จองตั๋วเครื่องบินไปเมืองนอกสไตล์สาวนักเดินทางที่ไม่ชอบหัวจะปวดกับเรื่องวุ่นๆ

ไม่ได้เที่ยวมาหลายปี พอกลับมาบินได้ตอนนี้คนก็จะเที่ยวทะลักๆ ระบายความอัดอั้นหน่อยซึ่งหลังจากสถานการณ์ที่ผ่านมาทำให้เจ้าหน้าที่สายการบิน รวมทั้งเครื่องบินต่างๆ ต้องมูฟไปมาอยู่ในช่วงปรับตัว นักเดินทางอย่างเราเลยต้องเจอกับไฟล์ตดีเลย์ กระเป๋าหาย โดนแคนเซิลเที่ยวบินไปแบบงงๆ ไปบ้าง ของอย่างนี้ต้องเริ่มตั้งแต่ทริคในการจองตั๋วเครื่องบิน เพื่อลดโอกาสความหัวจะปวดตั้งแต่ก่อนไปกันเลย ผู้มีประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวเลยแนะนำว่า… จองผ่านสายการบินตรง ข้อดีของการจองผ่านเอเจนซี่ต่างๆ คือเราจะได้ราคาที่ถูก เห็นการเปรียบเทียบทั้งเวลาบินที่เหมาะกับทริปของเราที่สุด มีตั๋วโปรฯ บางสายการบินที่กดมาได้ยังไงก็ไม่รู้ในราคาถูกขนาดนี้ แต่ถ้าเกิดมีปัญหา การติดต่อผ่านเอเจนซี่อาจจะทำให้เราต้องดำเนินการยุ่งยาก จะรีฟันด์ตั๋วคืน เปลี่ยนแปลงข้อมูลบางอย่าง สายการบินก็จะแจ้งว่าต้องไปติดต่อเอเจนซี่เลย ซึ่งกว่าจะได้คุยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงที่คนเดินทางกันเยอะๆ หรือสถานการณ์ที่เราเองยังไม่ค่อยแน่ใจในการเปลี่ยนแปลง ลองจองตั๋วโดยตรงจากสายการบินเลย อาจเสียเวลามานั่งเช็คเวลาและราคานิดหน่อย แต่ตอนแก้ไขบุ๊คกิ้งต่างๆ จะค่อนข้างรวดเร็วกว่า รวมทั้งการใช้พ้อยต์ สิทธิพิเศษต่างๆ ทำให้เราติดต่อเจ้าหน้าที่ยืนยันความถูกต้องได้เลยด้วย นกที่ออกเช้ารอบแรกคือนกที่ไม่ต้องรอดีเลย์ อันนี้เหมาะมากกับการเดินทางไปภายในประเทศที่สายการบินเน้นใช้เครื่องไป-กลับหลายเที่ยวต่อวันไฟล์ตที่เป็นขาไป อยากให้ออกเดินทางไฟล์ตแรกของวัน นอกจากเราจะมีเวลาเที่ยวมากขึ้นแล้ว เหตุการณ์ดีเลย์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศไม่ดี มีฝนติดพายุ เครื่องที่ไปรับคนจากจังหวัดก่อนหน้าออกมาไม่ได้ คนปลายทางก็รอไปยาวๆ กระทบไฟล์ตต่อๆ ไป ดังนั้นไฟล์ตแรกมักจะไม่ค่อยมีปัญหาดีเลย์เมื่อเทียบกับเที่ยวบินอื่นๆ ของวัน บินตรงแพงหน่อย แต่ชิลล์กว่า ราคาของสายการบินที่ให้เราต้องต่อเครื่องน่ะยั่วใจก็จริง แต่ดูจากเวลาแล้วแทนที่เราจะไปถึงจุดหมายปลายทางเร็วๆ กลับต้องเพิ่มอีกหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน บางครั้งเวลาต่อเครื่องสั้นมาก เราคิดว่าดีจะได้ไม่ต้องรอนาน แต่ใครจะรู้ว่าบางครั้งกลับเจอความยุ่งยากมากขึ้น เพราะเที่ยวแรกดันดีเลย์ไปถึงช้า ต้องวิ่งหน้าตั้งเกือบไม่ทันไปต่อเครื่องอีกลำ […]

