“ลูกหมี-รัศมี” ถึงไม่เคยสมหวังในความรัก แต่เธอไม่เคยผิดหวังในตัวเอง

หนึ่งในผู้หญิงที่สตรองดั่งหินผาของไทย จะต้องมีชื่อลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพรศรี เธอคือนางแบบ เจ้าของธุรกิจ อดีตนักกีฬา และวันนี้สำหรับเรา เธอคือผู้หญิงที่เจ็บเป็น และรักตัวเองเป็น ที่น่าชื่นชมคนหนึ่งเลย นางแบบสาวหน้าคมผมยาวผู้อยู่คู่แคตวอล์คแถวหน้าของเมืองไทยมานานหลายสิบปี แต่ความสวยและเป็นธรรมชาติของพี่ลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพรศรี ยังอยู่ในใจพวกเราเสมอและมาเจอกี่ครั้ง ประเด็นที่ต้องคุยกันทุกครั้งคือการอัพเดทสถานะของหัวใจที่หลายคนคงได้เห็นจากข่าวว่าตอนนี้พี่ลูกหมีกลับมาเป็นโสดอีกครั้ง ทั้งที่กำลังจะตัดสินใจแต่งงาน แต่เธอกลับโดนบอกเลิกในไม่กี่วัน ตอนนี้พี่ลูกหมีเป็นสาววัย 45 ที่มองมุมไหน เราก็ได้แต่บอกว่าสวยจังเลยค่ะ พี่ลูกหมีเล่าว่าเรื่องร้ายๆ เศร้าๆ หรือปัญหาอะไรที่ผ่านมาก็พยายามคลี่คลายไปให้ได้อย่างสวยงาม ชีวิตของพี่ลูกหมีวันนี้เป็นชีวิตที่มีความสุขดี ได้ทำงานเป็นคุณครูที่สถาบันสอนเดินแบบพัฒนาบุคลิกภาพ We Are Model by Lookmee ของเธอเอง  “คนเรามีทั้งเรื่องสุข ทุกข์ แฮปปี้ ดีใจ กังวล ไม่สบายกายไม่สบายใจอยู่แล้ว แต่เราต้องพยายามเอาออกจากสมองและใจของเราให้เร็วที่สุด เพื่อให้เรามีชีวิตที่เบิกบาน ร่าเริงแล้วเวลาทำอะไรก็จะประสบแต่ความสำเร็จ ถ้ามีความกังวล ไม่สบายใจสะสมในร่างกาย มันจะตกตะกอนซ่อนอยู่ในหน้าในตัวเรา ลูกหมีเป็นคนที่ชอบเคลียร์ปัญหาเอาออกไปให้ไวที่สุด” และสำหรับเรื่องหัวใจช่วงเวลานี้ พี่ลูกหมีคือสาวโสดที่สดใสและมีสติสุดๆ “ตอนนี้โสดค่ะ เราเคยมีแฟน มีปัญหาแล้วเลิกกันซึ่งชีวิตเราไม่ค่อยมีปัญหาอะไรนอกจากเรื่องความรัก แต่เราก็ผ่านมาได้ด้วยวิธีการต่างๆ มันไม่ได้แก้ง่ายนะคะ เราต้องใช้ความเข้มแข็ง ใช้กำลังใจ ใช้สติปัญญา […]

THE BEST MAKEUP BFF PRODUCTS OF 2022

BB  Cream   /   Base & Primer   /   Concealer   /   Foundation /   Cushion   /   Powder   /   Bronzer & Highlighter   /   Blush   /   Brow   / Eyeliner   / Mascara   / Eye shadow   /   Lips   /   Tools   / Remover BB CREAM Best BB Cream: BABY BRIGHT Watermelon & Tomato Matte BB Cream SPF45 PA +++ หูยย ใช้ดีเลยนะ ทาไปไม่ต้องเยอะ หน้าไบรท์ขึ้นเดี๋ยวนั้น […]

