ดวงรายวันฉบับสาวคลีโอ ประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2564

สาววันจันทร์ อย่าใจร้อนหรือคิดเร็วทำเร็วเกินไปเพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง หรือคิดมากเอง ทำให้ตัดสินใจอะไรลำบากเพราะไม่รู้ว่าจะเชื่อสัญชาตญาณตัวเองดีหรือหาเหตุผลมาแก้ปัญหา การงานต้องคอยอ่านความคิดคนรอบข้าง อย่าไปคาดหวังจะได้สบายใจ ความรัก อย่าเอาความรู้สึกของเราไปเล่นกับความไม่จริงใจของคนอื่น เหนื่อยก็พักซะ สุขภาพ ระวังอุบัติเหตุ และทางเดินหายใจ . สาววันอังคาร บางครั้งการทำอะไรแบบไม่คาดหวังมักจะได้ผลสำเร็จที่เร็วกว่าได้มาง่ายกว่า การงาน ถูกเพิ่มลักษณะงานใหม่หรือคิดจะเปลี่ยนบทบาทสายการทำงาน สมัครงานยังมีโอกาสได้งานที่ดี งานออนไลน์ งานสอนต่างๆต้องใช้เวลาแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น การเงิน มีเงินใช้ไม่ขาดมือแต่ยังเป็นเงินที่หมุนมาหมุนไปต้องเสียเงินกับการซื้อของออนไลน์ หรือของเทคโนโลยีใหม่ๆ ความรัก คบกันแบบเพื่อนความสัมพันธ์จะราบรื่น สุขภาพ ออฟฟิศซินโดรม ปัญหาสายตา . สาววันพุธ มีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลืออุปถัมภ์หรือมีโอกาสได้ไปทำงานทางไกลติดต่องานระหว่างต่างประเทศ มีเจ้านายต่างชาติคนใหม่ การเงิน มีโชคลาภได้ของมีค่าหรือมีลาภปาก มีเกณฑ์เดินทางไกล ความรัก คนโสดคุยกับคนอายุมากกว่าหรือพ่อม่ายคนต่างชาติจะได้คนอุปถัมภ์ช่วยเหลือ สุขภาพ อยากลดน้ำหนักแต่ยังมีความสุขกับการกินมาก . สาววันพฤหัสบดี รอคำสั่งจากผู้ใหญ่หรือรอการเปลี่ยนแปลงได้เจ้านายใหม่ การทำงาน ยังคงเป็นไปตามหน้าที่ ทำงานให้จบตามเวลาไป การใช้ชีวิตค่อนข้างเรียบง่ายไม่ได้สนใจใครหรือคนรอบข้าง การเงิน ยังตั้งเปากับของราคาแพงหรือการท่องเที่ยวไว้อยู่ สุขภาพ ระวังปวดหลัง . สาววันศุกร์ มีการเปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนแบบกระทันหันหรือได้ปรับตำแหน่งงานใหม่งานด่วนเข้ามา การวางแผนต่างๆยังต้องปรับเปลี่ยนไปตามปัญหาหน้างาน ลูกค้าเก่ากลับมาหรือต้องตามแก้ปัญหาเก่าบางอย่างให้สำเร็จการเงินต้องวางแผนการใช้จ่าย […]

