ดาโคต้าบอก..แอนโตนิโอ(พ่อเลี้ยง) เปลี่ยนครอบครัวของเธอ ‘ตลอดไป’ ด้วยความรักของเขา

ดาโคต้า จอห์นสัน (Dakota Johnson) เป็นนางเอกที่สวยและมากด้วยความสามารถ แต่สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ก็คือ.. ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพระเอกรุ่นใหญ่ แอนโตนิโอ แบนเดอราส (Antonio Bandares) กลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอ

ความรักแบบ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่ต้องการแค่อ้อมแขนและคนคุยกันลื่นไหล

ประโยคของเจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่เราเองก็รู้สึกแบบเธอเป๊ะๆๆๆ อยากมีใครที่ใช่ คุยกันรู้เรื่องและเล่าเรื่องของวันนี้ที่เจอให้เขาฟัง สำหรับผู้หญิงที่ต้องออกไปสู้โลกทุกวัน สู้คนเดียว ต้องเข้มแข็งให้ได้ อ่อนแอยังไงก็ต้องเก็บเอาไว้ ความรู้สึกอยากมีใครสักคน อาจไม่ใช่ว่าเขาต้องมาดูแล มาหาเงิน หาบ้านอะไรให้ แต่คือความรู้สึกที่ละทุกอย่างของวันออกไป แล้วเข้าไปซุกในแขนของเขาหันไปบอกกับเขาว่า “วันนี้แย่จัง เหนื่อยจัง” เขาอาจจะดึงเราเข้าไปกอดให้แน่นขึ้น เอามือลูบหัวเรา แล้วบอกเราว่า “ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย แต่เดี๋ยวมันก็จะดีขึ้นนะ” ข้อดีของการมีคนรักที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน คือเขาจะรู้ทุกโมเมนท์ของชีวิตเรา ว่าช่วงไหนเราเป็นยังไง เขาจะซัพพอร์ตจิตใจเราได้ทัน และคอยเป็นทั้งเพื่อน ทั้งคู่คิด เป็นคนรักที่จูงมือเราไปสูดอากาศดีๆ แล้วเพียงไม่กี่นาที โลกทั้งโลกก็หายไป เรารู้สึกสบายใจและช่างผ่อนคลายเหลือเกิน เหมือนที่เจนนิเฟอร์ อนิสตันเคยบอกหลังจากเลิกกับจัสติน เธอโรซ์สามีของเธอเมื่อปี 2018 ว่า “ไม่มีใครที่เรดาร์ฉันกระดิกได้ แต่ฉันว่าถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาที่ฉันพร้อมจะแชร์ชีวิตของฉันกับใครอีกคนแล้ว” เจนนิเฟอร์บอกว่า “ในความสัมพันธ์ เรื่องโรแมนซ์ไม่ใช่สิ่งสำคัญ” สำหรับเธอเลย เธอรักในการเป็นผู้หญิงที่ไม่ต้องพึ่งพิงผู้ชาย เธอคือผู้หญิงที่สร้างตัวเองมาด้วยตัวเอง เจนบอกว่าความสัมพันธ์ของเธอจะเริ่มขึ้นได้เพียงมี “บทสนทนาที่ลื่นไหลตั้งแต่ได้คุยกันครั้งแรก” นั่นเป็นสัญญาณที่ดี “เขาต้องมั่นใจในตัวเอง แต่ไม่เยอะไป มีอารมณ์ขัน แล้วก็ขอร้อง ขอร้องเลยนะว่า เขาต้องใจดีกับผู้คนด้วย” […]

Q: ทำไมฉันเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่เลิกคบไปไม่ได้?