30 กว่าปีที่รอกอดอุ่นๆ จากแม่…เคยคิดสั้นเกือบตาย วันนี้เธอได้แม่ที่อยากได้มาตลอดชีวิต

เพราะเราเชื่อว่าชีวิตของผู้หญิงทุกคนมีเรื่องราว และเรื่องที่ทำให้ใจสั่นสะท้านได้คงไม่พ้นเรื่องความรักของแม่และปมในวัยเด็ก เหมือนกับที่ หญิง-ณัฏฐณิชชา เอกอัครปุลพัชร์ ที่หัวใจเริ่มต้นกับความโดดเดี่ยว แต่จบลงได้ด้วยความอบอุ่น เรื่องทั้งหมดนี้ไม่ใช่โชคชะตา แต่สิ่งที่เธอตามหามานาน วันนี้หญิงได้คำตอบด้วยตัวเอง และรู้สึกถึงความรักจริงๆ ของแม่แบบไม่ตั้งคำถามในเวลา 30 กว่าปีที่รอคอยมา กุมหัวใจไว้ดีๆ ก่อนอ่านเรื่องราวของเธอไปด้วยกัน “แม่ของหญิงมีลูกตั้งแต่อายุยังน้อย เราโตมาพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เด็กๆ เห็นภาพพ่อแม่ทะเลาะกันจนสุดท้ายเขาก็เลิกกัน พ่อแอบมารับเราไปเล่นบ้านย่าช่วงกลางวันตอนไปโรงเรียน แม่ก็มาแย่งคืนแล้วเขาจะทะเลาะกัน พ่อมาหาเรื่อยๆ ช่วง ป.3-4 ยังจำได้ว่าพ่อซื้อจักรยานให้แล้วเอามาวางไว้บนหัวสะพานหน้าบ้านที่เป็นคลอง เพราะบ้านอยู่ที่ฉะเชิงเทรา ยังจำแววตานั้นของพ่อได้ดี ภาพจำตอนเด็กของเราเลยคือ แม่ออกไปทำงานให้เราอยู่กับยาย หนึ่งปีจะเจอกัน 1-2 ครั้ง เรารอแม่หน้าบ้านทุกวัน มองไปที่เรือทุกลำเผื่อเขาจะกลับมา แล้วถ้าแม่มาเราจะร้องไห้ตาม ไปปีนต้นมะขามหลังบ้านให้แม่เอาเราไปอยู่ด้วย เราขาดความรักหนักมาก จน ป.4 แม่แต่งงานใหม่และพาเราไปอยู่ด้วยตอน ป.6 เรายิ่งเสียใจหนักมาก รู้สึกว่าตัวเองเป็นอากาศธาตุในบ้านนั้น เห็นแม่มีความสุขกับครอบครัวใหม่ แต่เราเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในบ้าน” ชีวิตของหญิงโตมาด้วยความกลัวแม่มาก “แม่จะตาขวาง ดุมาก ใส่เสื้อสั้นๆ หน่อยด่าเลย เราไม่เคยคุยกัน ไม่ใช่แม่ลูกที่ปรึกษากันได้ ตลอดช่วงมัธยมต้น รู้สึกบ้านไม่น่าอยู่ แม่ทำงานกลับดึก […]

ไอเท็มฮิตติดโซเชียล Johnson’s Bedtime Baby Oil ขวดเดียว ใช้ได้ตั้งแต่บำรุงยันแต่งหน้า