อยากเป็นคนโปรดัคทีฟ 4 สิ่งนี้ต้องทำเลยนะ จากโค้ชเรื่องงานระดับโลก

ไม่ไหวกับตัวเองแล้วที่ทำอะไรไม่ปังสักที วิธีคือเราต้องโปรดัคทีฟกว่านี้ให้ได้ โรบิน ชาร์มา โค้ชเรื่องงานระดับโลกแนะนำมาว่า… ความโปรดัคทีฟของเรา เผลอๆ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับยุคนี้ ไม่ใช่แค่ว่าเราจะไปให้ถึงสิ่งที่เราอยากไปนะ แต่เราจะเปลี่ยนชีวิตไปเลยด้วย เพราะยุคนี้เป็นยุคที่เรียกว่า “พร้อมจะเบนความสนใจ” เป็นมั้ยกำลังทำงานอยู่ เพื่อนไลน์มา ไปอ่านไลน์เพื่อนทีแล้วไหลไปอีกเป็นชั่วโมง หรือเราคิดแค่ว่าจะกดดูเฟซบุ๊คแป๊บเดียว แต่จบลงที่เรานั่งจ้องมือถือไปอีกสองชั่วโมง อยากให้ทุกคนลองซื่อสัตย์กับตัวเองจริงๆ แล้วถามตัวเองว่า “ที่เราไม่ค่อยโปรดัคทีฟน่ะ เป็นเพราะเราเบี่ยงเบนความสนใจของเราจากงานตรงหน้า ไปที่สิ่งอื่นหรือเปล่า?” หรือเราหาข้ออ้างให้ตัวเองว่า “ก็กำลังทำงานอยู่นี่ไง” แต่จริงๆ งานที่เราทำน่ะมันเป็น fake work แต่ไม่ใช่ real work ถ้าเราคุยกับใครเรื่องงาน แต่เรามีทั้งหัวเราะ ทั้งเมาท์เพิ่ม เฉนอกเรื่องโน่นนี่ อันนี้เรียก fake work นะ เราไม่ได้โฟกัสที่ตัวงานจริงๆ เพราะงานที่แท้จริงเราต้องใช้สมาธิเชิงลึก ต้องตั้งสติ และต้องอาศัยความลื่นไหลในระยะเวลาอย่างน้อยก็หนึ่งชั่วโมง ให้เราทำงานนี้ให้เสร็จ แบบที่ไม่มีอะไรมาเบี่ยงเบนความสนใจเรา โรบิน ชาร์มาโค้ชดังของอเมริกาออกมาเล่าเรื่องนี้ว่า “เราควรมีกฎเหล็กให้ตัวเองทีเรียกว่ากฎ 99 1 คือเราควรใช้เวลา 99 นาทีไปกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดของวัน และควรใช้ไปกับสิ่งที่ทำเพียง 1 […]