คำถามคาใจตัวเองทุกครั้งที่เริ่มคบใคร ไปไม่รอดแล้วยังเป็นเพื่อนกันก็ไม่ได้! Q: “ฉันมีเพื่อนผู้หญิงเยอะเลยนะ แต่ยากมากจะมีเพื่อนผู้ชายที่สนิท แล้วพอคบใครหลังจากนั้นก็เป็นเพื่อนกับพวกเขาไม่ได้ ไม่ได้เลิกกันไม่ดีนะ แต่ไม่ชินที่จะมีเพื่อนผู้ชาย เลยทำให้ฉันคบผู้ชายเยอะ คบแล้วเลิกๆ และหายกันไปเลยตลอดเวลา แล้วพอมาชอบเพื่อนตัวเอง หรือชอบผู้ชายที่ทำงาน ก็ไม่กล้าไปต่อ กลัวจะเสียเพื่อนไปเลยแล้วไง?” A: ซื่อตรงกับตัวเองที่สุดก่อน ว่าจริงๆ คุณต้องการผู้ชายที่ดีจริงสำหรับชีวิตด้วย! เหมือนกับว่าคุณคิดว่าคุณน่ะคงไม่ดีพอจะเป็นเพื่อนกับใครได้ และคงมีอะไรผิดๆ ในความสัมพันธ์ที่ทำให้รักษาความเป็นเพื่อนไว้ไม่ได้ เราอยากให้คุณยอมรับตรงๆ กับตัวเองก่อนว่า “คุณต้องการความสัมพันธ์ที่ดี และผู้ชายที่รักคุณ” ลองเขียนคุณสมบัติเริ่ดๆ ในตัวคุณสัก 10 ข้อ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตา รูปร่างนะ และบอกเลยว่าทุกคนที่คุณจะเจอต่อไปนี้ เขาจะได้รับสิ่งดีของคุณเช่นนั้น แล้วลองมองหาผู้หญิงที่คุณชื่นชม ว่าเธอช่างสามารถเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่เคยคบได้  ดูวิธีที่เธอคุยกับพวกเขา ดูบุคลิก รอยยิ้ม ท่าทาง ลองเรียนรู้แล้วลองเอาไปใช้เวลาเดทกับใคร ที่สำคัญเวลาเดทกับใครเปิดกว้างกับเขาไปเลยว่า คุณอยากรเรียนรู้จักเขา อยากเป็นเพื่อนกับเขาให้ดีก่อน ต้องใจแข็งไว้นะถ้าเขาจะมาขออะไรที่เป็นทางกายกับเรา เอาให้ชัวร์ในความเป็นเพื่อนแล้วค่อยไปต่อจะดีกว่า สุดท้ายเลยอยากบอกว่าลองไปโฟกัสชีวิตด้านอื่นด้วย ให้เราเอนจอยกับตัวเอง เป็นเพื่อนกับตัวเองให้ดี ถ้าเรามัวแต่เคลิ้มถึงหนุ่มในออฟฟิศ หรือเพื่อนของเพื่อน หรือบางทีอาจเผลอไปเคลิ้มแฟนเพื่อน เราก็อาจกลายเป็นคนคลั่งรัก และคาดหวังในความสัมพันธ์เกินไป จนมองข้ามความเข้ากันได้ […]

3 คำเตือนจากกูรูเรื่องงาน “ถ้าไม่เริ่ดจริง ขอเงินเดือนแรงแบบนี้ อาจพังได้นะ”