ไม่ว่าจะเข้าเฟสบุค สไลด์อินตราแกรม หรือหันไปเล่นติ๊กต๊อก ก็เจอแต่คนพูดถึง จอห์นสัน เบดไทม์ เบบี้ ออยล์ ขวดม่วง จนอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไม๊ ทำไม? ฮอตฮิตติดโซเชียล ซึ่งพอได้ลองเท่านั้นแหละ ถึงบางอ้อเลยจ้า… มัลติฟังก์ชั่นมากเว่อร์ ขวดเดียวใช้ได้ตั้งแต่ขั้นตอนบำรุง ไม่ว่าจะผิว ผม และเล็บ ไปจนถึงแต่งหน้า ว่าแล้วทีมกรรมการคลีโอก็พร้อมใจกันมอบมงให้ น้องออยล์ขวดม่วง สวมสายสะพาย Best Multi-purpose Skin S.O.S เป็นที่เรียบร้อย อ่ะปรบมือออออ มาทำความรู้จัก Johnson’s Bedtime Baby Oil ขวดสีม่วงกันดีกว่า ถ้าพูดถึงออยล์ ชื่อจอห์นสัน เบบี้ ออยล์ ต้องลอยมาก่อนเลย เพราะไม่ว่าใครก็ต้องเคยผ่านการใช้ออยล์ขวดสีชมพูพาสเทลมาอย่างแน่นอน แต่วันนี้ที่ป็อปและฮอตมากเป็นพิเศษ คือ น้องออยล์ขวดสีม่วง ชื่อว่า Johnson’s Bedtime Baby Oil เป็นสูตรที่นอกจากจะช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ด้วย pH Balanced & […]




Health

ผู้หญิงเป็นซึมเศร้ายุคนี้ อาจเพราะเติมไม่เต็ม และหาตัวเองไม่เจอ

โรคซึมเศร้า

ได้คุยกับเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง เธอเป็นคนน่ารัก สนุกสนาน ทำงานเก่ง แต่เธอยอมรับกับเราตั้งแต่ 15 นาทีแรกที่คุยกันว่า “หนูเป็นซึมเศร้ามาตลอดชีวิต” แทบจะไม่เชื่อ และดูไม่ออกเลยว่าเธอมีอะไรในใจกับตัวเองขนาดนั้น แต่ทุกวันนี้เธอใช้ชีวิตด้วยการกินยา ไปหาจิตแพทย์เป็นประจำ ไม่สนใจใคร และไม่กลัวตายเลยสักนิด 

“หนูมีทริกเกอร์ตั้งแต่ตอนเด็กๆ หนูอยู่กับครอบครัวที่แปลกๆ หน่อย เคยทำผมไม่เหมือนเด็กผู้หญิงในโรงเรียนอยู่คนเดียวแต่แม่บอกว่าแม่แม่อยากให้ทำทรงนี้ หนูเลยอยู่กับการที่เราแปลกก็ได้ เราไม่เหมือนคนอื่น และก็เลยมาลงที่เราอยู่ของเราคนเดียวก็ได้นะ”

เวลาผ่านไปหนึ่งปี สองปี ห้าปี สิบปี และยี่สิบปี เธอก็ยังคงมีอาการของโรคซึมเศร้าอยู่เรื่อยๆ เราถามเธอว่าอาการเธอเป็นอย่างไรบ้าง “ก็ตายเลยก็ได้นะ ไม่กลัวเลย แล้วก็หาความหมายไม่เจอ ว่าจะอยู่ไปทำไม ไม่แคร์ใคร ไม่สนใจใคร ไม่รู้ว่าสุดท้ายชีวิตต้องการอะไร” และเพราะเหตุที่เธอหาความหมายของตัวเองไม่เจอ มันเลยทำให้เธอรู้สึก lost จริงๆ “ตัวตนของเรามีนะ แต่มันอยู่ที่ไหน มันคือตัวเราที่บริหารจัดการความรู้สึกไม่เป็น แล้วเราไม่รู้จะยึดอะไรดี?”

