ทำงานอาชีพอื่นได้ไหม? ลองดู 3 สิ่งสำคัญที่กูรูบอกไว้นี่เลย

ไม่แปลกนะ ถ้าชีวิตนี้เราจะทำงานหลายอาชีพ แล้วก็ไม่แปลก ถ้างานที่เราทำจะไม่ตรงกับที่เราเคยตั้งใจไว้ ลอล่า ชีฮาน กูรูเกี่ยวกับอาชีพ เล่าใน TedTalk ให้เราฟังว่า… “เราจะรู้จักตัวเองมากขึ้น จากประสบการณ์ที่เราเจอ” เพราะแค่นั่งเรียนในห้องมาตั้งแต่อนุบาล ฟังครูสอนที่ก็รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง เรียนตามเพื่อนสนิท เข้ามหาวิทยาลัยเพราะคิดว่าคณะนี้คงไม่ยากเกินไป เรียนต่อเพราะคิดว่าคงจะทำให้ได้งานง่ายขึ้น และสมัครงานกับบริษัทที่คิดว่าก็มั่นคงดี สเต็ปทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ไม่ได้แปลว่า “เราจะได้ทำงานที่เรารัก และเป็นตัวเรา” และถึงเราจะได้ทำงานที่เรารักและเป็นตัวเรา ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะมีความสุข หรือได้ใช้ศักยภาพอันแท้จริงของเรา ได้ฟัง TedTalk ของ ลอร่า ชีฮีน โค้ชเรื่องอาชีพของอเมริกา เธอคือผู้หญิงที่ออกมาบอกโลกว่า “ฉันตั้งใจจะเป็นทนายความที่สุด ฉันเรียนจนจบ แต่พอแต่งงานฉันต้องย้ายประเทศ ไม่มีงานทำ ฉันจบลงที่ถามตัวเองว่า แล้วอาชีพของฉันล่ะ” แต่แล้วเธอกลับปลุกประเด็นให้ผุดในใจเราขึ้นมาทันทีหลังจากนั้นว่า “จนกระทั่งมีคนถามฉันว่า แล้วถ้าฉันสามารถทำอะไรก็ได้ สิ่งนั้นจะเป็นอะไร?” “ถ้าคุณสามารถทำอะไรก็ได้ในโลก สิ่งนั้นจะเป็นอะไร?” “ถ้ายกอาชีพที่เราตั้งใจว่าจะเป็นออกไป สิ่งที่เราทำได้ในโลกคืออะไร?” “ถ้าทุกสิ่งไม่ได้เป็นแบบที่เราคิด แล้วอะไรล่ะที่เราสามารถทำได้บ้าง?” คือคำถามที่ลอร่ามอบให้กับทุกคน เธอบอกว่าให้ถามตัวเองต่อด้วยว่า “ฉันทำอะไรที่แตกต่างจากสิ่งที่ฉันคิดว่าฉันอยากทำได้บ้าง?” อะไรก็ได้ที่ต่างออกไปจากสิ่งที่คิด ลอร่าอยากเป็นทนายความมาตลอด แต่พอสถานการณ์พลิก […]

ทำตัวยุ่ง โยนตัวเองเข้าไปอยู่ใน “งานหนัก” เพื่อกลบความเศร้าในใจตัวเอง

มีใครเป็นบ้าง โยนตัวเองเข้าไปอยู่ในมรสุม “งานหนัก” ทำตัวยุ่งอยู่ตลอดเวลา เพื่อหนีตัวเองออกจากความเศร้า หลายคนอาจจะเคยหนีความเศร้า อย่างเวลาที่อกหัก อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราลืมความเศร้าได้ดีที่สุดนั่นก็คือ การทำตัวให้ยุ่งๆ เข้าไว้ ทำงานแบบลุยให้สุด ให้ยุ่งจนไม่มีเวลามานั่งเสียใจ หลายคนพอได้ทำแบบนี้แล้วก็รู้สึกดีขึ้น เพราะช่วยทำให้ลืมได้ไปชั่วขณะจริงๆ คนที่อกหักหลายคนเลยอาจพยายามทำตัวให้ยุ่งไว้ตลอดเวลา หรือบางคนที่ป่วยเป็นซึมเศร้า ก็กลบความเศร้าตัวเองด้วยการทำงานหนักๆ ไปเลย เพื่อที่จะได้เอาเวลาไปโฟกัสกับงาน ไม่ต้องมานั่งคิดฟุ้งซ้านจนอาการซึมเศร้ากำเริบ

