20 ขนมที่ต้องลองให้ได้ สไตล์ อิ่มหมี’ s picks

20 ขนมที่ต้องลองให้ได้ สไตล์ อิ่มหมี’s picks ถ้าพูดถึงเมนูขนมใหม่ๆ เด็ดๆ ที่ต้องลองให้ได้ เราจะพุ่งไปเปิดเพจ อิ่มหมี ทันทีเลย เจ้าของเพจนี้คือ ปอม เขาคือเซียนเรื่องร้านอาหารและขนมแบบสุดๆ แค่ถามปอมว่าแถวนี้มีอะไรน่ากิน ปอมก็สามารถตอบได้ทันที โดยเฉพาะขนมนี่ไม่ต้องพูดถึง ร้านไหนที่ว่าเด็ด ร้านไหนที่ต้องโดน อิ่มหมีพาเราไปกินทุกร้าน วันนี้คลีโอเลยขอแชร์ 20 เมนูขนมสไตล์ อิ่มหมี’s picks ให้ทุกคนได้ลองไปตามกัน ไม่ว่าจะชอบขนมแนวไหน เพจนี้มีให้หมด แถมรีวิวละเอียดสุดๆ ทุกร้าน ลองเลื่อนอ่านกันนะ!

CLEO READERS CHOICE AWARDS

สุดยอดผลิตภัณฑ์บิวตี้ที่สาวคลีโอรัก ได้แก่…

“longevity diet” สูตรอาหารที่จะทำให้คุณอายุยืนขึ้น ตั้งเป้าอยู่ถึง 120 ปี

ทุกวันนี้ที่เราเจ็บป่วยสาเหตุหลักๆ อย่างหนึ่งก็มาจากอาหารที่กินเข้าไปทั้งนั้น เนื้อสัตว์มากเกินไป เค็มไปหวานไป กินแล้วอ้วนไขมันเต็มทั้งร่าง แต่ถ้าเราอยากอยู่บนโลกนี้ไปอีกนานๆ ต้องรีบมาดูเรื่องการกินตั้งแต่วันนี้ เริ่มเร็ว ยิ่งดีเร็ว ตอนนี้มีสูตรอาหารแบบใหม่ที่จัดการกินทั้งอาหารและนิสัยเรียกว่า “สูตรไดเอทอายุยืน” ซึ่งมีคำแนะนำจากนักชีวเคมี วัลเตอร์ ลองโก้ เขาเป็นไดเร็กเตอร์ที่มหาวิทยาลัย Southern California’s Longevity Institute ทำวิจัยเกี่ยวกับการอดอาหาร สารอาหารมีผลต่อยีนยังไง แล้วส่งผลต่อเราเวลาที่แก่ตัวลงแบบไหนบ้าง วัลเตอร์บอกว่าสูตรนี้อาจจะทำให้เขามีอายุได้ถึง 120 ปีเลยก็ได้

แชร์เคล็ดลับผิวสวยใส พร้อมปลุกความมั่นใจตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วย 3 โปรดักส์คลีนบิวตี้สุดเจ๋ง จาก endota Australia

แรงแบบฉุดไม่อยู่จริงๆ สำหรับกระแส Clean Beauty ที่ตอนนี้กลายมาเป็นคอนเซ็ปต์ความงามรูปแบบใหม่ที่สาวๆ ต่างชื่นชอบและตามหามาดูแลผิว โดยเฉพาะ endota แบรนด์คลีนบิวตี้ชื่อดังจากออสเตรเลีย ไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆ เป็นอะไรที่ใครได้ลองก็ประทับใจ น่าจะเพราะเค้ามีครบทั้งสกินแคร์หน้าและตัว ผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก รวมถึงโฮมสปา ว่าแล้ววันนี้คลีโอเลยอยากแชร์เคล็ดลับผิวสวยใส พร้อมปลุกความมั่นใจตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วย 3 โปรดักส์สุดเจ๋ง จาก endota จะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น… เลื่อนลงไปข้างล่างสิคะ




Love, Relationship

ความรักของ ที เจ็ตเซ็ตเตอร์ “เพราะเป็นเพื่อนกันมาก่อน เราเลยเข้าใจกันมากๆ”