ลืมเขาได้ภายใน 1 วัน

เคยชอบผู้ชายคนหนึ่งมากๆ ชอบจนนึกถึงเขาตลอด ทำอะไรก็นึกถึง นึกจนคิดว่าไม่ได้ละ ไม่เวิร์ค ทุกข์ไป รู้เลยว่าไม่ชอบให้สมองของเรามีแต่เรื่องคนๆ เดียว อยากสลัดออกไปให้หัวโล่งๆ มาก แล้วตอนนั้นเขาก็ดูงงๆ นะ เหมือนจะชอบเรา แต่ก็เหมือนจะไม่ค่อยแคร์ ดูแหย่ไปแหย่มาให้นอยด์เล่น แล้วก็นอยด์จริงๆ เซนซิทีฟไม่เข้าเรื่อง เลยคิดว่า พอเถอะ! บอกตัวเองเลยว่า ไม่มีความสุข อย่างนั้นไม่เอาดีกว่า ก็เลยตั้งใจว่า วันนี้ล่ะจะต้องตัดออกไปจากหัวให้ได้ จัดการเลยคือ ถามตัวเองว่าถ้าไม่มีเขาอยู่ในใจ เราจะโอเคมั้ย ลองพิจารณาดูแล้ว ก็โอเคนี่นา เรายังใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม ไม่เห็นจะมีอะไรแย่ลงเลย ต่อให้พยายามหาข้ออ้างว่ามีเขาแล้วเราจะดียังไง สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ความจริงว่า เอาเข้าจริงก็ไม่ขนาดนั้น แล้วถ้าไม่มีเขาเลยล่ะ โอวววว น่าจะสบายดี ก็คงโหวงๆ ที่ไม่มีใครในใจ แต่คนอย่างเรา มีอะไรให้อยากทำอีกเยอะมากๆ ขอเลือกความโล่งดีกว่า พอตอบตัวเองได้ชัด ก็จัดการเลย วันนั้นใช้วิธีขับรถออกจากบ้านไป ขับแบบนิ่งมาก ปิดวิทยุ ไม่แตะมือถือ ขับไปเรื่อยๆ แล้วหายใจให้ลึกที่สุด อยู่กับถนนตรงหน้า และลมหายใจอย่างเดียว พอจะคิดอะไร ก็กลับมานิ่งดิ่งๆ ขับรถต้องใช้สมาธิไปด้วย […]

หัวใจคุณหมอยุคโควิดเป็นยังไง ไม่ไหวบอกไหว เสี่ยงแค่ไหนก็ต้องสู้!

ในช่วงสองปีที่ผ่านมาทั้งโลกให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์มาตลอด รู้ว่าพวกเขาทำงานหนักมาก และคุณหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเป็นด่านหน้าที่ work from home ไม่ได้ แถมยังต้องปะทะกับคนป่วยที่บางคนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังป่วยเป็น COVID-19 อยู่หรือเปล่า ความเสี่ยงเกิดขึ้นทุกวัน คลีโออยากรู้ว่าหัวใจของคุณหมอตอนนี้เป็นยังไง เลยขอถามคุณหมอเปิ้ล – แพทย์หญิงปิยวดี ชัยชาญพิมล แพทย์ฉุกเฉินหรือคุณหมอที่อยู่ ER ว่าประสบการณ์ครั้งนี้หนักจนเราเห็นใจจริงๆ หมอเปิ้ลบอกว่าแผนกฉุกเฉินมีความเสี่ยงกว่าจุดอื่นๆ เพราะเป็นแผนกที่รับผู้ป่วยจากชุมชนเป็นที่แรก พอผู้ป่วยมาด้วยภาวะฉุกเฉินก็ต้องรีบรักษาก่อนจะซักประวัติความเสี่ยงโควิด เจ้าหน้าที่เลยต้องใส่ชุด PPE (Personal Protection Equipment) ซึ่งหมอเปิ้ลบอกว่าทรมานมากกกก ร้อนและอึดอัด เวลาจะคุยกับคนไข้ ญาติคนไข้หรือพยาบาลก็ต้องตะโกนคุยกัน กว่าจะใส่ชุดถอดชุดก็กินเวลาขึ้นจากแต่ก่อนที่ใส่เสื้อกาวน์ธรรมดา แล้วใส่ถอดต้องระมัดระวังเพราะไม่รู้ว่าชุดมีเชื้อด้วยมั้ย ต้องรอบคอบทุกขั้นตอน . หมอก็กลัวโควิดเหมือนทุกคนคนทั่วไปออกไปข้างนอกมีนอยด์ๆ ว่าคนที่มาเดินอยู่ข้างๆ เสี่ยงติดโควิดมั้ย หมอนี่ไม่ต้องพูดถึงเวลาไปทำหัตถการกู้ชีพ คลุกวงในคนไข้โดยเฉพาะหมอฉุกเฉินที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ เพราะคนไข้จะไอและเชื้อสามารถแพร่กระจายใส่หมอที่ใส่ท่อได้ง่ายที่สุดและใกล้ที่สุด หมอเปิ้ลเล่าว่าเมื่อปีที่แล้วที่มีผู้ป่วยเป็นโควิดมาให้ใส่ท่อครั้งแรกตื่นเต้นมาก หัวใจเต้นแรงเหมือนผ่าทำคลอดหรือผ่าไส้ติ่งตอนเป็นนักเรียนแพทย์ ทั้งที่ใส่ท่อแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนมาเป็นสิบปี แต่เมื่อต้องมาใส่กับคนไข้ที่เป็นโควิด มองผ่านกล่องอะคริลิคในช่วงเวลานั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคุณหมอฉุกเฉิน แต่หมอเปิ้ลก็ผ่านมันมาได้ ดังนั้นหมอจะไม่ได้นึกถึงแค่ตัวเองว่าติดหรือยัง แต่จะเอาเชื้อไปให้ครอบครัวหรือคนใกล้ตัวด้วยนี่สิ ทำให้คุณหมอหลายคนรวมทั้งหมอเปิ้ลเองก็ต้องหยุดไปเจอครอบครัวหรือเพื่อนคนอื่นๆ บางคนถึงขั้นไปเช่าคอนโดอยู่คนเดียว เพราะไม่อยากให้พ่อแม่ที่บ้านต้องมาเสี่ยงติด ยิ่งสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่แค่เดือนสองเดือน […]