เป็นมุมเรื่องงานที่บางทีก็ลืมมองตัวเองไป ขอยอมรับและโล่งๆ กับตัวเองพิจารณาอีกครั้ง “เราคิดว่าเราเก่ง” หรือที่ผ่านมา “หัวหน้าเราน่ะเก่ง” กันแน่! เป็นหนึ่งในคำเตือนที่เราว่าสุดจะดึงเราให้กลับมามองตัวเอง เจฟฟ์ อาร์ แดเนียล กูรูเรื่องงานในอเมริกาเตือนคำทำงานที่เปลี่ยนงานเพื่อจะจั๊มเงินเดือนมาว่า “บางครั้งคนเราก็คิดว่าตัวเองเก่งเกินความสามารถจริง” เขาบอกว่าหลายๆ คนทำงานความเก่งของเขาไม่ใช่ตัวเขาเองล้วนๆ แต่เป็นเพราะ “เขามีหัวหน้าที่เก่ง” หรือมี “ทีมงานที่เก่ง” “คนทำงานที่อาจจะโชคดีหรือโชคร้ายนี่ล่ะ ที่มีหัวหน้าเก่งกาจไปหมด แถมยังใจดูปกป้องทุกสิ่งให้ เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าเขาหลบอยู่ข้างหลังหัวหน้าคนนั้นมาตลอด พอมาถึงตอนที่หัวหน้าแยกวงไป เขาก็จะเคว้งคว้าง ตอนนี้ล่ะที่เขาต้องเลือกงานใหม่ เขาเลยจั๊มตัวเองให้สูงไปเลย ซึ่งอาจทำให้ร่วงลงมาได้ ถ้าไม่ประเมินการทำงานของตัวเองให้ดีก่อน” เจฟฟ์บอกว่าคนเรามีเหมือนกันที่โชคดีมีหัวหน้าคอยปาดทุกเรื่องให้ เขายืนอยู่ข้างหลังหัวหน้าคนนั้น แต่สายตากลับเข้าไปสวมเป็นหัวหน้า เวลาเขาเปลี่ยนงานเขาใช้สายตานี้ล่ะที่พาเขาไป ไม่ว่าจะเป็นการขอเงินเดือนให้มากกว่าที่เดิมมากๆ ขอตำแหน่งและอีกหลายสิ่งที่เขาคิดว่าเขาสมควรจะได้ เขาลืมมองไปว่า “เขาอาจไม่เก่งพอ” เพราะทุกครั้งที่ผ่านมา เรื่องยากๆ ที่ทำให้โปรไฟล์เขาดูดีน่ะ เป็นหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมทีมปาดให้ทั้งนั้น เจฟฟ์เลยมอบ 3 คำเตือนที่อยากให้ทุกคนที่กำลังจะเปลี่ยนงาน ถามตัวเองดังๆ ก่อนว่า… สุดท้ายถ้าเรายังคิดว่าเราสมควรได้รับอะไรที่เริ่ดกว่าเดิมมากจริงๆ ถ้าเราเก่งจริงลุยเลย แต่ถ้าไม่ใช่คิดเผื่อด้วยว่า เราจะได้รับความกดดันจากงานใหม่นั้นขนาดไหน เพราะถ้าพลาดเราอาจเสียความมั่นใจไปเลย อย่าลืมคิดด้วยว่าบางครั้งสิ่งที่มาเหนือความเก่งอีกอย่าง ก็คือเรื่องของบารมี พลัง ความมั่นใจ […]




Love, Self Love

30 วันที่เราจะรักษาหัวใจ ให้หายเจ็บปวดให้ได้!! ด้วยตัวของเราเอง

How to heal a broken heart

หนึ่งในหนังสือเยียวยาอาการอกหักของโลกที่ดังเล่มท้อปๆ ก็คือเรื่องนี้ How to heal a broken heart in 30 days เขียนโดยโฮเวิร์ด บรอนสัน และไมค์ ไรลีย์ เขาบอกมาเป็นรายวันเลยว่าเราต้องทำยังไงบ้าง ใครที่ยังทรมานกับการจบความสัมพันธ์อยู่ นี่คือคู่มือสุดเวิร์คที่ชาวอกหักในโลกยอมรับ คลีโอขอรวบตึงย่อมาให้ มาไล่รายวันกันเลยนะ

How to heal a broken heart

วันที่หนึ่งคุณจะรู้สึกทั้ง ดี! ฉันเป็นอิสระสักที แล้วก็จะเหวี่ยงเป็น “ฉันกลัว ฉันทำผิดอะไร ฉันไม่มีใครแล้ว” ใจเย็นๆ นะ อย่างน้อยเราได้อิสระมาแล้ว เรากำลังจะมาทำงานกับหัวใจตัวเองแล้วล่ะ คุณพร้อมที่จะทำให้หัวใจกลับมาเต็มอีกครั้งแล้วนะ

