ดาโคต้าบอก..แอนโตนิโอ(พ่อเลี้ยง) เปลี่ยนครอบครัวของเธอ ‘ตลอดไป’ ด้วยความรักของเขา

ดาโคต้า จอห์นสัน (Dakota Johnson) เป็นนางเอกที่สวยและมากด้วยความสามารถ แต่สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ก็คือ.. ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพระเอกรุ่นใหญ่ แอนโตนิโอ แบนเดอราส (Antonio Bandares) กลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอ

ความรักแบบ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่ต้องการแค่อ้อมแขนและคนคุยกันลื่นไหล

ประโยคของเจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่เราเองก็รู้สึกแบบเธอเป๊ะๆๆๆ อยากมีใครที่ใช่ คุยกันรู้เรื่องและเล่าเรื่องของวันนี้ที่เจอให้เขาฟัง สำหรับผู้หญิงที่ต้องออกไปสู้โลกทุกวัน สู้คนเดียว ต้องเข้มแข็งให้ได้ อ่อนแอยังไงก็ต้องเก็บเอาไว้ ความรู้สึกอยากมีใครสักคน อาจไม่ใช่ว่าเขาต้องมาดูแล มาหาเงิน หาบ้านอะไรให้ แต่คือความรู้สึกที่ละทุกอย่างของวันออกไป แล้วเข้าไปซุกในแขนของเขาหันไปบอกกับเขาว่า “วันนี้แย่จัง เหนื่อยจัง” เขาอาจจะดึงเราเข้าไปกอดให้แน่นขึ้น เอามือลูบหัวเรา แล้วบอกเราว่า “ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย แต่เดี๋ยวมันก็จะดีขึ้นนะ” ข้อดีของการมีคนรักที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน คือเขาจะรู้ทุกโมเมนท์ของชีวิตเรา ว่าช่วงไหนเราเป็นยังไง เขาจะซัพพอร์ตจิตใจเราได้ทัน และคอยเป็นทั้งเพื่อน ทั้งคู่คิด เป็นคนรักที่จูงมือเราไปสูดอากาศดีๆ แล้วเพียงไม่กี่นาที โลกทั้งโลกก็หายไป เรารู้สึกสบายใจและช่างผ่อนคลายเหลือเกิน เหมือนที่เจนนิเฟอร์ อนิสตันเคยบอกหลังจากเลิกกับจัสติน เธอโรซ์สามีของเธอเมื่อปี 2018 ว่า “ไม่มีใครที่เรดาร์ฉันกระดิกได้ แต่ฉันว่าถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาที่ฉันพร้อมจะแชร์ชีวิตของฉันกับใครอีกคนแล้ว” เจนนิเฟอร์บอกว่า “ในความสัมพันธ์ เรื่องโรแมนซ์ไม่ใช่สิ่งสำคัญ” สำหรับเธอเลย เธอรักในการเป็นผู้หญิงที่ไม่ต้องพึ่งพิงผู้ชาย เธอคือผู้หญิงที่สร้างตัวเองมาด้วยตัวเอง เจนบอกว่าความสัมพันธ์ของเธอจะเริ่มขึ้นได้เพียงมี “บทสนทนาที่ลื่นไหลตั้งแต่ได้คุยกันครั้งแรก” นั่นเป็นสัญญาณที่ดี “เขาต้องมั่นใจในตัวเอง แต่ไม่เยอะไป มีอารมณ์ขัน แล้วก็ขอร้อง ขอร้องเลยนะว่า เขาต้องใจดีกับผู้คนด้วย” […]

Q: ทำไมฉันเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่เลิกคบไปไม่ได้?