ดวงรายวันฉบับสาวคลีโอ ประจำวันที่ 14 มิถุนายน 2564

.. สาววันจันทร์ ชีวิตเวิร์คฟอร์มโฮมก็ไม่ได้หมายความว่างานจะน้อยลงยังมีงานที่ต้องทำอีกมากรออยู่ข้างหน้าการใช้ชีวิตต้องพยามวางแผนและจัดระบบตัวเองให้ดีถึงจะรอด การเงินมีโอกาสได้บ้าน มีเงินก้อน ลูกค้าตอบรับสัญญาข้อตกลงต่างๆลงเอยด้วยดี . สาววันอังคาร ทุกอย่างสามารถเรียนรู้และรู้ได้ด้วยตัวเองสิ่งที่คิดสิ่งที่ทำต้องใช้เวลาเพื่อพิสูจน์การงานมีผู้ใหญ่สนับสนุนมีเกณฑ์ได้เจ้านายใหม่ ธุรกิจของกิน ติวเตอร์จะดีขึ้น หรือ มีโอกาสจะทำธุรกิจนำเข้าส่งออก มีเกณฑ์ซื้อรถหรือบ้านใหม่ หรือมีแพลนเรียนต่อการสอบต่างๆยังทำได้ดี ความรักคนอายุมากกว่าหรือคนทางไกลมีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์สุขภาพน้ำหนักเพิ่มขึ้น . สาววันพุธ ความสำเร็จเกิดจากความตั้งใจจริงและความสุขในการทำงานของตัวเองมีโอกาสได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ได้รับข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องงานมีงานใหม่ที่ดีธุรกิจใหม่การลงทุนต่างๆยังต้องใช้เวลาแต่มีโอกาสที่จะทำสำเร็จได้ตามเป้าหมายการเงินมีแพลนซื้อบ้านหรือซื้อที่ดินความรักทุกอย่างต้องใช้เวลาเรียนรู้แต่มีแฟนก็เหมือนมีลูกที่ต้องคอยดูแล . สาววันพฤหัสบดี มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องการเงินอยากจะร่ำรวยมากกว่านี้อยากจะหางานพิเศษทำหรือหางานที่เงินเดือนดีขึ้นเงินคือพระเจ้าในการใช้ชีวิตเพราะมีความตั้งใจอยากจะดูแลครอบครัวหรือสร้างฐานะให้เร็วขึ้นการงานมีความตั้งใจในการทำงานมากขึ้นความรักความสุขของครอบครัวอยู่ร่มเย็นเป็นสุขดี งานราบรื่นทุกอย่างวันนี้สำเร็จได้ตามเป้าหมาย . สาววันศุกร์ มีโอกาสได้รับข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องงาน งานใหม่หรือได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่เพิ่ม วางแผนเรียนต่อการเดินทางต่างประเทศไปเรียนทางไกลมีความสำเร็จราบรื่นการติดต่องานด้านต่างประเทศเป็นไปในทิศทางที่ดี ได้บริวารใหม่ สุขภาพปัญหาผิวพรรณหรือมีความเครียดสะสม . สาววันเสาร์ การทำงานการใช้ชีวิตต้องเกิดจากความสุขและความพอใจของตัวเองถ้าต้องทนฝืนอยู่กับเรื่องที่ไม่ใช่หรือเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยากทำจะไม่มีความอดทนต่อสู้กับสิ่งนั้นได้นาน คุณจึงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับคนรอบข้างซึ่งมีผลต่อจิตใจมาก การงานยังราบรื่น ความรักต้องชัดเจนและใส่ใจ . สาววันอาทิตย์ เบื่อชีวิตของตัวเองตอนนี้ เบื่องานที่ทำอยู่หรืออยู่ในช่วงกำลังรองานใหม่ การเงินติดขัดเงินฝืดเงินไม่พอใช้คนยืมเงินแล้วไม่คืนการลงทุนย่อมมีความเสียหายเกิดความเสี่ยงความรักยังไม่ค่อยแน่ใจกับ ความสัมพันธ์ครั้งนี้