How to heal a broken heart

วันที่สองความเป็นจริงจะปะทะให้เรารู้ว่า เราเลิกกับเขาแล้ว วันนี้จะเจ็บปวดหน่อยนะ ชื่อของเขา ความหลัง คำถามจะถาโถมมา วันนี้จะเป็นวันที่นั่งร้องไห้หนักๆ ทำอย่างเดียวเลยคือ “ฝึกไม่โทษตัวเอง” ร้องไห้ให้สุด ฟังเพลงเศร้าให้สุด หายใจแบบเอาลมหายใจมาไว้ที่หัวใจ ให้พลังงานกับหัวใจเราเยอะๆ

How to heal a broken heart

เป็นวันที่เพื่อนๆ จะได้ยินเรื่องเศร้านี้ของคุณละ ระบายออกมาเลย มันช่วยให้คุณกำลังล้างใจตัวเอง หาวันที่ให้ตัวเองได้ร้องไห้สุดๆ รู้สึกสุดๆ และฉลองความรักที่เรามอบไป พยายามอย่าหาเหตุผลเข้าข้างใคร ถ้าฉันจะน่าสงสารที่สุดในโลกวันนี้ ก็สุดกันไปเลย

How to heal a broken heart

ถามตัวเองได้นะ แต่ถามว่าเราเองก็พยายามมาเต็มที่ไม่ใช่หรือ ซื่อสัตย์กับตัวเอง และเคารพที่เราเป็นคนแบบนั้นด้วย เราก็มีคุณค่าเหมือนกัน วันนี้จัดของ ทำอะไรยุ่งๆ ไว้ เพื่อนชวนไปไหนก็ไป หามุมมองให้เห็นความเป็นตัวเราที่เราชอบเอาไว้

How to heal a broken heart

คำถามมากมายตีกันในหัว ยิ่งถ้าสงสัยในตัวเองว่าทำไมเราเป็นแบบนั้น หรือเราเหงาไป หรือเราเสียสละมากไป เป็นวันที่อยากจะเอาไฟฉายมาส่องชีวิตรักที่ผ่านมาของเรา จริงๆ ยิ่งเราเห็นความจริงในตัวเองแค่ไหน เราก็จะยิ่งหายดีขึ้นนะ และก็จะรู้เลยว่าเรามีจุดอ่อนอะไร พอมองเห็นเราก็จะรู้แล้วว่าครั้งหน้าฉันจะได้ไม่พลาดอะไรบ้าง

How to heal a broken heart

บางทีถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ต่อให้ยังไงก็ตาม เราก็รู้ดีแก่ใจว่าต้องเลิกกันอยู่ดี แต่มันมีก้อนในใจอะไรบางอย่างที่เราอยากบอกเขา อยากโทร.หาเล่าความในใจให้เขาฟัง ให้คิดซะว่าเราทำใจได้มาตั้งหลายวัน เราทำมาได้ดีแล้ว ให้นึกถึงว่าเราเสียอะไรไปบ้างแล้ว มูฟออนต่อไป อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะดีขึ้นมาๆ แล้ว

How to heal a broken heart

อาจจะดูเกินจริงนะ แต่ยังไงพอเข้าวันนี้ ถึงจะยังเจ็บอยู่ แต่ก็ควรคิดไว้เลยว่าเราจะมีคนรักในฝันได้ แล้วมีความรักที่ดีงามได้ คิดแบบนี้จะทำให้เรามีความหวัง มาช่วยเยียวยาหัวใจได้ดีขึ้น

วันนี้อาจจะคิดถึงเขามากๆๆๆ แล้วอยากโทร.ไปง้อสุดๆ นะ ให้นึกไว้ว่าเราเลิกกันเพราะอะไร ต่อให้คิดถึง แต่คุ้มมั้ยกับสิ่งที่เราได้รับ พยายามอย่าเป็นแม่ชีเทเรซ่าที่คิดว่าเขาเปลี่ยนได้ แต่คิดแบบไปต่อเลยดีกว่า ว่าฉันมีความรักที่มีความสุขกว่านี้ได้