คำถามคาใจตัวเองทุกครั้งที่เริ่มคบใคร ไปไม่รอดแล้วยังเป็นเพื่อนกันก็ไม่ได้! Q: “ฉันมีเพื่อนผู้หญิงเยอะเลยนะ แต่ยากมากจะมีเพื่อนผู้ชายที่สนิท แล้วพอคบใครหลังจากนั้นก็เป็นเพื่อนกับพวกเขาไม่ได้ ไม่ได้เลิกกันไม่ดีนะ แต่ไม่ชินที่จะมีเพื่อนผู้ชาย เลยทำให้ฉันคบผู้ชายเยอะ คบแล้วเลิกๆ และหายกันไปเลยตลอดเวลา แล้วพอมาชอบเพื่อนตัวเอง หรือชอบผู้ชายที่ทำงาน ก็ไม่กล้าไปต่อ กลัวจะเสียเพื่อนไปเลยแล้วไง?” A: ซื่อตรงกับตัวเองที่สุดก่อน ว่าจริงๆ คุณต้องการผู้ชายที่ดีจริงสำหรับชีวิตด้วย! เหมือนกับว่าคุณคิดว่าคุณน่ะคงไม่ดีพอจะเป็นเพื่อนกับใครได้ และคงมีอะไรผิดๆ ในความสัมพันธ์ที่ทำให้รักษาความเป็นเพื่อนไว้ไม่ได้ เราอยากให้คุณยอมรับตรงๆ กับตัวเองก่อนว่า “คุณต้องการความสัมพันธ์ที่ดี และผู้ชายที่รักคุณ” ลองเขียนคุณสมบัติเริ่ดๆ ในตัวคุณสัก 10 ข้อ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตา รูปร่างนะ และบอกเลยว่าทุกคนที่คุณจะเจอต่อไปนี้ เขาจะได้รับสิ่งดีของคุณเช่นนั้น แล้วลองมองหาผู้หญิงที่คุณชื่นชม ว่าเธอช่างสามารถเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่เคยคบได้  ดูวิธีที่เธอคุยกับพวกเขา ดูบุคลิก รอยยิ้ม ท่าทาง ลองเรียนรู้แล้วลองเอาไปใช้เวลาเดทกับใคร ที่สำคัญเวลาเดทกับใครเปิดกว้างกับเขาไปเลยว่า คุณอยากรเรียนรู้จักเขา อยากเป็นเพื่อนกับเขาให้ดีก่อน ต้องใจแข็งไว้นะถ้าเขาจะมาขออะไรที่เป็นทางกายกับเรา เอาให้ชัวร์ในความเป็นเพื่อนแล้วค่อยไปต่อจะดีกว่า สุดท้ายเลยอยากบอกว่าลองไปโฟกัสชีวิตด้านอื่นด้วย ให้เราเอนจอยกับตัวเอง เป็นเพื่อนกับตัวเองให้ดี ถ้าเรามัวแต่เคลิ้มถึงหนุ่มในออฟฟิศ หรือเพื่อนของเพื่อน หรือบางทีอาจเผลอไปเคลิ้มแฟนเพื่อน เราก็อาจกลายเป็นคนคลั่งรัก และคาดหวังในความสัมพันธ์เกินไป จนมองข้ามความเข้ากันได้ […]

3 คำเตือนจากกูรูเรื่องงาน “ถ้าไม่เริ่ดจริง ขอเงินเดือนแรงแบบนี้ อาจพังได้นะ”