ดวงคลีโอ รายอาทิตย์ วันที่ 4 – 10 กรกฎาคม 2565

โดย หมออ้อน Miracle Love By Oon ขึ้นอยู่กับอารมณ์ตัวเองในแต่ละช่วงเวลา และขึ้นอยู่ด้วยว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นใคร อารมณ์มีปรับเปลี่ยนได้ตลอด การงานมีงานเข้ามาพร้อมกันสองอย่างหรือต้องทำงานเอาใจนายหลายคนที่คิดไม่เหมือนกัน อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของคนอื่น การเงินมีลาภลอย มีงานสังสรรค์ปาร์ตี้บ่อยน้ำหนักเพิ่มเร็ว ความรักเป็นความสัมพันธ์ซับซ้อนคุยหลายคน คู่รักทะเลาะกันเหมือนเด็ก แต่คนรักยังดูแลเทคแคร์ดี ชอบกดดันตัวเอง คิดมากเอง การงานมีคนเข้ามาทาบทาม นำเสนองาน หรือต้องไปทำงานแทนคนอื่นเป็นงานประสานงานงานผู้ช่วยทำงานหนักขึ้น งานมีอุปสรรคเรื่องเจรจา หรือมีงานที่สองทำเป็นอาชีพเสริมควบคู่ การเงิน มีเงินเข้ามาแต่ก็มีเรื่องใช้ตลอดหรือต้องคอยช่วยเหลือคนอื่น ความรักคนโสดหาเองยากต้องมีคนแนะนำให้ มีโอกาสคุยกับคนทางไกล คู่รักอย่าขัดใจคนรัก พูดจาต้องระวัง สุขภาพ อุบัติเหตุเครียดง่ายเจ็บป่วยบ่อย มีกระแสข่าวภายในองค์กรเรื่องย้ายคนยุบหน่วยงาน ได้รับมอบหมายงานใหม่หรือปรับตำแหน่งงาน ถูกโยกย้ายภายในองค์กรหรือสมัครงานได้งานใหม่ ยังมีความกังวลกับภาระหน้าที่ใหม่กลัวทำงานไม่สำเร็จ กังวลกับสภาพแวดล้อม ระแวงไปหมดงานต้องระวังข้อผิดพลาดมีคนนินทาใส่ร้ายกัน เสียเงินกับข้าวของเสียหาย ต้องซื้อของใหม่หรือจ่ายเงินให้กับบริวารความรักคนโสดมีคนอายุน้อยเข้ามาแต่ความสัมพันธ์ยังไม่เปิดเผยหรืออยู่ในช่วงสืบประวัติรับรู้เรื่องในอดีตของอีกฝ่าย คู่รักปัญหาเก่ายังทะเลาะกันบ่อยมีความระแวงจ้องจับผิด สุขภาพ นอนดึก ทำงานเพื่อเงิน ต้องการมีเงินเยอะเพื่อชดเชยความสุขให้กับตัวเอง อยากสร้างอนาคต มีแผนอนาคตระยะยาว คิดเรื่องเงินเรื่องธุรกิจ วางแผนท่องเที่ยวซื้อของแพง หรือซื้อทรัพย์สิน การงานราบรื่นงานลื่นไหลมีโปรเจ็คท์เข้ามาต่อเนื่อง ขอเครดิตต่างๆราบรื่นความรักคนโสดได้ออกเดท ได้พัฒนาความสัมพันธ์ คู่รัก ชีวิตคู่ยังโอเค ต้องเข้าใจอยู่กันแบบง่ายๆ จะรอดสุขภาพ ลดน้ำหนัก ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ชีวิตยังต้องต่อสู้ มีโอกาสได้งานใหม่ ได้ตำแหน่งงานที่ดีโปรเจ็คท์ต่างๆ มีความสำเร็จราบรื่น ได้รับผลตอบรับดี มีโชคลาภ ได้ของมีค่า ได้เงินฟลุคๆ กิจการงานค้าขายดีขึ้น ถึงเงินไม่มากแต่ยังมีเงินเข้าไม่ขาดมือ ความรักคนโสดลงเอยกับคนอายุน้อยกว่า พบรักใหม่ที่ดีกว่า ทั้งโปรไฟล์และหน้าตา คู่รักคนรักหยิบยื่นของมีค่าให้หรือมีแพลนแต่งแพลนมีลูก สุขภาพ แข็งแรง ความวุ่นวายเกิดจากเรื่องรอบตัวหรือยังมีความหวาดระแวงไม่ไว้ใจใคร ยังไม่สามารถปรับตัวกับงานใหม่ได้ หรือมีความคิดอยากลาออก อยากเปลี่ยนงานใหม่ ระวังปัญหาความขัดแย้งกับกลุ่มคนหรือถูกแทงข้างหลังเกิดความท้อใจ ขาดความเชื่อมั่น การเงินสูญเสียผลประโยชน์ การลงทุนติดขัด ขาดบริวารลูกน้อง ความรักคนโสดถ้ายังไม่เจอคนดีก็หยุดพักก่อน คู่รักระวังมีปัญหาเพราะคนอื่น หรือคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องทะเลาะกันบ่อย สุขภาพ ร่างพัง สุขภาพป่วยบ่อย อยากมีงาน มีเงิน ต้องดูแลตัวเอง การงานต้องทำใจกับเพื่อนร่วมงาน งานที่ทำยังมีโอกาสก้าวหน้าเติบโตได้จากผลงานสมัครงานใหม่จะมีเพื่อนแนะนำ หรือได้ทำงานกับคนรู้จักหรือกลับไปบริษัทเก่าธุรกิจลงทุนมีหุ้นร่วมได้ ลูกค้าเก่ากลับมามากขึ้นมีเงินใช้จ่ายใช้หนี้จ๊อบต่างๆ มีเข้ามาต่อเนื่อง ความรักคนเก่ากลับมาทักทายคู่รักความสัมพันธ์ราบรื่น สุขภาพ โรคเก่ากำเริบ อ่านเรื่องราวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทาง CleoThailand หรือ FB: @CleoThailand ดวงงานและเงินเดือนกรกฎาคม 2565 ของสาว 12 ราศี แม่นสุด!! วันโชคดีเดือนกรกฎาคม 2565 ของสาว 12 ราศี ทำไมแฟนเก่าถึงไม่ปล่อยคุณไป หรือเป็นเพราะราศีของเขา? หนุ่มแต่ละราศีมีดีที่อะไร มีคุณสมบัติ ‘สามีดีเด่น’ ใดเหมาะกับเราที่สุด

