10 Virtual Influencers ของโลก ที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้

เห็นรูปอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้แล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาไม่ใช่คนจริง! อินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริง (Virtual Influencer) กลายเป็นผู้มีอิทธิพลที่กำลังมาแรงที่สุดในโลกโซเชียล พวกเขาสามารถดึงดูดผู้ติดตามจำนวนมากได้ และแบรนด์ระดับโลกจำนวนมากก็ยังเปิดรับโลกเสมือนจริงจนกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล กำลังเปลี่ยนไปอย่างที่สุด!

เดินชมจานชามสุดหรู และเรียนรู้ Etiquette บนโต๊ะอาหาร @ THE PRESTIGE Luxury Tableware รู้เอาไว้ก็กลายเป็นไฮโซได้ทันที !

เพราะมารยาทเป็นเรื่องของทุกคน วางตัวดี มีสง่า ใคร ๆ ก็อยากอยู่ใกล้ จะทำอะไรใครก็เอ็นดู ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ กำลังเรียน ทำงาน หรือพบปะผู้คน ยิ่งในยุคสมัยนี้ที่การเข้าสังคมยิ่งสำคัญ พอพูดถึงเรื่องการเข้าสังคมก็จะขาดเรื่องมารยาทไปไม่ได้เลย เรื่องนี้เราว่าหลาย ๆ คนน่าจะให้ความสำคัญอยู่แล้วล่ะ ใครมีเยอะยิ่งได้เปรียบ ไม่ใช่แค่การพูด การวางตัวนะ แต่รวมไปถึงมารยาทในการเข้าสังคม การนั่งรับประทานอาหาร รู้ไว้ได้เปรียบเสมอ ใครจะไปรู้ว่าวันนึงเราอาจจะต้องไปออกงานสังคมใหญ่ ๆ งานกาล่าหรู ๆ กับคนดังมีชื่อเสียงก็เป็นได้ ถ้าเราเทรนมาดีก็ไม่มีปัญหา แถมเราจะได้รับความประทับใจไปเต็ม ๆ ต่อยอดเรื่องงาน สร้างคอนเน็กชันได้สบาย ๆ วันนี้เลยอยากพามาทัวร์ที่ THE PRESTIGE Luxury Tableware วันก่อนได้มีโอกาแวะไปที่ THE PRESTIGE Luxury Tableware มา ร้านนี้เป็นร้านขายเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสุดหรูแห่งใหม่ใจกลางเมือง ตั้งอยู่ท่โรงแรม Mandarin Oriental ความว้าวของร้านนี้คือ Tableware ของเขาจะนำเสนอผลงานสุดพิเศษและเหนือกาลเวลาของ “ศิลปะบนโต๊ะอาหารสไตล์ฝรั่งเศส” (Arts de la […]

Beauty Product ที่เรารัก ประจำเดือนธันวาคม <3

ถึงเวลาป้ายยา ประจำเดือนธันวาคม Beauty Product ที่เรามอบหัวใจให้ทั้งดวง ไหนจะช่วยเซฟผิวเราจากอากาศหนาวๆ และช่วยให้สิวไม่ขึ้นเพราะหน้ากากอนามัย ไม่มีบอกใบ้ บอกกันชัดๆ ไปเลยว่า เซ็ตนี้!

แป้งฝุ่นงบน้อย ราคาหลักร้อย สวยใสไม่หนักหน้า ไม่เกิน 500 บาท!

หน้าหนาวกลับมาหาเราแล้วใช่ไหม ช่วงนี้ลมพัดแผ่วๆ ไม่ร้อนเหนอะหนะเท่าไหร่ ก็เลยควักตลับแป้งฝุ่นมาใช้ซะเลย แป้งฝุ่นงบน้อย ก็สวยได้ ปัดเบาๆ พอให้ได้แต่งหน้าน้อยๆ ก็เบลอผิวให้โชว์ได้อยู่นะ ที่สำคัญทุกตลับไม่เกินราคาห้าร้อย สวย ใส ไม่เปลือง




Self Love

9 แพทเทิร์นความคิดเครียดๆ เราจะปรับยังไงให้เลิกคิดแบบนี้?