Health

ฉันติดโควิดที่อเมริกา ต้องรักษาตัวเองที่บ้าน…จนหาย



น้องตุ๋มเป็นน้องสาวของเพื่อนสนิทของเรา รู้ว่าตุ๋มติดโควิดเมื่อมิถุนายนปีที่แล้ว และตอนนี้เธอหายแล้ว

ตุ๋มทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ที่ลาส เวกัส ตุ๋มบอกว่าคนที่นั่นถ้าใครไม่เป็นอะไรจะไม่ใส่หน้ากาก แต่ตุ๋มและเพื่อนไทย เพื่อนเอเชียจะใส่หน้ากากกันหมด และพอหลังจากล็อค ดาวน์ ก็ค่อนข้างเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ได้ไปไหนนอกจากบ้าน ที่ทำงาน ซูเปอร์มาร์เก็ต วันที่ตุ๋มเริ่มคิดว่าตัวเองติดควิด ก็ไปทำงานตามปกติ ระหว่างทำงานจะใส่หน้ากากตลอด แต่คนอเมริกันที่เข้ามากินข้าวในร้านไม่ใส่หน้ากากเลย ตุ๋มบอกว่า

“หนูใส่หน้ากากตลอดเวลา เพื่อนร่วมงานก็ใส่ มีเปิดหน้ากากตอนกินน้ำ ถ้ากินข้าวก็จะแยกไปกินในห้อง แล้วเพื่อนรอบตัวก็ไม่เป็นกัน เลยไม่รู้แน่ว่าติดมาจากไหน”

ระหว่างทำงานตุ๋มก็จะคอยย้ำคิดกับตัวเองตลอดว่า เราจะเป็นมั้ย “ปกติจะเป็นภูมิแพ้ตอนเช้าทุกวัน น้ำมูกจะไหลสัก 2 ชั่วโมงแล้วก็หายไป” แต่ที่มารู้สึกว่าไม่ได้การแล้วก็คือวันหนึ่งตุ๋มเริ่มรู้สึกว่ามีไข้ รู้สึกเหมือนไม่สบาย “คือที่เอ๊ะก็เพราะปกติถ้าเป็นภูมิแพ้จะคันจมูก แต่วันนั้นไม่คันจมูก น้ำมูกไหล แล้วมีไข้ แล้วก็ท้องเสียงสองรอบ มีเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวด้วย” ตุ๋มรู้สึกแปลกๆ ก็เลยรีบกลับบ้านทันที เธอบอกกับตัวเองว่า “คิดไว้ก่อนตอนนั้นเลย ว่าเราอาจเป็นโควิดนะ” พอตุ๋มคิดแบบนั้นเธอก็แยกตัวเองจากทุกคนเดี๋ยวนั้น