“รายได้ลด ปลดคนออก” ทางเดียวที่จะทำได้ เราต้องขยันและสร้างผลงาน

ตื่นมาทุกเช้ากับข่าวบริษัทดังๆ ยักษ์ใหญ่ระดับโลกออกมาแถลงว่าพวกเขาจะปลดพนักงานกันอย่างถล่มทลาย ล่าสุดก็เป็นคิวของ Meta ของพี่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้เป็นซีอีโอที่ได้กำหนดการวัดผลที่เรียกว่าพนักงานต้องทำงานแบบลุกเป็นไฟ  จากรายได้ที่ลดลงอย่างชัดเจนต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ของ Facebook ซึ่งเริ่มจากการหยุดจ้างงานใหม่ และพนักงานในบริษัทตอนนี้ ต้องเจอการวัดผลที่โหดขึ้นด้วยความตั้งใจจะลดจำนวนคนลง พี่มาร์คก็ยอมรับตรงๆ ว่ามีพนักงานกลุ่มหนึ่งที่ไม่จำเป็นกับบริษัท และการตั้ง kpi ที่เข้มขึ้น หากต้องทำให้ใครลาออก เขาก็ยินดีมากจริงๆ “ผมคิดว่าถ้าใครตัดสินใจว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเขา และเขามีสิทธิ์เลือกที่จะไม่อยู่ ผมก็โอเคเลยนะ” ดังนั้นทีมทำงานที่อยู่ต้องเล็กลงให้เหมาะสมกับงาน ทำงานหนักขึ้นและเพอร์ฟอร์มานซ์ต้องจัดจ้านในย่านนั้นด้วย นี่เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับบริษัทดังล่าสุดเท่านั้นนะ เพราะหลายเดือนที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ก็แทบจะออกข่าวรายวันทั้งการให้พนักงานกลับไปทำงานที่ออฟฟิศทั้งหมด การขู่ว่าใครไม่มาถือว่าออกเลย รวมทั้งล่าสุดเลย์ออฟไปแล้ว 200 คนในหน่วยออโต้ไพล็อตที่แคลิฟอร์เนีย การจ้างออกแผนกนี้อาจมาจากข่าวอุบัติเหตุที่ซอฟต์แวร์ออโต้ไพล็อตของ Tesla ทำงานผิดพลาดจนทำให้หุ้นของบริษัทร่วงเอาๆ ก็เป็นได้ อีลอนยังประกาศว่าต่อไป บริษัทจะเน้นจ้างคนแบบเซ็นสัญญาหรือจ่ายเป็นรายชั่วโมงมากกว่าการให้เป็นพนักงานประจำแล้ว ยังมีอีกหลายบริษัทอย่างอีคอมเมิร์ซในจีน หรือแม้แต่ในเมืองไทยก็มีหลายธุรกิจที่ประกาศดาวน์ไซส์ไปจนถึงปิดบางโปรดักท์ลง คิดแล้วก็น่าใจหาย คนที่โดนให้ออกก็ต้องเดินหน้าหาเส้นทางใหม่ๆ คนที่ยังมีงานทำเองใจเริ่มตุ๊มๆ ต่อมๆ ในฐานะที่เราเห็นความเฟื่องฟูและการปิดตัวต้องจากลา สิ่งที่เราได้ทำคือ… คิดไว้เสมอว่าบริษัทคือองค์กร เกิดได้ก็เลิกได้ หลายคนที่โดนจ้างออกหลังจากทำงานมานานเป็นสิบๆ ปี ส่วนใหญ่จะเกิดความผูกพัน เกิดมิตรภาพ บางคนมองว่าที่ทำงานคือครอบครัวกันไปแล้ว เวลาที่โดนให้ออกเลยเกิดอาการเคว้งไปต่อไม่ได้ บางคนหางานทำใหม่อยู่ที่ไหนไม่ได้อีกเลย […]