คงเป็นความน่ารัก ง่ายๆ ของเธอ แน็ต ผู้หญิงที่ดูใจเย็น อบอุ่นคนนี้ ที่ที เจ็ตเซ็ตเตอร์แต่งเพลง “คนที่ใช่” ให้ เขาร้องเซอร์ไพรส์เธอในงานแต่งงาน วันนี้เขามีลูกชายตัวน้อย 2 คน เป็นอีกครอบครัวที่สนุก เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และถ้าอยู่ใกล้ๆ พวกเขาจะรู้เลยว่า สองคนนี้รักกันมาก

ทีกับแน็ตไม่ได้แสดงอาการสวีทอะไรออกนอกหน้า ไม่ต้องนั่งข้างๆ กันตลอดเวลา เขาดูเรียบๆ ในความเป็นคู่รัก แต่ไม่รู้สิ ทำไมเราถึงรู้สึกได้เหลือเกินว่าเขารักกันมาก เหมือนมีออร่าอะไรออกมาจากตัวของพวกเขาตลอดเวลา ทำให้เรามีความสุขตอนนั่งอยู่ข้างๆ แล้วพอได้ฟังเรื่องความรักของเขา เข้าใจเลยว่า อะไรทำให้เขาส่งพลังรักโดยไม่ต้องพูดกันได้มากขนาดนี้

ทีไม่ได้อวยแน็ต และแน็ตไม่ได้อวยทีนะ เริ่มจากคำถามง่ายๆ จากเราที่ถามแน็ตไปว่า “เป็นยังไงบ้าง รักกับศิลปิน?” แน็ตตอบทันทีว่า “จิตต้องแข็ง เหมือนได้ฝึกจิตตลอดเวลา” และเธอฝึกมาเป็นเวลา 11 ปี ก่อนที่ทั้งสองจะตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกัน “การมีนักร้องเป็นแฟน เราต้องปล่อยวางมากๆ เขาจะกลับดึกตลอด เวลาในชีวิตเขา จะสวนกับเรา เราตื่นเช้า แต่เขานอนเช้า เขาส่งข้อความว่าถึงบ้านแล้วนะตอนตี 3 แล้วเรารู้ว่าเขามีแฟนสาวๆ มาฟังตลอดเวลา”

แล้วทำไมล่ะ ผู้หญิงคนหนึ่งถึงต้องมาลุ้นทุกวันกับผู้ชายคนนี้ แน็ตบอกว่า “เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มหาวิทยาลัย คือเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเป็นแฟนกับที เขาก็มีแฟนของเขาด้วย” ทีเองก็เล่าถึงแน็ตว่า “แน็ตเป็นคนน่ารัก เป็นผู้หญิงใจดีของกลุ่มเรา เป็นคนที่เจอแล้วจะรู้สึกถูกชะตา แต่ผมก็ไม่ได้ปิ๊งเขานะ เพราะผมก็มีแฟนอยู่” แน็ตพูดขึ้นมาเลยว่า “เรายังติดรถเขากลับบ้าน ตอนเขาไปส่งแฟนเขาเลย”

ทั้งสองก็เป็นเพื่อนกันไปเรื่อยๆ มาพีคตอนที่ทีเลิกกับแฟน “ผมก็เลิกกับแฟนไป คือไม่คลิกกันเท่าไหร่ แล้วก็ยังไม่ได้คิดอะไรกับแน็ตนะ” จนมาไคลแม็กซ์ที่วันหนึ่งเมื่อทั้งกลุ่มเพื่อนนัดกันไปเดินเล่นจตุจักร ทียังไม่อยากแยกย้าย ก็เลยมองหาเพื่อนว่าจะมีใครไปกับเขาต่อได้บ้าง “ชวนใครก็ไม่มีใครไป มีแต่แน็ตที่บอกว่าไปก็ได้ เราเลยไปดูหนังเรื่อง Bridget’s Jones Diary กัน ไม่รู้สึกอะไรนะ แล้วก็ไปกินข้าว ไปร้านเพื่อนที่เป็นผับเล็กๆ กัน ปรากฏว่าโรแมนติกเฉยเลย”