เราต้องต่อสู้กับความคิดถึงเขา เอาคำว่า “ไว้ใจ” มาอยู่ในใจเยอะๆ เพราะถ้าเราไม่ไว้ใจเขาอีกแล้ว จะความรู้สึกที่เขามีกับเรา หรือสิ่งที่เขาทำ มันก็ยากจะไปต่ออยู่ดี ถ้าอยากมีรักที่ดี ก็คงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เราสองคนไว้ใจกันได้ นั่นคือสิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่หรือ?

คุณรู้ว่าคุณมีอะไรพิเศษในตัว และนั่นคือสิ่งที่เขาเคยรักในตัวคุณ ความรัก ความใส่ใจ ความเข้าใจที่คุณมีก็คือตัวคุณ ช่วงเวลานี้เอาความเป็นคุณที่ชอบมาคิดเยอะๆ ลิสต์ออกมาเลยก็ดีนะ

พอจบความสัมพันธ์ แน่นอนว่าคุณก็จะฝังตัวเองในห้องนอน ร้องไห้ คิดวนไปมา แล้วตีห่างออกจากคนรอบตัว กลับไปหาพวกเขาบ้าง เพื่อนรักที่เราอยากให้เวลาด้วย กินข้าวกับพ่อแม่ ความอบอุ่นของพวเขาช่วยได้มากๆ เลย

ช่วงเวลานี้เราจะรู้สึกว่าไปไหนไม่ได้ ไม่รู้จะต่อสู้กับอะไร รู้สึกเหมือนเราอยู่ในความมืออยู่คนเดียว ถ้าเราไม่คิดให้เป็นเหตุเป็นผล เอามารมณ์มาตั้งจนเกินไป อาจเกิดอาหารแพนิคระยะยาวได้ ลองมองว่าเป็นช่วงเลาที่เราได้ทบทวนทุกสิ่ง ในความมืดมีแสงสว่างให้เราส่องความสงบมาสู่ใจเราอีกครั้งนะ

ดีใจด้วย คุณผ่านความเจ็บปวดมาได้เกือบ 2 อาทิตย์แล้ว คุณได้จัดยารักษาใจให้ตัวเองได้ดีแล้วนะ ให้รางวัลตัวเองเลย วันนี้เป็นวันที่ควรไปสังสรรค์กับเพื่อน ทำสวยแล้วไปเฉิดฉายเลย

พอเราไฮปั๊บ ยังไม่หายดีหรอก ธรรมชาติจิตก็จะพาเราดิ่งกลับมารู้สึกว่าช่างเดียวดาย น่าเบื่อ ไร้ความหวังได้ วันนี้ครบสองอาทิตย์ที่จบความสัมพันธ์มาแล้ว เป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณจะบอกตัวเองเต็มๆ ว่า “มันได้เกิดขึ้นแล้วนะ” “ฉันอยู่คนเดียวแล้วนะ” ยินดีกับตัวเอง แล้วไปต่อกันเลย เชื่อในสัญชาติญาณของเราว่า เราจะดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

วางแผนไปเที่ยวไหนได้แล้ว ไปช่วงเวลานี้ดีงาม เพราะเราไม่ได้หนีความรู้สึก เราเข้าใจ ประคับประคอง ปะทะ จนวันนี้ล่ะเราไปเที่ยวให้ใจพักจริงๆ ได้แล้ว

วันนี้คุณอาจจะรู้สึกอยากสร้างกำแพงเหล็กมาป้องกันทุกอย่างให้ใจ เหมือนกับแบบว่าไม่อยากพังลงไปอีก สำคัญเลยว่าอย่าเพิ่ง ไม่ต้องพยายามสตรองขนาดนั้น ผ่อนคลายไปก่อน ไม่ต้องรีบลุก ไปตามใจที่รู้สึกไปก่อนนะ