เคยได้ยินมั้ยที่ว่า หรือเราคิดแบบนี้จนเป็นนิสัย? เราทำให้ตัวเองคิดให้เครียดเองจนกลายเป็นความเคยชินไปมั้ย? หรือคือแพทเทิร์น ความคิดเครียดๆ เองนี่ล่ะ ที่มาทำร้ายเรา

คลีโออ่านเจอบทความนี้เขียนโดย โทนี่ เบิร์นฮาร์ด เจ.ดี. เธอบอกไว้ว่า “แพทเทิร์นความคิดเครียดๆ เป็นตัวอย่างของการรับรู้อะไรที่บิดเบือนไป เป็นความเชื่อว่าบางสิ่งบางอย่างเป็นจริงแบบนั้น ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย ก็เลยไม่ต้องแปลกใจที่สิ่งนี้จะนำไปสู่อาการทรมานของจิตใจในภายหลังได้”

ลองดูว่า 9 ข้อวิธีคิดที่ย่อยมาแล้วจากโทนี่ เบิร์นฮาร์ด คุณจะมีแนวโน้มว่าเป็นบ้างมั้ยนะ

  1. คิดแบบไม่ให้สเปซให้รู้สึกดี
    เมื่อคุณรู้สึกว่าไม่เพอร์เฟ็คท์ คุณคิดว่าคุณล้มเหลว เช่น คุณตั้งใจอยากทำความสะอาดบ้าน แต่รู้สึกร่างกายเจ็บปวด ก็เลยไม่สามารถ คุณสรุปเลยว่า “ฉันไม่สามารถรักษาบ้านฉันให้ดูดีได้”” แต่ถ้าอยู่ในอีกสถานการณ์ คุณอาจสุขภาพโอเค แต่งานยุ่ง ก็อาจเอาความยุ่งมาเป็นตัวบอกว่า ไม่สามารถทำความสะอาดบ้านได้ด้วยเหมือนกัน

Solution: ทางแก้คือแทนที่จะสรุปหลังชนกำแพงแบบนั้น ให้เปลี่ยนเป็นคิดว่า “เจ็บปวดประมาณนี้ อย่างนั้นฉันก็ทำเท่าที่จะทำได้ แค่จัดเตียงได้ฉันก็รู้สึกดีแล้วล่ะ”

  1. คิดอะไรเกินความจริง
    ถ้าสิ่งหนึ่งผิดพลาด คุณก็จะสรุปไปเลยว่า ทุกอย่างคงจะผิดพลาดด้วยแล้วล่ะ ถ้ามีอะไรที่เรารู้สึกว่ามันเคยเกิดขึ้นแล้ว และเราไม่ค่อยโอเคกับสิ่งนั้น ก็จะสรุปไปเลยว่าอะไรแย่ๆ ยากๆ มันชอบเกิดขึ้นกับฉันซะจริง อย่างถ้ามีงานต้องทำตรงหน้า แล้วงานค่อนข้างยาก คุณจะคิดไปเลยว่างานยากขนาดนี้ ใครจะไปทำได้ คนอย่างฉันทำไม่ได้หรอก คิดโดยไม่เผื่อคุณค่า คิดเกินจริงไปมากเพราะคุณอาจเคยเจอมาก่อน แต่มันไม่จำเป็นว่าต้องเกิดขึ้นอีกนะ

Solution: จำไว้เลยว่าประสบการณ์หนึ่งครั้งที่เราเจอ ที่ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังของเรา มันไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเป็นแบบนั้นเสมอไปนะ

