โรงแรมดีไซน์ล้ำ อาร์ตพีซและพระอาทิตย์ตกสวยจนลืมทุกสิ่ง The Standard พัทยา

เป็นโรงแรมที่รวบจบครบทุกสิ่งที่เราต้องการ ทะเลสวย อาหารอร่อยมาก ดีไซน์สวยล้ำ นอนสบาย อยู่แล้วไม่ต้องไปไหน ที่นี่เลย The Standard Pattaya นาจอมเทียน

ภาพวาดกลางสวนกุหลาบ ใน Bangkok Design Week 2026และกิจกรรม Plein Air Painting “เสน่ห์ของปากคลองตลาด”

FARM to TABLE X WoodyWind ภาพวาดกลางสวนกุหลาบ ที่ผลิบานในเทศกาล Bangkok Design Week 2026 และกิจกรรม Plein Air Painting “เสน่ห์ของปากคลองตลาด” ชวนให้ผู้คนต่างหลงใหลและหยุดชม PAK KHLONG TALAD, Bangkok Design Week 2026 เมื่อ “ปากคลองตลาด” ได้กลายเป็นศูนย์กลางแรงบันดาลใจด้านการออกแบบ–ศิลปะ ที่ซ่อนเสน่ห์และเรื่องราวในแง่มุมต่างๆ ไว้มากมาย ในครั้งนี้จึงเกิดการร่วมมือกันของร้าน FARM to TABLE Hideout ร้านไอศกรีมเจลาโต้ที่ซ่อนตัวอยู่ในอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่อายุกว่าร้อยปี สมัยรัชกาลที่ 5 และ คุณวราวุฒิ แก้วเจริญ หรือ คุณ WoodyWind (วู้ดดี้วิน) จิตรกรวาดภาพแนวอิมเพรสชันนิสม์ ผู้ซึ่งมีความตั้งใจ จะวาดภาพ Art in the park สวนสาธารณะของเมืองต่างๆ ไปทั่วโลก ครั้งนี้ได้รับเชิญให้วาดภาพและจัดแสดง Mini […]

CLEO’S BIGGEST HOROSCOPE 2026 : ราศีธนู

ดวงคลีโอ 2026 ดวงชะตาของชาวธนู ที่เปิดทางสู่โอกาส การเดินทาง และการเติบโต
ติดตามได้ใน CLEO’s Biggest Horoscope 2026




Travel

Slow Travel เป็นสาวนักเที่ยวที่ไปแล้วเจอความหมายของชีวิต



หลายครั้งที่ไปเที่ยวแล้วกลับมาเหนื่อยหนักกว่าเดิม ทำให้หลังๆ เริ่มเข็ดกับการเที่ยวเก็บแต้ม ต้องนั่งรถไปถ่ายรูปให้ครบเอาไว้ขึ้นโซเชียลให้คนรู้ว่าไปมาแล้วนะ พอนึกย้อนถึงทริปนั้นอีกครั้ง ทำไมเราถึงไม่มีความทรงจำในแต่ละที่ที่ไปมาเลย อ๋อ ไปแต่กายหยาบ ไม่ได้ใช้ใจเข้าไปในแต่ละที่นี่เอง คอนเซปท์ของ Slow Travel เที่ยวช้าๆ ได้พร้าเล่มงามเลยเกิดขึ้นมาฮิต เป็นการเที่ยวแบบยั่งยืนต่อใจและได้อะไรกลับมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง

เที่ยวแบบสโลว์เกิดขึ้นได้ยังไง?

คำนี้ไม่ใช่เที่ยวแล้วอ้อยอิ่งตื่นสาย ไม่รีบสักที่อะไรแบบนั้น แต่ต้นกำเนิดจริงๆ มาจากช่วงปี 1980 ในอิตาลี มีการต่อต้านเทรนด์อาหารจานด่วนฟาสต์ฟู้ดของแมคโดนัลด์ที่มาเปิดครั้งแรกในโรม คนในเมืองเลยจัด slow food movement ขึ้นมาสู้ด้วยความตั้งใจอยากให้การเคลื่อนไหวนี้ป้องกันไม่ให้อาหาร วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นค่อยๆ หายไปจากการใช้ชีวิตรีบๆ ด่วนๆ เร็วๆ ให้คนรู้จักใส่ใจกับอาหารที่กินมากกว่านี้