ทำให้เธอบอกเราว่าคนที่เป็นซึมเศร้ายุคนี้ อาจมาจากความตั้งใจอยากเป็น อยากมีอะไรสักอย่าง แล้วพอไม่ได้ ก็จะรู้สึกว่าตัวเขาไม่ดีพอ หรือบางคนอยากได้การยอมรับ แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่ได้สักที หรือบางคนอาจมองตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง แต่กลับหาว่าตัวตนจริงๆ คืออะไรไม่เจอ เขาก็ lost ได้เลย 

สำหรับเธอช่วงนี้ก็ยังมีอาการอยู่ เธออยู่ได้ด้วยยาเป็นกำมือทุกวัน “มีเป็นอยู่บ้างครั้ง ก็จะรู้สึกว่าไม่อยากทำอะไร อยากนอนขดตัวกลมๆ แล้วหายไปเลย บางทีก็นอนมองพัดลมไปอย่างนั้น คือมันก็จะรู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตต่อไปแล้ว เราเหนื่อย สำหรับเราคือ เราตายเมื่อวานนี้ เมื่อเดือนก่อน หรือพรุ่งนี้มีค่าเท่ากันนะ มันไม่กลัวอะไรแล้วเลย จะเป็นอะไรก็ช่างมัน”

เธอเริ่มคุยกับนักจิตบำบัดตั้งแต่อายุยี่สิบต้นๆ คุยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ครั้งละหนึ่งชั่วโมง หลังจากที่ปรึกษาหมอไปได้สักพัก เธอก็วิเคราะห์ตัวเองได้ว่า “เราเป็นคนไม่ค่อยเหมือนใครมาแต่เด็ก มีโลกของตัวเองสูง เป็นคนที่ยืนบนเส้นคาบเกี่ยวที่ไม่ไปไหนสักทาง แล้วเราต้องเอาตัวรอดให้ได้ แม่เลี้ยงโดยโยนเข้าตู้หนังสือ พ่อกับแม่เลี้ยงเราแบบเลือกสิ่งที่ดีมาให้ แต่ไม่ได้ลงดีเทลว่ามันกระทบเรามั้ย ตอนนั้นอึดอัดนะ รู้สึกตัวเองเหมือนตัวประหลาด และที่บ้านไม่มีการพูดคุยเหตุผลให้เข้าใจ เราถูกทิ้งบ่อยก็เลยอยู่ได้ด้วยตัวเอง เราก็เลยเป็นแนว go with the flow แล้วกัน แล้วตอนนี้นึกไม่ออกเลยว่าครอบครัวอบอุ่นเป็นยังไงเหรอ” แต่เรื่องเรียนเธอไม่เคยเสีย เอ็นทรานซ์ติดคณะที่คะแนนสูงสุดของสายศิลป์ จบมาได้งานทำที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย 

หลังจากไปหานักจิตบำบัด จิตแพยท์มานานเป็นสิบปี หมอสรุปว่าเธอไม่มีศรัทธาในสิ่งใดอย่างจริงจัง ไม่มีหลักในการโยงสิ่งใด “เราไม่มีจุดมุ่งหมาย ไม่มีความทะเยอทะยาน แต่มันก็ใช้ชีวิตไปได้นะ แต่ข้างในมันกลวง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเราจะใช้ชีวิตไปทำไม ในใจเราไม่แข็งแรงเลย เราก็เลยเริ่มคิดวางแผนว่าจะทำยังไงให้ตายเร็ว ก็เลยเริ่มศึกษา เริ่มมีกระบวนการการคิดเป็นความอยากตาย แล้วมองหาวิธีว่าจะตายยังไงดี กระโดดน้ำล่ะ ผูกคอตายล่ะ เราเหมือนเป็นคนที่พึ่งตัวเองได้ เหมือนเราอยู่ได้ แต่ข้างในเราไม่ได้เต็มขนาดนั้น เราขาดอะไรไป ก็ไม่รู้ว่าขาดอะไร เราขาดการอยากมีชีวิต เราไม่รู้ว่าเราจะสำเร็จไปทำไม รู้สึกว่าโลกไม่มีเราก็ได้”