  1. หาอะไรเนกาทีฟเข้ามาในความคิด
    คุณมักจะผลักความคิดบวกออกไป แล้วเอาความคิดลบมาใส่แทน นิสัยแบบนี้ทำให้คุณมองไม่เห็นความจริงที่แท้จริงได้ ความจริงก็คือชีวิตเราคือการเบลนด์กันทั้งความสุข ความทุกข์ ความผิดหวัง ความสนุก นี่คือความจริงนะ อย่างถ้าเกิดมีความรักแล้วต้องเลิกกับแฟนขึ้นมา แทนที่จะมองว่าสิ่งนี้คือสิ่งไม่แน่นอน เป็นเรื่องของใจคนที่วันหนึ่งย่อมเปลี่ยนไปได้ แล้วเรากลับโฟกัสแต่สิ่งลบๆ หรือตัวเราไม่ดีพอ ทำไมเขาเป็นคนอย่างนี้ซ้ำๆ ทุกสิ่งเอาแต่เรื่องไม่ดีเข้ามาในหัว คุณก็อาจเจ็บ เศร้า จมอยู่ในอารมณ์นั้นนานได้

Solution: โฟกัสไปที่สิ่งดีๆ ที่เจอไว้ ถ้ายังรู้สึกเศร้าก็บอกตัวเองว่าโอเคนะ เศร้าไปเถอะ ไม่ต้องทำร้ายตัวเองซ้ำด้วยการคิดไม่ดีกับตัวเองจะดีกว่า

ความคิดเครียดๆ
  1. คิดเพื่อเปลี่ยนประสบการณ์ให้เนกาทีฟ
    นอกจากคุณสร้างความคิดที่เนกาทีฟมาแทนเหตุการณ์ที่ไม่พอใจแล้ว ยังไปขุดประสบการณ์ในอดีต และคิดแทนคนอื่นอีก หรือเดาความคิดคนอื่นไปเลย แล้วเปลี่ยนมันให้เนกาทีฟไปด้วยอีก ซึ่งมันไม่ยุติธรรมสำหรับตัวคุณเองเลยนะ อย่างเช่นมีเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน ส่งข้อความมาหาคุณ แทนที่จะรู้สึกดีกับมัน คุณกลับเปลี่ยนมันเป็นเรื่องลบแล้วคิดว่า “เธอคงอยากได้อะไรจากเรา มากกว่าคิดถึงเรา” เหมือนคุณได้ตัดสินมิตรภาพจากคนๆ นั้นไปเรียบร้อยแล้ว

Solution: ลองถามตัวเองก่อนคิดว่า “แน่ใจหรือ?” “มันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ตามที่เราคิดหรือ?” หาทางแย้งกับตัวเองเอาไว้นะ

  1. ยังไม่ทันไรก็ตัดสินไปเลย
    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ที่ได้ยิน ได้เห็นต่อหน้าและลับหลัง คุณก็ด่วนสรุปไปแล้วว่า “เขาคงคิดไม่ดีเกี่ยวกับเรา” อะไรแบบนี้ แล้วความร้ายกาจของนิสัยแบบนื้คือ คิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันติดเป็นนิสัยจริงๆ นะ เหมือนเราตั้งป้อมคิดลบไว้ก่อนเลย

Solution: เรียกว่าต้องลากตัวเองออกมาจากความคิดแบบนี้ตลอดเวลาให้ได้ ต้องมีคำว่า “ไม่หรอกน่า เราคิดไปเอง” หรือ “อย่ามองคนอื่นแง่ลบแบบนั้นสิ” และที่สำคัญคือ “มันอาจไม่ได้เป็นแบบที่เราคิดก็ได้นะ”

  1. เติมเชื้อไฟให้กับความคิดตลอดเวลา
    คุณคิดอะไรออกมา จะไม่จบ แล้วเปลี่ยนไปคิดอย่างอื่นเอาง่ายๆ แต่จะเติมเชื้อไฟให้เอาไปคิดต่อยอดตลอดเวลา เรื่องจบแล้ว บางทีก็ยังไม่จบเลย ข้ามไปอีกวันสองวัน จนเป็นนิสัยชอบขยายสิ่งต่างๆ จนเกินไป