ไม่ต้องตกใจนะว่าเรื่องของเขาจะมาวนๆ ในหัวอีก อาจจะมีเรื่องเขาแว่บเข้ามา ได้ยินเรื่องเขาจากคนอื่น เหมือนเขายังวนอยู่ ก็ให้คิดอะไรที่ให้ความหวังเอาไว้ คิดไว้ว่าเดี๋ยวเราจะดีขึ้น มองไปที่อนาคตว่าต้องดีสิ! เอาไว้นะ

ถ้าก่อนหน้านี้เรามีแต่มองหน้าตัวเองแล้วหารอยตีนกา หาแววตาเศร้าๆ วันแบบนี้ลองเปลี่ยนมาเป็นชมตัวเองดีกว่า สปิริตเรา ยิ้มของเรา ใจอันเต็มไปด้วยความศรัทธาในความรักของเรา เอาสิ่งเหล่านี้เข้ามาไว้นะ

วันแบบนี้เราอาจมีได้ยินคนรอบตัวพูดกับเราว่า “เสียดายเขา” หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เราต้องกลับไปคิดว่า “หรือเราผิดเอง” ไม่นะ อย่าให้ความคิดแง่ลบเกี่ยวกับตัวเรามาตอกย้ำ มันจบไปแล้วไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เราต้องเดินหน้าอย่างเดียวเท่านั้น!!

เป็นช่วงเวลาที่เราต้องยืนหยัดขึ้นมากับตัวเอง ประกาศศักดาว่า ต่อไปนี้เขาจะมาตัดสินอะไรเราไม่ได้อีกต่อไป ถ้าเรายังมีความรู้สึกเนกาทีฟกับตัวเอง ที่มาจากสิ่งที่เขาตัดสินเราอยู่ ลบออกไปนะ หรือถ้ากลัวอะไรก็ลิสต์ออกมา ตั้งใจว่าเราต้องเอาสิ่งลบๆ เกี่ยวกับตัวเราออกไปให้หมด เขาไม่สามารถอยู่เหนือชีวิตเราได้อีกต่อไปแล้วนะ

คนที่ต้องเลิกกับคนรักส่วนใหญ่ บางทีจะมีบอกกับตัวเองว่า ฉันคงรักใครไม่ได้อีกแล้วล่ะ  เอาเป็นว่าไม่ต้องกลัวความรักนะ ทำใจให้เบาๆ ไม่ต้องคิดกะเกณฑ์อะไรให้ตัวเองทั้งนั้น ขอแค่ไม่ล็อคใจเอาไว้ก็พอ

มีนะวันแบบนี้ที่อยู่ดีๆ เราก็อยากโทษโน่นนี่ที่ให้เราต้องมาเป็นคนผิดหวังในความรักแบบนี้ เป็นวันแห่งความงอแงเหมือนเด็กๆ ถามตัวเองเลยว่า เราจะให้อภัยผู้หญิงคนนี้มั้ย ถ้าเธอเป็นเด็กสาวที่กำลังร้องไห้อยู่ เราอยากดึงเธอออกมาจากมุมมืดนั้นมั้ย? ให้ความอ่อนโยนของใจ ช่วยเธอปาดน้ำตา แล้วดึงเธอขึ้นมากันมั้ย?

ถึงเวลาที่เราผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมาแล้วล่ะ เราได้เรียนรู้ความเจ็บปวดมาแล้ว เป็นบทเรียนให้เราแล้ว ถ้าคุณพร้อม เริ่มสร้างภาพความรักครั้งใหม่ คนรักใหม่ได้เลยนะ เอาเป็นว่าฝันได้เลยนะ

มาถึงตอนนี้คุณอาจจะนึกถามตัวเองว่า แล้วถ้าเราไม่ต้องมีความรักเลยล่ะ เราจะมีความสุขกว่าไหม? ถ้าใจลึกๆ เรามีภาพฝันของชีวิตครอบครัว เรายังอยากมีใครไปเที่ยวรอบโลกด้วย บางทีการที่มีความรัก แล้วเจ็บบ้าง ก็อาจจะดีกว่าไม่มีความรักเลยก็ได้นะ ชีวิตต้องมีสุขบ้าง ทุกข์บ้างอยู่แล้วด้วยไม่ใช่หรือ?