เหตุผลที่ทำให้ทีรู้สึกว่าเรื่องราวโรแมนติกได้เกิดขึ้นแล้วก็เพราะ เขาและแน็ตคุยกันสนุก ถูกคอ คุยกันได้เรื่อยๆ สนุกจนพอทั้งสองแยกย้าย ทีก็มารู้สึเอ๊ะในใจบางอย่าง “มันขึ้นมาเลยว่า เอ๊ะ อยู่กับเขาสนุกดีแฮะ มันยังไงเนี่ย แล้วมีโมเมนท์ที่ทำให้ผมวูบไปเลยก็คือ ตอนที่ขับรถกลับ ตอนนั้นเที่ยงคืนพอดี เราติดอยู่สี่แยกไฟแดงเดียวกัน บ้านผมเลี้ยวซ้าย บ้านแน็ตเลี้ยวขวา ผมไปจอดข้างๆ แล้วยังไม่ยอมเลี้ยวรถ รออยู่เป็นเพื่อนเขา ให้เขาไปก่อน ตอนนั้นเราก็ยิ้มให้เขา แล้วบ๊ายบาย”

ถามทีว่าตอนนั้นสปาร์คแล้วหรือยัง? เขาบอกว่า “ใจผมคืออยากดูแลเขา เพราะตรงนั้นก็เปลี่ยวมาก ผมเป็นห่วงเขาต่อ พอแยกกันไปได้สักพัก ผมก็จะถามว่าเขาถึงบ้านหรือยัง?” ทางแน็ตเองบอกตอนคุยกับเราว่า “นี่พูดเรื่องนี้แล้วยังขนลุกเลยค่ะ” เพราะเอาเข้าจริงรอยสปาร์คในใจได้เกิดขึ้นกับทั้งสองคนแล้ว ณ โมเมนท์นั้น “พอแยกจากกันปั๊บ เราคิดมาตลอดทางเลยว่า มันเกิดอะไรขึ้นนะ ทำไมเราอยู่ด้วยกันสองคนแล้วมีความสุขขนาดนี้ แล้วมันมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น บอกตัวเองเลยว่า เราคงไม่ได้คิดไปเองคนเดียว ถ้าเขาคิดเหมือนกัน เขาต้องโทร.มาหาเรา แล้วเขาก็โทร.มา จำได้ว่าก่อนรับโทรศัพท์คือยิ้มออกมาเลย”

หลังจากนั้นแน็ตและทีก็นัดเจอกันบ่อยขึ้น ยังไม่ได้บอกเพื่อนในกลุ่ม ทั้งสองตั้งใจว่าจะค่อยๆ เรียนรู้กัน จนในที่สุดก็เป็นแฟนกัน เขาทั้งสองรักกันก่อนที่ที จะเป็นที Jetset’er แน็ตบอกว่า “ไม่ใช่ว่าชีวิตรักเราจะโรยด้วยกลีบกุหลาบนะ เราทำเลาะกันยุบยิบตลอด เป็นความเด็กของเราทั้งคู่ ความต้องการก็ไม่ตรงกัน แต่พอผ่านมาเยอะ ก็เริ่มเบื่อที่จะทะเลาะ แล้วมันเหมือนได้เรียนรู้ว่าแต่ละคนเป็นยังไง ก็เลยรู้วิธีที่จะหยุดทะเลาะ สุดท้ายเรื่องทะเลาะเลยไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับเราสองคน”

แล้วแน็ตก็เริ่มเข้าสู่การต้องฝึกปล่อยวางเมื่อมีคนรักเป็นนักร้องดัง ทีเองกลับดึกเกือบทุกวัน ทั้งสองไม่ได้มีเวลาไปเดทกันนานๆ เหมือนตอนเรียน ทำงานกันคนละเวลา แต่สิ่งหนึ่งทีทีทำเสมอคือ เขาจะต้องแวะไปหาแน็ตแทบทุกวัน ไปแค่ 5 นาทีก็ยังดี “ผมรู้ทางไปบ้านแน็ตมากกว่าแน็ตอีก ผมอาจไม่ได้มีเวลาอะไรมาก แต่ผมจะต้องไปหาเขา ไปเจอหน้า ถึงจะอุ่นใจ” แน็ตเองก็ได้เข้าใจนิสัยทีมากขึ้นๆ เธอบอกว่าตรงนี้ล่ะที่สำคัญ และทำให้รักกันได้นาน “เรามองเห็นตัวตนของเขามาตลอด และชัดขึ้นๆ เราเลยรู้ข้อดี ข้อเสียของเขา เอาไว้ระลึกในใจตัวเองว่า ข้อดีที่เขามีเราแฮปปี้ขนาดไหน และข้อเสียเรารับได้ขนาดไหน อย่างเขาเอาใจเราเก่ง แต่ตื่นสาย แต่พอตื่นแล้ว เขาจะโทร.หาเราก่อน”