Solution: สิ่งนี้เป็นต้นตอของการคิดวนที่ไม่เฮลธ์ตี้เลยสำหรับคุณ ต้องจำกัดวงความคิดให้หยุดแค่นี้ อย่าไปต่อให้ได้ หากิจกรรมทำ คุยกับคนพลังงานดีๆ เล่าเรื่องดีๆ ให้กันฟังแทนนะ

  1. ใช้คำว่า “ควรจะ” มากเกินไป
    การที่เราพยายามบอกตัวเองว่า “ฉันควรจะ” มันเหมือนเราตั้งกรอบให้ตัวเองเครียดล่วงหน้า แล้วถ้าเราทำไม่ได้ เราก็จะโทษตัวเอง “ฉันควรจะออกกำลังกาย” “ฉันควรจะทำงานให้มากกว่านี้” และอีกมากมายของความควรจะ

Solution: อย่ายอมตั้งกรอบแบบนี้ให้ตัวเอง หาทางใหม่ในการทำอะไร อย่าทำเพราะควรจะทำ ถ้าจะทำอะไรก็ทำไปเลย ไม่ทำก็ผ่อนปรนกับตัวเอง “เดี๋ยวค่อยว่ากัน” บางทีก็เป็นประโยคที่ดีกว่านะ

ความคิดเครียดๆ
  1. บอกโลกว่าฉันเป็นคนแบบนี้
    คือบางทีเราก็ชอบแปะป้ายความเป็นตัวเรากับโลกไป “ฉันเป็นคนไม่ละเอียด” “ฉันเป็นคนใจร้อน” คุณกำลังสร้างความคิดที่เพี้ยนๆ และไม่ใช่ความจริงเสมอไปให้ตัวเองนะ คุณอาจไม่รอบคอบไปบ้าง แต่ไม่ต้องปักหลักว่า ฉันคือคนไม่ละเอียดก็ได้นะ ทุกอย่างฝึกกันได้ทั้งนั้น อย่าสร้างแพทเทิร์นแบบนี้ให้ตัวเองเลย

Solution: สังเกตเลยว่าเวลาเราพูดแบบนี้ เรารู้สึกแย่กับตัวเองมั้ย คนอื่นที่ได้ฟังเขาก็ไม่โอเคหรอกนะ เปลี่ยนมาคิดว่า “ฉันไม่ใช่คนไม่มีความสามารถ ฉันแค่ขอเวลาเรียนรู้สักหน่อย” แทนดีกว่าไหม

  1. คิดแทนว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไง
    เป็นความคิดที่เหมือนๆ คุณไม่มั่นใจในตัวเองลึกๆ ก็เลยชอบคิดแทนคนอื่น “ดูสิ เหมือนเขาไม่มีความสุขเลย ตอนทีเขาอยู่กับฉัน” เอาจริงๆ คือคุณไม่สามารถคิดแทนใครได้ และก็ไม่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกใครด้วย ถ้ามัวแต่คิดแบบนี้เรื่อยๆ คุณนั่นล่ะจะเครียดกว่าใครทั้งนั้น

Solution: อย่าเอาทุกอย่างกลับมาข้างในตัวเอง ใจดีกับตัวเองไว้ ให้สเปซตัวเองด้วย ไม่ต้องตัดสินตัวเองจากคนอื่น ไม่ต้องนอยด์เกินจนไปคิดแทนใคร

สมอง และจิตใจทำร้ายเราได้นะ อย่ายอมคิดวน ความคิดเครียดๆ คิดอะไรแย่ๆ เข้าตัว ไม่ต้องรู้สึกไม่ดีกับคำพูด หรือความคิดคนอื่นมากนัก ยินดีกับความเป็นเรา แล้วค่อยๆ ปรับไปทีละนิด เอาแพทเทิร์นความคิดเครียดๆ แบบนี้ออกไปนะ เราจะได้ก้าวไปข้างหน้าได้สดใส เปิดเรื่องดีๆ ให้เข้ามาในชีวิตเราสวยๆ เลย

#CleoSelfLove

อ่านเรื่องราวอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ทาง CleoThailand หรือ FB: @CleoThailand

More