24 ความจริงของ “ความเหงา” ในหัวใจเรา

เหงานะยอมรับเลย บอกใครเขาก็คงไม่มารับรู้ความรู้สึกเหงาแบบเราได้ คลีโอขอให้กำลังใจคนเหงาทุกคน และเล่าเรื่องความเหงาอีกครั้งกับ 24 ความจริงของ “ความเหงา” ในหัวใจเรานี่เลย เราผ่านความเหงากันมาแบบโชกโชนกันแล้ว ว่าจะเป็นเพื่อนรักอยู่ดีๆ หายไป เพื่อนแทงข้างหลัง เพื่อนแต่งงานไปหมด เพื่อนได้โปรโมทเงินเดือนสูงๆ แล้วเปลี่ยนสังคม เพื่อนอยู่กับลูกๆ ของเขา บางครั้งมันก้มหน้ากับตัวเองแล้วบอกตัวเองว่าแล้วเราล่ะ? “เหงาจัง” จริงๆ นะ คลีโอจับความจริงของความเหงา และวิธีรับมือความเหงามา 24 สิ่งนี้ อยากบอกว่า “คุณไม่ได้เหงาคนเดียวนะ” เรามาจับมือเหงาไปด้วยกันนี่ล่ะ 1. 8 ใน 10 ของกลุ่มเพื่อนสนิทบอกว่าเหงา ในกลุ่มเพื่อนมีทั้งเพื่อนที่สังคมเก่ง เพื่อนเงียบ เพื่อนรับฟัง บุคลิกไม่เหมือนกันเลย แต่ลึกๆ อาจจะล้วงกันไปไม่ถึงเพราะเกือบทุกคนมีความเหงาบางอย่างซ่อนอยู่ทั้งนั้น! 2. ใช้โซเชียล มีเดียแค่ “30 นาที” ก็พอนะ มีงานศึกษาทำกันออกมาเลยว่าโซเชียล มีเดียทำให้คนเหงาขึ้นได้ ก็เลยมีสรุปออกมาว่าในหนึ่งวันเล่นโซเชียล มีเดียให้เหลือเวลาเพียง 30 นาทีก็พอ 3. ความเหงา + งาน […]

20 ขนมที่ต้องลองให้ได้ สไตล์ อิ่มหมี’ s picks

20 ขนมที่ต้องลองให้ได้ สไตล์ อิ่มหมี’s picks ถ้าพูดถึงเมนูขนมใหม่ๆ เด็ดๆ ที่ต้องลองให้ได้ เราจะพุ่งไปเปิดเพจ อิ่มหมี ทันทีเลย เจ้าของเพจนี้คือ ปอม เขาคือเซียนเรื่องร้านอาหารและขนมแบบสุดๆ แค่ถามปอมว่าแถวนี้มีอะไรน่ากิน ปอมก็สามารถตอบได้ทันที โดยเฉพาะขนมนี่ไม่ต้องพูดถึง ร้านไหนที่ว่าเด็ด ร้านไหนที่ต้องโดน อิ่มหมีพาเราไปกินทุกร้าน วันนี้คลีโอเลยขอแชร์ 20 เมนูขนมสไตล์ อิ่มหมี’s picks ให้ทุกคนได้ลองไปตามกัน ไม่ว่าจะชอบขนมแนวไหน เพจนี้มีให้หมด แถมรีวิวละเอียดสุดๆ ทุกร้าน ลองเลื่อนอ่านกันนะ!




Career

7 ความไม่มั่นใจในที่ทำงาน ที่ทำให้คุณไม่สามารถโชว์ศักยภาพของตัวเองได้

confident at work

หนึ่งในสาเหตุต้นๆ ที่ทำให้คนทำงานไม่โดดเด่นก็คือ “ความมั่นใจ” ความรู้สึกเชื่อในตัวเอง เชื่อในสิ่งที่ทำ กล้าคิด กล้าแสดงความเห็น และกล้ายอมรับนี่ล่ะ จะทำให้ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่มีงานทำ

อะไรคือความหมายของคำว่า “ความมั่นใจ” ในที่ทำงาน?

บอกเลยว่ามีสองสิ่งด้วยกันก็คือ 1. ความรู้สึกเชื่อในความสามารถของเรา และ 2. ความมั่นใจในความสามารถของคนอื่น ว่าเราจะไว้ใจเขาได้ อย่างเช่น เรามั่นใจว่าหัวหน้าจะสนับสนุนเราแน่นอน เรามั่นใจว่าบริษัทจะมีมโนธรรมพอที่จะไม่ถือหางคนทำงานผิดๆ