เป็นมุมเรื่องงานที่บางทีก็ลืมมองตัวเองไป ขอยอมรับและโล่งๆ กับตัวเองพิจารณาอีกครั้ง “เราคิดว่าเราเก่ง” หรือที่ผ่านมา “หัวหน้าเราน่ะเก่ง” กันแน่! เป็นหนึ่งในคำเตือนที่เราว่าสุดจะดึงเราให้กลับมามองตัวเอง เจฟฟ์ อาร์ แดเนียล กูรูเรื่องงานในอเมริกาเตือนคำทำงานที่เปลี่ยนงานเพื่อจะจั๊มเงินเดือนมาว่า “บางครั้งคนเราก็คิดว่าตัวเองเก่งเกินความสามารถจริง” เขาบอกว่าหลายๆ คนทำงานความเก่งของเขาไม่ใช่ตัวเขาเองล้วนๆ แต่เป็นเพราะ “เขามีหัวหน้าที่เก่ง” หรือมี “ทีมงานที่เก่ง” “คนทำงานที่อาจจะโชคดีหรือโชคร้ายนี่ล่ะ ที่มีหัวหน้าเก่งกาจไปหมด แถมยังใจดูปกป้องทุกสิ่งให้ เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าเขาหลบอยู่ข้างหลังหัวหน้าคนนั้นมาตลอด พอมาถึงตอนที่หัวหน้าแยกวงไป เขาก็จะเคว้งคว้าง ตอนนี้ล่ะที่เขาต้องเลือกงานใหม่ เขาเลยจั๊มตัวเองให้สูงไปเลย ซึ่งอาจทำให้ร่วงลงมาได้ ถ้าไม่ประเมินการทำงานของตัวเองให้ดีก่อน” เจฟฟ์บอกว่าคนเรามีเหมือนกันที่โชคดีมีหัวหน้าคอยปาดทุกเรื่องให้ เขายืนอยู่ข้างหลังหัวหน้าคนนั้น แต่สายตากลับเข้าไปสวมเป็นหัวหน้า เวลาเขาเปลี่ยนงานเขาใช้สายตานี้ล่ะที่พาเขาไป ไม่ว่าจะเป็นการขอเงินเดือนให้มากกว่าที่เดิมมากๆ ขอตำแหน่งและอีกหลายสิ่งที่เขาคิดว่าเขาสมควรจะได้ เขาลืมมองไปว่า “เขาอาจไม่เก่งพอ” เพราะทุกครั้งที่ผ่านมา เรื่องยากๆ ที่ทำให้โปรไฟล์เขาดูดีน่ะ เป็นหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมทีมปาดให้ทั้งนั้น เจฟฟ์เลยมอบ 3 คำเตือนที่อยากให้ทุกคนที่กำลังจะเปลี่ยนงาน ถามตัวเองดังๆ ก่อนว่า… สุดท้ายถ้าเรายังคิดว่าเราสมควรได้รับอะไรที่เริ่ดกว่าเดิมมากจริงๆ ถ้าเราเก่งจริงลุยเลย แต่ถ้าไม่ใช่คิดเผื่อด้วยว่า เราจะได้รับความกดดันจากงานใหม่นั้นขนาดไหน เพราะถ้าพลาดเราอาจเสียความมั่นใจไปเลย อย่าลืมคิดด้วยว่าบางครั้งสิ่งที่มาเหนือความเก่งอีกอย่าง ก็คือเรื่องของบารมี พลัง ความมั่นใจ […]




Horoscope

Eclipse Season หรือการเกิดจันทรุปราคาครั้งนี้จะมีผลกับดวงความรักของเรายังไง?



ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์บางอย่างบนท้องฟ้า Eclipse Season ที่หลายคนอาจจะไม่ทันสังเกต แต่เกือบ 600 ปีมาแล้ว ที่ไม่ได้มีการเกิดอุปราคาลักษณะนี้ 

ซึ่งเมื่อศุกร์ที่ 19 พย.ที่ผ่านมา มีปรากฎการณ์จันทรุปราคาบางส่วน ที่ได้เห็นเงาโลกบังดวงจันทร์ถึงเกือบ 100% บนภูมิภาคอเมริกาเหนือทั้งหมด และบางส่วนของอเมริกาใต้จะเริ่มเห็นปรากฎการณ์นี้ตั้งแต่เวลา 13.02 น. ในวันศุกร์ที่ประเทศไทย และตามมาด้วยหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จะมี Eclipse Season

แล้วมันส่งผลกับดวงความรักได้ยังไง?

คนที่เชื่อก็จะเชื่อว่าดวงดาวนี่แหละส่งผลกับชีวิตเราสุดๆ นักโหราศาสตร์หลายคนเรียกจันทรุปราคาว่าเป็น ‘กรรม’ เพราะมันกระทบดาวเคราะห์จำนวนมากในระหว่างการเริ่มต้นใหม่ของระบบสุริยะ อย่างเช่น ดาวอังคารกำลังเข้าสู่วัฏจักรใหม่ที่เป็นการเริ่มต้นสองปีครึ่งของตัวเอง ส่วนดาวศุกร์ก็กำลังจะนับถอยหลัง เป็นการสิ้นสุดของวัฏจักรดาวศุกร์เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

Eclipse Season

ส่วนดาวยูเรนัสก็อยู่ที่กึ่งกลางของราศีพฤษภ และความวุ่นวายที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ก็จะเป็นอีกรุ่นเช่นกัน และมันกำลังจะออกจากดาวโลกด้วยเช่นกัน ในเดือนหน้าดาวพฤหัสจะเข้าสู่ราศีมีนเป็นช่วงเวลาหนึ่งปี และดาวเสาร์ก็จะตามมา นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนมากว่ามันเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงในชีวิต และชีวิตรักของผู้คนเช่นกัน

ผลกระทบไม่แย่เสมอไปและอาจไม่ได้รุนแรงเท่ากันทุกราศี

ราศีเมษ (19 มีนาคม-19 เมษายน)

