทำให้เค้กแครอทที่เจอได้ตามคาเฟ่ทั่วไป กลายเป็น SOU Carrot แต่ถึงจะไม่เหมือนใคร ก็ยังให้รสชาติที่คอมฟอร์ตกับทุกคนอยู่เหมือนเดิม

Russian Tea

ปิดท้ายที่เมนูเครื่องที่แบมอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลอง เธอเล่าว่าเมนูนี้เธอได้มาจากตอนที่เธอไปเยี่ยมญาติที่รัสเซีย ซึ่งทุกครั้งที่ไปเธอก็จะได้ดื่มชาผลไม้ ที่เธอเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าชาที่ว่านี้คืออะไร พอกลับมาที่ไทยก็ตามหาทั่วทุกที่เลยแต่ก็ไม่เจอสักที จนเธอก็เลยลองทำเองไปเลย มีทั้งแบบร้อนและเย็น มีผลไม้ให้เลือกหลายแบบ กลายเป็นอีกหนึ่งเมนูเครื่องดื่มที่ไม่ธรรมดาจากคาเฟ่ซู

เราอยากนำเสนอภาพคาเฟ่ที่เป็นบ้านให้ทุกคนเข้ามาใช้บริการ เราชอบไอเดียการเดินเข้าตรอก เข้าซอยเล็ก ๆ แล้วก็จะเห็นว่าในนั้นมันมีเรื่องราว มีสีนสัน ชีวิตชีวา เดินไปอีกนิดก็เจอคาเฟ่ สามารถแวะมากินขนม นั่งชิลล์ได้ เราอยากให้คนได้เข้ามาเห็นกันเยอะ ๆ

เป็นเวลาเกือบสองปีเต็มที่แบมได้สานฝันของตัวเองจนสำเร็จ เป็นทางเดินที่เธอเลือกด้วยตัวเอง และเส้นทางนี้ในอนาคตของเธอก็ยังเต็มไปด้วยความสนุกและความท้าทายใหม่ ๆ ที่ต้องพบเจออย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยเธอก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเธอผ่านมันมาได้ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และแพชชั่นที่เธอมีจริง ๆ

ใครที่อยากลองไปคาเฟ่ของแบม ก็ลองตามไปได้ที่ เจริญนคร 7 หรืออยากสั่งขนมมาชิม ก็เข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่

IG @cafe__sou

อ่านราวเรื่องอื่น ๆ ได้ที่ CLEO Thailand และ FB > CLEO

More