ก่อนหน้านี้ตอนเลิกกันใหม่ๆ คุณอาจคิดว่าอยู่ไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีเขา ยังจำความรู้สึกเจ็บปวดแบบนั้นได้มั้ย ข่าวดีคือ คุณแทบจะจำไม่ได้เลยว่าเราเคยเจ็บขนาดไหนมา เพื่อผ่านการรักษาใจมาถึงวันนี้แล้ว ทุกอย่างจะคลี่คลายลงอย่างเป็นธรรมชาติ ความรู้สึกใหม่ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ได้เข้ามาหาคุณแล้วล่ะ

ความเจ็บปวดจะค่อยๆ หายไปจากใจคุณแล้ว ถึงเวลานี้คุณจะไม่อยากรับรู้เรื่องราวของเขาเท่าไหร่ หรือถ้าใจยังมีคิดๆ ถึงเขาอยู่ ก็จะมีความรู้สึกเข้ามาแทนที่แล้วล่ะว่า “ดีแล้วที่เราเลิกกัน” คุณพร้อมจะให้อภัยเขาแล้วล่ะ

เป็นช่วงเวลาที่เราต้องเปิดใจอีกครั้งแล้ว เป็นความกล้าที่เราจะเอาชนะความกลัว และอยากมีความสุขจริงๆ เอาล่ะเราได้เรียนรู้มาแล้ว เราหยุดโทษตัวเอง โทษเขาได้ เราจะเริ่มเปิดใจไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แล้วเราก็ค้นพบว่าต่อไปนี้เราจะเต็มกับความสัมพันธ์อีกครั้งแล้วนะ

และทุกสิ่งก็ได้กลายเป็นบทเรียนให้เราเข้าใจขึ้น สตรองขึ้น ช่วงเวลาแบบนี้เหมาะกับการขอบคุณอยางจริงใจ ขอบคุณชีวิตที่สอนอะไรเรา ขอบคุณเขาที่ทำให้เรานิ่ง และเข้าใจความรักขึ้น ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมดีเสมอแน่นอน

เอาล่ะ คุณได้ผ่านความกลัว การยอมรับความจริง น้ำตา และคำถามมากมายกับตัวเองมาแล้ว เวลานี้คือคุณพร้อมจะก้าวสู่โลกก้าวเผชิญหน้ากับคนใหม่ๆ แล้วนะ อาจจะดีกว่าถ้านิ่งๆ อีกสักนิดก่อนที่จะเดทกับใคร ให้ใจเต็ม ไม่ตัดสิน ไม่หวาดกลัวจริงๆ อีกสักหน่อย จะทำให้ความรักครั้งใหม่เฟิร์มขึ้นได้นะ

ยินดีด้วยนะกับ How to heal a broken heart in 30 days ช่วงเวลา 30 วันแห่งการรักษาหัวใจของคุณ เป็นยังไงบ้าง รู้สึกดีกับตัวเองไหม? โล่งไหม? ขอให้คุณได้เรียนรู้จากความผิดพลาดนะ หวังว่าใจคุณจะเบา และไม่มองโลกแง่ร้าย และหวังว่าประตูบานใหม่จะเปิดออก พร้อมให้คุณรอรับความสุขได้แล้วนะ

เทคแคร์หัวใจ ตัวเองให้หายดียังไง หลังจากอกหักที่แสนเจ็บปวดรวดร้าว

รักษาหัวใจ

เลิกกันมาก็นานแล้ว ทำไมเรายัง ลืมเขาไม่ได้สักที ??

มูฟออน

อ่านเรื่องราวอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ทาง CleoThailand หรือ FB: @CleoThailand

More