และเธอยอมรับว่าไม่มีเพื่อนสนิทเลย “เราไม่มีเพื่อนสนิทนะ ทำหายไประหว่างทางบ่อยมาก คุยกันทุกวันแล้วอยู่ๆ วันหนึ่งก็ลืมไม่โทรไปหาเขาแล้ว หรือถ้าทำธุรกิจด้วยกัน แล้วไม่โอเค เราก็พร้อมจะไฝว้” สิ่งเดียวที่ทำให้เธอได้ปล่อยพลังออกไปที่สุดก็คือการทำงาน และสิ่งที่เยียวยาเธอได้คือการเดินทาง และเธอเลือกที่จะไปที่ซ้ำๆ กันทุกปี

เธอเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหายดี แต่ที่แน่ๆ เธอไม่อยากให้ใครเป็นแบบเธอเลย “ไม่เชื่อว่าโรคนี้มันหายได้ แต่แค่อยู่กับมันเป็น ซัฟเฟอร์น้อยลง แล้วเวลาดาวน์น้อยลงก็เก่งแล้ว ไม่อยากให้ใครเป็นเลยนะ ถ้าเป็นก็ต้องหาทางซ่อมตัวเองด้วยตัวเขาเองเลยล่ะ” เธอแนะนำคนที่อยู่ใกล้ชิดคนที่เป็นแบบเธอเอาไว้ด้วยว่า “คุณไปซ่อมใจใครไม่ได้หรอก ถ้าเจอใครที่เป็นแบบนี้อย่าพยายามบอกเขาให้หาย เชียร์อัพเขายังไงก็ไม่หายหรอก สิ่งที่ทำได้คืออยู่ใกล้ๆ เขา ถ้าเขาลงไปในหลุมดำ ก็ยืนรอเขาที่ปากหลุม เพราะถ้าไปพยายามช่วยเขา คุณจะเหนื่อย แล้วคุณจะทิ้งเขาไป” 

และสิ่งที่เธออยากฝากไว้สำหรับคนที่เป็นโรคซึมเศร้าก็คือ  “อย่ากลัวที่จะไปหาหมอ อย่าคิดว่าโรคนี้จะหายได้เอง ยาช่วยได้ส่วนหนึ่ง ถ้าหมอบอกกินเท่าไหร่ ก็ให้กินเท่านั้น อย่าเลิกกินยาโดยที่หมอไม่ได้สั่ง ถ้ากินแรกๆ แล้วรู้สึกว่าดีขึ้นมาก แล้วหยุดนั่นคือผิด ต้องกินต่อไป เพราะมันรักษาระดับในระยะยาว แล้วมันต้องปรับยาไปตลอด” เรื่องสำคัญอีกเรื่องที่เธออยากให้ทำก็คือ “พยายามหาอะไรที่เป็นรูทีนให้ตัวเองทำ เอาแบบไม่ต้องใช้สมองนะ แล้วก็ให้หาต้นแบบในการใช้ชีวิต แล้วศึกษาวิธีใช้ชีวิต วิธีคิดของเขา ตอนอยู่ในหลุมกับตัวเอง ก็ต้องพยายามตัดอารมณ์ขึ้นมานะ” 

เธอรักษาตัวเองโดยไปหาจิตแพทย์ กินยา ทำงาน ว่ายน้ำ วิ่ง หาอะไรโฟกัสให้ตัวเองตลอด และไม่ต้องคิดอะไรมาก “หนูว่ายน้ำรวดเดียวสองพันเมตร ว่าแบบเราจะได้ไม่ต้องคิดอะไรเลย มันเลยกลายเป็นสิ่งยึดเหนื่ยวเรา ว่าเราต้องทำทุกวัน” เคล็ดลับของคนเป็นซึมเศร้าของเธอก็คือ “ให้ตั้งเป้าหมายสั้นๆ ไม่ต้องคิดยาว  แล้วเราจะมีกำลังใจว่าเราทำได้นี่นา” และอีกหนึ่งประโยคที่เธอบอกว่า 

“ยอมรับด้วยว่าเรากำลังเป็นโรคนี้ และเรากำลังพยายามจะให้ตัวเราหายด้วยนะ”

คลีโอขอขอบคุณเรื่องราวจริงจากเพื่อนคนนี้ และขอให้เรื่องราวของเธอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ

More