หลักการนี้เลยเอามาใช้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวบ้างเป็นการเคลื่อนไหวให้นักท่องเที่ยวลองถอยออกมาจากลิสต์ที่เที่ยวดังๆ แล้วเอาตัวไปอยู่กลางวัฒนธรรมของท้องถิ่นตรงนั้น คลุกคลีกับคนในชุมชน เป็นประสบการณ์ที่ซึมลึกเข้าไปในวิญญาณ และเข้าถึงสถานที่นั้นในระดับที่เข้าใจถึงแก่นแท้ เห็นข้อดีข้อเสีย อะไรน่าทำตาม อะไรที่ไม่ควร

การเที่ยวสไตล์นี้อาจไม่เหมาะกับชะโงกทัวร์ 3 วัน 2 คืน แต่อาจจะใช้เวลาตั้งแต่ 1 สัปดาห์ไปจนอยู่ยาวๆ ได้เป็นเดือนเหมาะกับคนที่มีวันลามากหน่อยหรือทำงานที่ไหนก็ได้ ซึ่งตอนนี้ลองไปดู Tiktok จะมีคนแชร์การเที่ยวที่คนต่างชาติมาเช่าห้องเช่าอยู่ตามเกาะเป็นเดือน ประหยัดค่าใช้จ่าย แล้วก็กินอยู่แบบคนท้องถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆ

ข้อดีของการเที่ยวแบบช้าๆ นี้มีตั้งแต่…

  • เป็นการเที่ยวที่ยั่งยืน เพราะเราไม่ต้องรีบ เราก็จะค่อยๆ ใช้ทรัพยากรตรงนั้นแบบไม่ล้างผลาญไม่ต้องนั่งเครื่องต่อแบบรีบๆ สร้างคาร์บอนฟุตปริ้นท์ที่รุนแรง ไม่ต้องไปหลายๆ ที่หลายเมือง พออยู่ตรงนั้นได้นานก็มีเวลาไปเดินตลาดนัดของเขา เดินไปกินของอร่อยร้านลับ บางทีคนตรงนั้นยังไม่รู้จักเลย
  • ให้ประสบการณ์ที่มีความหมาย มีโอกาสที่เราจะได้สร้างความทรงจำที่ดีที่มีค่าต่อตัวเองไปอีกนานๆ และคนในท้องถิ่นนั้นอาจบอกเล่าบางอย่างสอนใจเราตลอดชีวิต
  • กล้าที่จะมีสังคมใหม่ๆ จากคนที่มีเพื่อนกลุ่มเดิม ลองไปอยู่โฮสเทล ไปนอนโฮมสเตย์ ไปกินอาหารร้านลุง กลืนตัวเองไปเป็นคนที่นั่นสร้างคอนเนคชั่นที่กว้างขึ้นกว่าเดิม
  • ให้เราออกจากคอมฟอร์ทโซน เอาชนะความกลัว รู้จักดูแลตัวเอง ได้พูดภาษาต่างประเทศคล่องๆ ปรับจากสิ่งที่เคยทำ กลับมาจะได้สู้ชีวิตขึ้น
  • ไม่เบิร์นเอาท์จากการเดินทาง อาการที่กลับจากเที่ยวแล้วเหนื่อยร่างแหลกจะหายไป แต่เหมือนเราได้ไปฝังตัวพักใจ ชาร์จพลังดีๆ กลับคืนมา

การไปเที่ยวช้าๆ ก็ทำได้ง่ายมาก แค่หาเวลาไปให้นานหน่อย ดูว่าคนในเมืองนั้นเขาใช้ชีวิตกันยังไง เขาปั่นจักรยาน เราก็ลองบ้าง ไม่ต้องวางแผนอะไรมากมาย วิ่งลงทะเลไม่ต้องคิดเยอะ ถึงจะลำบากหน่อยก็เป็นเรื่องธรรมดา หาที่ที่เราจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตามจริตที่ชอบแล้วจะได้เรื่องเล่าเป็นประสบการณ์อีกเยอะทีเดียว หาวันลาแล้วลองไปดู!

More

[ajax_load_more posts_per_page='6']