ความหมายทั้งสองความหมายสำคัญเลยก็เพราะ…

ถ้าเราขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง สุดท้ายแล้วเราจะมีแอตติจูดที่ไม่ดี และแอตติจูดจะไปกระทบกับผลงานของเรา ก็ทำให้เราทำงานไปแบบขอไปทีบ้าง อยู่ให้เป็นบ้าง เฉาๆ ไปในที่สุด และไม่มีทางจะได้โปรโมทหรือก้าวหน้าใดๆ ถ้าสังเกตคนทำงานรอบๆ ตัวเราดีๆ ในที่ประชุมหนึ่งอาจมีคนออกความเห็นเพียงสองสามคน หรือในแผนกของเรา เอาจริงๆ มีคนที่เราไว้ใจว่าเขาจะทำงานให้สำเร็จได้ อาจจะมีเพียงคนเดียว คิดแบบนี้ก็จะรู้สึกท้อๆ นะ และหมดพลังทำงานไปซะอย่างนั้น

คนทำงานหมดความมั่นใจ เป็นเรื่องปกติธรรมดานะ

เป็นกันทั่วไปเลย จากผลงานวิจัยในปี 2019 บอกไว้ว่าผู้หญิง 79% และผู้ชาย 62% จะไม่ค่อยมีความมั่นใจในที่ทำงาน สิ่งนี้อาจเป็นแค่ชั่วคราวหรือก็อาจจะกลายเป็นคนที่เป็น “โรครู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า” โรคนี้ล่ะคืออาการหนึ่งของคนที่มีความมั่นใจในตัวเองต่ำ เห็นคุณค่าของตัวเองต่ำอะไรแบบนี้ และอาการนี้ก็ดูจะแพร่ไปในคนอายุยังน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ ที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่มีความมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำ มาดูกันว่าแล้วอะไรคือสิ่งที่บอกได้ว่าคุณกำลังมีความมั่นใจต่ำอยู่

confident at work

7 พฤติกรรมที่กำลังบอกว่า ขาดความมั่นใจในที่ทำงานอาจรั้งความก้าวหน้าคุณอยู่นะ

กับดักเงียบที่คุณไม่รู้ตัวคือการขาดความมั่นใจที่จะส่งผลทั้งทางอารมณ์ และการแสดงออกของคุณได้เลย มากไปกว่านั้นคุณอาจไม่คิดว่าคุณเป็นนี่ล่ะ เพราะอะไรแบบนี้มักจะมาเล่นงานคุณเงียบๆ อยากให้ลองสังเกตตัวเองไว้ ว่าคุณเป็นแบบ 7 ข้อนี้หรือเปล่า?

1. คุณแอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

คุณมักเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเสมอๆ และพอเป็นแบบนั้นมากๆ เข้ามันทำให้คุณลดคุณค่าของตัวเองไปเลย หรือคุณกลายเป็นคนดีแต่พูด แต่ทำไม่ได้ และทำให้ดูเป็นคนขี้อิจฉา มองโลกแง่ร้าย ไม่เปิดกว้าง ทั้งหมดคือไปขัดขวางศักยภาพที่จะเบ่งบานได้ของคุณนั่นล่ะ

2. คุณมักไม่กล้าที่จะบอกกล่าวอะไรใคร

เคยเป็นมั้ยที่หัวหน้าให้ทำงานนี้ แทนที่จะทำไปตรงๆ คุณกลับต้องอ้อมไปถามคนอื่นก่อน หรือถ้าคนอื่นทำให้ไปเลยก็คงจะดี นั่นคือลึกๆ คุณกำลังกลัว กำลังไม่มั่นใจ และถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ คุณก็จะไม่มีประสบการณ์ ไม่มีการเรียนรู้เกิดขึ้นนั่นเอง

3. คุณมักเอาเรื่องภายนอกมาเป็นตัววัดสิ่งต่างๆ

แทนที่จะวัดคนที่ผลงาน วัดคนที่แก่น คุณกลับเอาเหตุผลภายนอกมาเป็นตัวให้คำตอบ เช่น ที่เพื่อนคนนั้นทำผลงานชิ้นนั้นได้ดี ก็เป็นเพราะหัวหน้ารักเขา หรือ คุณคิดว่าตัวเองคงทำไม่ได้หรอก เพราะโชคไม่ดีเหมือนคนอื่นอะไรแบบนี้

4. คุณลังเลที่จะรับความรับผิดชอบใหม่ๆ

สิ่งแรกที่คุณรู้สึกเมื่อมีความรับผิดชอบใหม่ๆ เข้ามาก็คือ แอบบ่นในใจ แอบสงสัยในตัวเอง และแทนที่จะมองว่าเป็นโอกาสใหม่ๆ ให้ชีวิต คุณกลับมองว่าเป็นเรื่องที่หนักเกินไปแทน จะบอกว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ขัดกับโอกาสที่จะก้าวหน้าของคุณมากๆ ไม่มีใครได้ดีจริง ถ้าไม่ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ และต้องสู้กันสักตั้งเท่านั้น ถึงจะเห็นผลว่าทุกสิ่งคุณสร้างได้จากศักยภาพของตัวคุณเอง