ถ้าคุณกำลังเอาแต่โฟกัสช่วงเวลายิ่งใหญ่ในความสัมพันธ์ อีเวนต์สำคัญ มันอาจจะไม่ได้ส่งผลดีกับโมเมนต์เล็กๆ ในแต่ละวันได้ เพราะความสัมพันธ์มันจะแข็งแรงได้ก็ด้วยช่วงเวลาดีๆ เล็กๆ น้อยๆ มารวมกัน มากกว่าใหญ่ๆ ปังๆ ครั้งเดียว ระวังพังตรงนี้

ให้ความสนใจกับช่วงเวลาที่ยากลำบากแทนที่จะพยายามสร้างภาพให้ดูเพอร์เฟ็ค การผ่านความลำบากไปด้วยกันมันคือการสร้างความแน่นแฟ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้ารักกันอยู่ดีๆ ไม่มีปัญหา ก็ไปหาปัญหามาเพื่อจะได้ผ่านไปด้วยกันนะ เพียงแต่ถ้ามีอะไรที่ขัดข้องหมองใจ ก็อย่ามองข้ามมันไป ไม่ fake it until you make it ในจุดนี้

ที่ต้องเตือนเพราะในบางครั้งของยุคสมัยนี้ ผู้คนมักให้ความสนใจกับภาพที่ดูดีบนโซเชียลมีเดียมากกว่าที่จะมองมันด้วยความจริง เพราะวาดฝันเอาไว้ว่าความรักของเราต้องเหมือนกับในหนังสิ!

ราศีพฤษภ (20 เมษายน-20 พฤษภาคม)

นี่อาจจะเป็นช่วงเวลาที่คุณค้นพบหาทางใหม่ๆ ในการแสดงออกถึงความรัก ความใส่ใจในตัวคนรัก อย่ากลัวที่จะแสดงมันออกไป อย่ากลัวที่จะชัดเจน ช่วงนี้คุณจะอยากเปิดเผยความรู้สึกที่มีอย่างจริงใจ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ 

การหาความสุขใส่ตัวด้วยบอกรักอย่างครีเอทีฟ อาจจะเป็นเซอร์ไพรซ์ที่ไม่ดาษดื่น รู้ว่าเขาชอบอะไรก็หามาให้หรือทำให้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่กระเป๋า รองเท้า หรือดอกไม้ที่ซื้อตามใคร(ยกเว้นว่าคนรักจะชอบแบบนั้นนะ) ไม่จำเป็นต้องลงทุนด้วยเงินเยอะเกินไป เพราะเราอยากจะให้ลงทุนด้วยหัวใจมากกว่า!

คนโสดที่มองหาคนข้างกาย ลองมองหาคนที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าภูมิใจที่มีคนๆ นี้ในชีวิต ไม่ได้ใช่สวยหล่อ แต่ว่ามีความสามารถที่เรามองเห็น มีความใส่ใจที่เราหาไม่ได้จากที่ไหน อย่าไปคว้าแค่ ‘ใครก็ได้’ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรารักมากกว่าจนเห็นชัดเกินไป

ราศีเมถุน (21 พฤษภาคม-20 มิถุนายน)

ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป อย่าไปเร่งอะไรที่เร่งไม่ได้ เราอาจจะรู้สึกว่าพอรักใครชอบใครก็อยากจะให้แต่ละสเต็ปมันเป็นไปเร็วทันใจ เช่น เจอคนที่ใช่ เป็นแฟนกัน ย้ายมาอยู่ด้วยกัน แต่งงาน มีลูก ภายในเวลาที่กำหนดไว้แล้ว ใจเย็นก่อน เพราะความสัมพันธ์ที่ไม่ให้เวลา เปอร์เซ็นต์ให้การจบลงอย่างเร็วมันสูงกว่า และคุณอาจไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น 

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่คุณจะไปอย่างช้าๆ มองหาว่าความเพลิดเพลินในการค่อยๆ มองตา สัมผัสมือ หรือส่งข้อความอย่างไม่รีบร้อน หลายครั้งเราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพร้อมจะกระโจนลงไปในแต่ละความสัมพันธ์หรือเปล่า การทำแบบนี้จะได้มีเวลาคิด วิเคราะห์กับตัวเอง ถามความรู้สึก และเบรคได้ทัน