จนมาถึงวันที่ทีขอแน็ตแต่งงาน คนอื่นอาจจะคิดว่าคนเป็นศิลปินน่ะ เขาอยากครองความเป็นโสดนานๆ แต่ไม่ใช่สำหรับที เขาบอกว่า “ผมรู้สึกว่าเราสุกงอมกันแล้ว บางคนคิดว่าแต่งงานแล้วทุกอย่างจะดรอพลง แต่ผมไม่คิดแบบนั้นเลย พ่อแม่ผมอยากเลี้ยงหลานแล้ว ผมก็เลยคิดว่าแต่งงานเลยดีกว่า” ทีขอแน็ตแต่งงานวันวาเลนไทน์ ตอนแรกทีวางแผนจะขอแน็ตแต่งงานระหว่างเล่นคอนเสิร์ตบนเวที แต่งานกลับยกเลิก เขาเลยจองตั๋วพาแน็ตไปเชียงใหม่กะทันหัน “ก็มีเซ็ตสถานที่กันเงียบๆ แล้วที่นั่นมีวงดนตรีมาเล่น ผมเลยไปขอแจม แล้วผมก็ของแต่งงานเลย”

และเพลง “คนที่ใช่” ก็คือเพลงที่ทีแต่งให้แน็ต ในเอ็มวีผู้หญิงในนั้นก็คือแน็ตตัวจริง เขามาร้องเซอร์ไพรส์แน็ต ถามแน็ตอีกทีในวันนี้แน็ตบอกว่า “ยังเขินอยู่เลยค่ะ” ในความมีคนรักเป็นศิลปิน ก็จะโรแมนติกแบบนี้นี่เอง มาถึงตอนที่เราถามว่า แล้วแต่งงานเสร็จไปฮันนีมูนกันที่ไหร ตอนนี้ทียิ้มกว้างมากบอกกับเราว่า “พอแต่งงานเสร็จก็ไปฮันนีมูน ที่อังกฤษ ฝรั่งเศส มีความสุขมากครับ” ไม่อยากจะบอกว่าตอนนี้เขาและแน็ตก็ยังดูมีความสุขมากๆ กันเหมือนกัน

ถามว่าแล้วอะไรที่ทำให้ทั้งทีและแน็ตรักกันมายาวนาน จนมีครอบครัวที่น่ารักกันแบบนี้ ทีบอกว่า “เราชอบอะไรที่พอดีเหมือนกัน บางทีก็คิดเหมือนกัน เป็นคนเลี้ยงง่ายทั้งคู่ ไม่เรื่องเยอะ ไม่ไฮโซ ผมว่าศีลเสมอกัน สงสารเหมือนกัน ใจดีเหมือนกัน ไม่ชอบเหมือนกัน มันก็เลยเข้าทาง” แน็ตเองบอกเหมือนทีเป๊ะ เธอบอกว่า “เราศีลเสมอกัน ถ้าคนหนึ่งคิดลบ อีกคนหนึ่งก็จะฉุดกันขึ้นมา เราให้อภัยกันง่ายๆ ไม่เรื่องเยอะ ไม่โกรธกันนาน แล้วเราเข้าใจว่าแต่ละคนเป็นยังไง ใจเย็นให้กัน เราเลยผูกพันกันมาก และรักกันลึกมากๆ แบบนี้ล่ะค่ะ”

คลีโอถึงบอกว่า รู้สึกจริงๆ นะว่าสองคนนี้รักกันมาก ขอให้รักของทีและแน็ตอินสไปร์ทุกคนนะ ใครทะเลาะกันอยู่ ลองมาฟังกัน ใจเย็น และให้อภัยกัน ให้เรามีจิตใจที่พร้อมไปด้วยกัน แล้วที่เหลือก็เอนจอยโลกนี้กันเลยนะ

คลีโอขอขอบคุณเรื่องราวความรักดีๆ ของทีและแน็ต :))

#CleoInspiringStory #CleoLove

More