5. คุณกลัวที่จะตัดสินใจ

คุณเป็นคนยังไม่อยากคิด ไม่อยากตัดสินใจเรื่องยากๆ ในตอนนั้น ก็มักผัดวันประกันพรุ่งไปก่อน หรือบ่นไปก่อน กังวลถึงอุปสรรคไปก่อน ลองดูนะว่าคุณเป็นคนที่คิดแต่ความยาก ก่อนคิดถึงความเป็นไปได้ก่อนลงมือทำอะไรมั้ย ถ้าใช่นั่นก็คืออาการขาดความมั่นใจที่เป็นภัยกับคุณแล้วล่ะ

6. คุณมักจะมีปัญหาเวลามีอะไรเข้ามา ว่าจะทำทันมั้ย?

เพราะความไม่มั่นใจมันเอ่อให้คุณลังเลสงสัยในตัวเองตลอดเวลา เวลามีอะไรรุมเข้ามา คุณเลยมักจะรู้สึกทรมานตลอด จะต้องพยายามคิดวิเคราะห์ก่อนทำตลอด และนั่นก็ทำให้ยิ่งลน จนกลัวว่าจะเสร็จไม่ทันด้วยน่ะสิ

7. คุณรู้สึกว่ามันช่างยากจัง ที่จะประเมินคนอื่นและงานของเขา

คุณไม่ถนัดเรื่องให้ฟีดแบ็คกับคนอื่นๆ เลย ถ้าบริษัทมีแบบประเมินผลมาให้คุณประเมินทีมงาน ประเมินเพื่อนร่วมงาน หรือประเมินงานที่ทำไป คุณจะรู้สึกลังเล ตัดสินใจไม่ถูกมากๆ นั่นก็อาจเป็นเพราะคุณกลัวจะทำให้เขาดูไม่ดี หรือไม่มั่นใจในการตัดสินใจของตัวเองเลยก็ได้

ทั้ง 7 ข้อนี้ก็อาจเป็นเหตุผลให้คุณไม่โดดเด่นในที่ทำงานสักที เหนือกว่านั้นคือมันจะไปลดไฟในตัวคุณ และความกระตือรือร้นในการทำงาน เรียกว่าทำงานไม่สนุกเอาเลยได้ ลองมาดูกันว่าเป็นเพราะอะไรที่คุณถึงขาดความมั่นใจได้แบบนั้น

เหตุผลมีมากมายเลย อาจเป็นเพราะตั้งแต่เด็กคุณอาจถูกใครเบรกเวลาออกความเห็น หรือได้รับการทรีทที่ไม่เท่าเทียมกันทั้งตั้งแต่ตอนเรียน จนมาถึงตอนทำงาน หรือมักจะไม่ค่อยมีใครสนใจจะฟังสิ่งที่คุณพูดเอาเลย

อาจเป็นไปได้ที่คุณเป็นคนเครียดง่ายด้วย อะไรมากระทบก็จะเซนซิทีฟ หรือระบบการจัดการในความคิดของคุณยังไม่ดีพอ ยังลำดับความสำคัญต่างๆ ไม่ค่อยได้ หรือหัวหน้าไม่เป็นธรรมกับคุณ หรือถูกว่ากล่าวในที่ประชุมต่อหน้าคนอื่นๆ หรือไม่ว่าจะทำอะไร ก็ไม่เคยมีใครเห็นคุณค่าคุณสักที เลยท้อและวันหนึ่งอาจหมดความมั่นใจ

ถ้าเป็นแบบนี้ก็อาจต้องหาทางจัดการตัวเองเลยนะ เพราะผ่านไปสองปี สามปี สิบปี จะมีผลกับคุณระยะยาวได้มากๆ ที่ยิ่งอายุมากก็ไม่ก้าวหน้าไปไหน และมีคำถามสงสัยในตัวเองและสิ่งรอบตัวตลอด อย่าให้หัวใจอันสดๆ และไฟในตัวมอดเพราะความสงสัยในตัวเองเลย ลองดูนะว่าจะค่อยๆ แก้ยังไง และฮึบเอาให้เราต้องมั่นใจในตัวเองขึ้นให้ได้ ทั้งหมดก็เพื่อความสุขในระยะยาวของเรานี่เลย

อ่านเรื่องราวอื่นๆ ต่อได้ที่ ทำงานที่ชอบและมีความสุข

More