“พอกลับมาบ้านคิดไว้ก่อนแล้วว่าเราเป็น แล้วบอกให้เพื่อนที่อยู่บ้านเดียวกันใส่หน้ากากตลอดเวลา เราป้องกันไว้ก่อนเลย บอกเพื่อนว่าเรามีอาการแบบนี้ เราจะอยู่ในห้องคนเดียวนะ” หลังจากนั้นตุ๋มเลยจองคิวไปตรวจโควิด แต่คิวคนจองเยอะมาก เธอต้องรออีก 3 วันถึงได้ตรวจ “พอวันที่สองเริ่มเจ็บคอ แต่ยังได้กลิ่นนะ วันต่อมาเริ่มคัดจมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยตัว” ตุ๋มให้เพื่อนเอาข้าวมาวางให้ เธอนอนในห้องรอครบสามวัน “ไปตรวจแบบไดรฟ์ ทรูผ่านกระจก แล้วรอผลอีกหนึ่งวัน ปรากฏว่าเราเป็น” ตุ๋มบอกว่าตกใจเลย

เธอเป็นคนแรกของคนไทยที่นั่นที่เป็น

สิ่งที่ตุ๋มทำคือ เธอเปิดดูยูทูบหาข้อมูล แล้วเจอว่าคนยุโรปที่เป็นก่อนคนอเมริกัน เขาบอกว่าให้กินวิตามิน ตุ๋มเลยเริ่มจัดวิตามินให้ตัวเอง “ก็หาข้อมูลตามที่เจอ เพื่อนที่เป็นพยาบาลบอกว่าให้กินวิตามินซี 2000 มิลลิกรัม กินวิตามินดี 1 เม็ด กิน Zinc ทุกวัน กินฟ้าทะลายโจร” ตุ๋มกินตามนั้น และคั้นน้ำส้มสดทุกเช้ากิน “คิดคิดแต่ว่าทำยังไงก็ได้ให้ภูมิเราแข็งแรงที่สุด” แน่นอนว่าเธอไม่ได้เข้ารับการรักษา เพราะโรงพยาบาลเต็ม จะรับก็ต้องเข้าระยะหายใจไม่ออกเท่านั้น เธอต้องรักษาตัวเองไปตามอาการ ไม่สามารถพบแพทย์ได้แม้แต่นิดเดียว

สิ่งที่ตุ๋มทำคือปรึกษาเพื่อนในไทย และให้เพื่อนปรึกษาอาจารย์หมอแบบรายวัน “อาจารย์บอกว่าให้นอนพักให้พอ แต่อย่านอนเยอะไป ให้ลุกขึ้นมาออกกำลัง สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ปอดทำงานได้ดี ออกกำลังกายให้ระบบข้างในทำงานให้เป็นปกติ ไม่อย่างนั้นจะยิ่งอมไข้ อมเชื้อโรค อาบน้ำเช้าและเย็น กลั้วคอบ่อยๆ ทำความสะอาดห้องตลอด เปิดหน้าต่างระบายอากาศ คือให้เชื้อโรคออกไปให้มากที่สุด” ตุ๋มบอกว่าที่สำคัญคืออาจารย์หมอให้เธอกินอาหารให้เป็นปกติ เพราะจะได้กินวิตามินได้ ไม่อาเจียน