บนเส้นทางชีวิตบางครั้งการไม่ต้องเช็คลิสต์สิ่งที่ต้องทำบ้าง มันจะส่งผลที่ดีกว่าในเรื่องที่ต้องใช้ความรู้สึก ให้เวลากับเปิดใจสัมผัสกับใครบางคนอย่างจริงๆ อย่าไปกังวลถึงสเต็ปต่อไปว่า ‘ควร’ จะเป็นยังไงและเกิดขึ้นเมื่อไหร่มากนักเลย 

ราศีกรกฎ (21 มิถุนายน-22 กรกฎาคม)

ส่วนใหญ่ชาวราศีกรกฎจะชอบเช็คเพื่อน ว่าคนนี้เวิร์คไหมนะ โอเครึเปล่า เพื่อเป็นการซัพพอร์ตการตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือพอก่อน และมันจอยกว่าเห็นๆ เวลาที่ได้ใช้เวลากันเป็นกลุ่มเป็นก้อน แต่อย่าลืมว่าเพื่อนน่ะให้ความเห็นได้เท่านั้น บังคับใจเราไม่ได้ ต่อให้เพื่อนเซย์โน มันก็มีบ้างแหละที่เราเองจะหาเหตุผลเพื่อเซย์เยส!

ถ้าเพื่อนลังเล รีรอ ไม่เปิดไฟเขียวให้คนๆ นี้ซะที ก็ใช้ความรู้สึกของตัวเองตัดสินไปเลยว่าเราอินกับเขาแค่ไหน คนอื่นจะชอบหรือไม่ พักไว้ก่อน ยอมให้ตัวเองเดินตามหัวใจและดูซิว่าจะไปไกลแค่ไหน ความรักมันต้องอย่างนี้แหละ 

ปล่อยให้ตัวเองได้ค้นหาดูซิว่าจริงๆ แล้วอะไรหรือคนแบบไหน เหมาะกับเราจริงๆ ไม่ใช่จากมุมมองของเพื่อนหรือคนรอบตัว ทำสิ่งที่รู้สึกว่าใช่ เลือกคนที่หัวใจรู้สึกดี 

ราศีสิงห์ (23 กรกฎาคม-22 สิงหาคม)

การกระทำหรือคำสัญญาทั้งหลายที่แสนจะหวานชื่นของคุณมันอาจยังไม่เพียงพอที่จะสื่อสารออกไป หรือมันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด เพราะบางทีก็พูดไปแต่ทำไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่ใส่ใจหรอกนะ มันเป็นเรื่องอื่นมากกว่า

ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ดีที่จะมานั่งคิดว่าจริงๆ แล้ว อะไรที่ทำได้บ้าง ทำได้เลย เกิดขึ้นได้จริงๆ เพื่อลดความไม่วางใจ ความหวั่นใจ หรือความไม่น่าเชื่อถือที่คนรักจะมองในตัวของเรา

ทางที่จะสร้างความแข็งแกร่งแน่นแฟ้นของความสัมพันธ์คือการเป็นคนที่เชื่อถือได้ คำไหนคำนั้น รู้นะว่าใจน่ะอยากทำทุกอย่างให้คนรัก แต่บางอย่างอาจจะเกิดขึ้นช้าหน่อย ก็ไม่เป็นไร ดีกว่าพูดไปแล้วยังไม่เกิดซะที ค่อยๆ ปล่อยให้เขาเห็น พอรู้สึกว่าจะทำอะไรให้ได้บ้างก็ค่อยบอกใกล้ๆ ก็ได้ ไม่ต้องรีบ

ราศีกันย์ (23 สิงหาคม-22 กันยายน)

ความรักของคุณสวยงามแบบไม่เหมือนใคร แต่! ขอถามอย่างจริงใจว่าคุณรักตัวเองอย่างลึกซึ้งสุดใจไหม? คุณเชื่อในตัวเองแบบที่ ‘เขา’ เชื่อในตัวคุณรึเปล่า? 