ที่ตุ๋มต้องฝืนตัวเองมากๆ คือเธอต้องห้ามอาเจียน “อาจารย์บอกว่าอย่าอาเจียนเด็ดขาด เพราะมันจะมีกรดอะไรย้อนขึ้นมา ทำให้ระบบข้างในรวนได้ ร่างกายจะอ่อนแอลง” ตุ๋มต้องกลืนอาเจียนของเธอหนักๆ และทำทุกอย่างที่อาจารย์หมอบอก “อย่างเป็นไข้ก็จะกินไทลีนอลก่อน แล้วเปลี่ยนเป็นฟ้าทะลายโจรมื้อละ 2 เม็ด ถ้าเจ็บคอก็จิบยาแก้ไอ แล้วกินน้ำขิงแทนน้ำตลอดเวลา” ที่เธออัดให้ตัวเองอีกอย่างก็คือกระชาย “ไอดูยูทูบบอกว่า กินกระชายสดจะดี ก็เลยให้เพื่อนไปหามา แล้วตอนนั้นจมูก ลิ้นไม่รับอะไรแล้ว ก็เลยเคี้ยวๆๆๆ กินไป กินพวกตะไคร้ ใบมะกรูด สมุนไพรด้วย คือเซิร์จเจออะไรช่วยบ้าง ก็กิน พวกสมุนไพรไทยจะช่วยให้หายใจโล่งขึ้น พอเรากินแล้วรู้สึกหายใจคล่อง เลยคัดจมูกไปไม่กี่วันก็หาย” ยังมีพวกลูกอมแก้เจ็บคอ ฆ่าเชื้อต่างๆ ตุ๋มก็กินหมด ผลไม้ที่สร้างภูมิ กีวี่ ส้ม แอปเปิ้ล เธอก็กิน

ตุ๋มรักษาตัวเองแบบนี้ทุกวัน จดอาการ วัดไข้ รายงานอาจารย์หมอทุกวันตลอดเวลา และยังซักเสื้อผ้าเองด้วยเดตตอล ขยะก็เก็บใส่ถุง ฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อหมด เธอไม่ให้ใครเข้ามา และเพื่อนทุกคนก่อนเข้าบ้าน ต้องถอดรองเท้า ฉีดสเปรย์หน้าบ้านเป๊ะๆ และห้ามเอาของนอกบ้าน อย่างกระเป๋าเข้าห้องนอนกัน

ผ่านไป 10 วัน ไข้ที่สูงๆ ต่ำๆ ของตุ๋มก็เริ่มคงที อุณหภูมิเริ่มกลับสู่ปกติ “ลุ้นทุกเช้าว่าเราจะดีขึ้นมั้ย แล้วพยายามไม่ให้ตัวเองหัวว่าง มันจะเครียด จนผ่านไปสิบวัน อาการลดลงมาเรื่อยๆ ไม่มีไข้แล้ว ไม่เจ็บคอ ไม่ปวดหัว เหลืออาการสุดท้ายคือกลิ่น กับลิ้นไม่รับรส จนกระทั่งในที่สุดกลิ่นและรสกลับมา ถึงรู้ว่าเราหายแล้ว” แต่ตุ๋มก็ยังให้ตัวเองอยู่ในห้องต่ออีก 14 วัน เธอไปตรวจผลอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีเชื้อแล้ว

ควันหลงหลังจากที่เธอเป็นโควิดก็คือ ทำอะไรจะเหนื่อยง่ายขึ้น เหมือนเชื้อไปกระทบปอดข้างใน ปอดทำงานได้ไม่เต็มร้อย คงต้องใช้เวลาฟื้นฟูต่อไป แล้วอเมริกาก็เริ่มมีวัคซีน ตุ๋มไปฉีดมาสองเข็มเรียบร้อย ก่อนจะเตรียมตัวกลับไทย แล้วมากักตัวต่อที่เมืองไทย และพอพ้นการกักตัว เธอจะใส่หน้ากากคุยกับคนในครอบครัวตลอดเวลา ตอนนี้เธอแข็งแรงดีแล้ว ตุ๋มบอกว่า “ตอนที่เราเป็นแล้วหาย เพื่อนคนไทยรอบตัวไม่มีใครติดจากเราเลย” ตุ๋มยึดมั่นที่สุดก็คือ “เป็นอะไรนิดให้คิดว่าเป็นโควิดไว้ก่อน แล้วแยกตัวออกมาเลย” จะทำให้เพื่อนเราไม่เป็น

คลีโอขอขอบคุณน้องตุ๋ม อัญชนา ดวงสร้อยทอง ที่ได้แชร์เรื่องราวตัวเองจากประสบการณ์โควิดครั้งนี้ของเธอ และขอให้เพื่อนๆ ทุกคนแข็งแรง ปลอดภัยที่สุดนะ