ช่วงฤดูอุปราคานี้อยากให้เพ่งความสนใจไปถึงสิ่งที่หัวใจเรียกร้องมาแสนนาน ความฝันที่อยากจะทำ ชีวิตในทางที่เราสนใจมันจริงๆ กลับมาดูแลตัวเอง ใช้เวลากับตัวเองให้มากขึ้นแบบที่ไม่จำเป็นต้องทิ้งใครไว้ข้างหลัง แค่อยากให้แคร์หัวใจตัวเองให้มาก 

สิ่งนี้มันอาจจะทำให้คุณต้องแบ่งเวลาจากคนรักมาให้ตัวเองบ้าง แต่ถ้าคนๆ นั้นรู้จักคุณดีเขาจะไม่มีปัญหาอะไร และหัวใจจะไม่ได้ห่างกันไปไหนหรอก มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะเรียนรู้ที่จะรักคนอื่นก่อนที่จะรักตัวเอง มันเกิดขึ้นได้ แต่คุณภาพของความรักมันจะดีขึ้นมากๆ เมื่อเราได้เรียนรู้ว่าการแคร์หัวใจของตัวเองมันเป็นยังไง

ราศีตุลย์ (24 กันยายน-22 ตุลาคม)

ท้าทายตัวเองหน่อย ลองหันมองกลับมาดูจากมุมมองคนนอกว่าเรามองความสัมพันธ์ของเรายังไง ถ้ากำลังเดทกับใครสักคนมาสักพักแล้วแต่ยังไม่ได้ลงเอยหรือมองเห็นสเต็ปต่อไป ถามใจตัวเองสิว่ามันทำไมนะ คนนี้อาจจะไม่ใช่ ก็ตัดสินใจไปเดทคนอื่นซะ ด้วยวิธีอื่นด้วยนะ เช่น ถ้าคนเก่ามาจากแอปเดท ก็ลองเป็นการไป blind date ดู หรือไม่แน่นะ ส่ง direct message ไปคุยกับคนที่ชอบมานาน อาจจะเวิร์คก็ได้

แต่ในความสัมพันธ์ที่ตอนนี้จริงจังแล้ว ลองหาอะไรใหม่ๆ ทำด้วยกัน เปลี่ยนกิจกรรมบ้าง ปกติกินข้าวที่บ้านอย่างเดียว ไปกินนอกบ้าน หรือปกติสั่งมา ลองเปลี่ยนเป็นทำด้วยกัน อย่าปล่อยให้เฉื่อย เฉยชา จนกลายเป็นรู้สึกว่าต้นรักหยุดเติบโตแล้ว

ในบางจังหวะคุณอาจจะสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือทำไมเหมือนฉันอยู่ตัวคนเดียว ไม่หรอก ไม่เลย ลองมองว่านี่คือความท้าทายและจะนำไปสู่ชีวิตรักที่เราเอนจอยกับมันได้มากขึ้นก็ได้

ราศีพิจิก (23 ตุลาคม-21 พฤศจิกายน)

ไม่ควรมีใครทำให้เรารู้สึกเป็นเจ้าของหัวใจมากเกินไปจนเราไม่เชื่อในความรู้สึกของตัวเอง ตอนนี้อาจจะเป็นช่วงที่เรารู้สึกว่าความสัมพันธ์มันเป็นพิษ และความรู้สึกหนีมันทำให้คุณรู้สึกว่าอยากหนีไป แต่ก็ไม่ไปเพราะเชื่อในสัญญาระหว่างเรา

คุณรู้ดีว่าควรทำยังไงในสถานการณ์ที่ต้องตกอยู่ในความรักที่ไม่รู้สึกว่าได้รับความรัก ในช่วงอุปราคานี้จะเป็นช่วงดีมากๆ ที่เราจะให้เหตุผลกับตัวเองว่า ถ้าคนที่เราอยู่ด้วยไม่ได้ทำให้รู้สึกปลอดภัยในความรู้สึก ซื่อสัตย์กับตัวเองซะ แล้วสะบัดความสัมพันธ์นี้ให้พ้น ดีกว่าต้องทนกับคนที่ไม่ได้เห็นค่าของเรา

ราศีธนู (22 พฤศจิกายน-21 ธันวาคม)

คุณเป็นคนหนีปัญหาตั้งแต่เมื่อไหร่? ลืมตัวเองไปรึเปล่า ชาวราศีธนูน่ะคือนักผจญภัยที่จะไม่ย่อท้อให้กับความท้าทายใดๆ มันถึงเวลาที่จะปลุกพลังของเราและก้าวไปต่อได้แล้ว

ในช่วงเวลานี้คุณมีเปอร์เซ็นต์ที่จะต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันแบบลับๆ ประสบการณ์ในอดีตจะบอกให้หนีไป เพราะมันน่ากลัวอยู่นะ แต่ความสงสัยในใจน่ะฟังมันบ้าง เดินไปตามทางที่ใจเราอยากไป ทำในสิ่งที่เราไม่สามารถจะโยนมันทิ้งไปได้และให้มันขับเคลื่อนตันตนของคุณ เชื่อหัวใจตัวเอง แล้วดูว่ามันนำไปสู่อะไร

ราศีมังกร (22 ธันวาคม-19 มกราคม)

ถึงเวลาที่จะถอยหลังมาหนึ่งก้าว หรือแค่หยุดและสนใจคนข้างกายบ้าง บางทีในความสัมพันธ์นี้มีแต่เรารึเปล่าที่เรียกร้อง บอกเล่า และอยากให้อีกฝ่ายฟัง ให้สนใจ แต่เขาล่ะ? เราได้ฟังเขาบ้างไหม ยังไม่ได้บอกว่าผิดนะ 

แต่ลองลดลงหน่อย ไม่ต้องรีบบอกเหตุผลเวลาทะเลาะ หรือคำอธิบายต่างๆ นานา ‘ฟังบ้าง’ ฟังเยอะๆ แล้วเก็บมาคิดค่อยพูดออกไปทีหลังก็ได้ มันเป็นการปรับตัวเองเพื่อคนที่เราอยู่ด้วยไม่ว่าจะใครก็ตาม

มองหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกับมนุษย์อีกคนอย่างสันติ เราไม่ได้รักเพื่อแข่งกันถูกผิด แพ้ชนะ ความรักน่ะควรมีความสงบสุขเป็นส่วนผสมด้วยนะ

ราศีกุมภ์ (20 มกราคม-18 กุมภาพันธ์)

ช่วงเวลาแห่งความท้าทายที่จะจัดการกับความเครียดในชีวิต อย่าพยายามมากเกินไปจนเรารู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะทำเพื่อให้คนอื่นประทับใจ ลองเปลี่ยนเป็นการได้พักด้วยกัน ใช้เวลาด้วยกัน ทำอะไรที่ดีกับทั้งสองฝ่าย 

ถ้าคุณเป็นคนที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อความรัก มันฝังดูเป็นแรงจูงใจที่ดีมาก แต่อย่าลืมว่าเราทำเพื่อใครฝ่ายเดียวไม่ได้ และทำเพื่อเขาอย่างเดียวไม่ได้ ทำเพื่อตัวเองด้วย และต่างคนต่างควรทำเพื่อกัน

มีเวลากุ๊กกิ๊กอยู่ที่บ้านบ้าง เวลาที่ใช้ด้วยกันแบบไม่มีใครมารบกวน(รวมถึงโซเชียลมีเดีย) มันจะเป็นเดทที่ง่าย และไม่ต้องมีใครเหนื่อยเกินไปเลย อย่าพยายาม ‘ทำ’ เพื่อใครมากเกินไป เพราะบางทีแค่เราเป็นเราน่ะ ก็เป็นเรื่องที่น่าประทับใจมากพอแล้ว

ราศีมีน (19 กุมภาพันธ์-20 มีนาคม)

อาจจะหลงลืมใครไปหรือเปล่า ในช่วงที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ที่เขาพยายามที่จะสื่อสารอะไรบางอย่างและเรายังไม่ได้สนใจมันมากพอ และกลายเป็นว่าสิ่งนั้นมันถูก หรือเกินขึ้น ทั้งๆ ที่เขาพยายามจะบอกเราแล้ว 

อาจจะไม่ต้องถึงกับขอโทษขอโพยเรื่องใหญ่ แต่เราอาจจะกลับไปพูดถึงสิ่งนั้นที่เขาได้พยายามบอก บอกว่าเราเสียใจ และร่วมกันหาทางแก้ไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก บางครั้งความรักก็คือการซ่อมแซมความสัมพันธ์กันไปเรื่อยๆ ให้เขาในสิ่งที่สมควรจะได้รับบางทีอาจเป็นคำขอโทษง่ายๆ เพื่อให้รักเดินต่อไปได้อย่างธรรมดาที่สุด

หนุ่มแต่ละราศีมีดีที่อะไร มีคุณสมบัติ ‘สามีดีเด่น’ ใดเหมาะกับเราที่สุด

อ่านเรื่องราวอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ทาง CleoThailand หรือ FB: @CleoThailand

More