Self Love

นักวิทยาศาสตร์พบแล้วว่า อายุเท่าไหร่ถึงค้นพบ “ตัวตนที่แท้จริง” ของเราเอง



เราตอนอายุ 20 เหมือนเป็นคนละคนกับตอนวัย 30 ดูได้จากการนัดเพื่อนเก่า บทสนทนาเปลี่ยนไป เรื่องที่หัวเราะไม่เหมือนเดิม และเราก็มั่นใจว่าพอเข้า 40 ก็จะเป็นฉันในอีกเวอร์ชั่นแน่นอน เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งการเปลี่ยนงาน คนในครอบครัวเริ่มจากไป งานที่เคยคิดว่าเราเก่งก็ไม่ใช่แล้ว ดังนั้นเราในภาพเด็กสาว 20 ที่สดใสเจอหลายเรื่องราวจนกลายเป็นคนเงียบๆ ในวัย 30 ตอนนี้คิดว่าเข้าใจโลกแล้วกลับมีพี่ๆ ที่อายุ 40 ไปแล้วบอกว่าทุกอย่างที่เราเคยเครียดจะเปลี่ยนใหม่หมด เลยทำให้เราอยากรู้ว่าเราจะค้นพบความเป็นตัวเองมากที่สุดตอนอายุเท่าไหร่กันแน่

นักวิทยาศาสตร์ด้านพฤติกรรมอย่างนิค ฮอบสัน เล่าว่ามีงานวิจัยล่าสุดที่บอกว่าตัวตนของเราจะแสดงออกมาเต็มที่เหมือนไวน์ขวดเป็นหมื่นหมักบ่มจนถึงเวลาดื่ม เหมือนทุเรียนที่สุกงอมกำลังพอดี เกิดขึ้นเมื่อเราอายุ 50 ปีซึ่งคนที่วิจัยออกมาบอกว่าผิดคาดเลยนะ เพราะพวกเขาคิดว่าอยู่ในช่วงวัย 30 กว่าๆ ที่คนเริ่มสร้างรากฐานอะไรหลายๆ อย่างแล้ว

คนอายุ 50 จะมีความคิดที่เคลียร์ชัดมากขึ้นว่าเราเป็นใคร และอะไรที่สำคัญกับชีวิตจริงๆ ดังนั้นคนวัยนี้จะค่อยๆ เลือกสิ่งแวดล้อมและคนที่จะอยู่ด้วยแล้วรู้สึกพอดีกับตัวเอง คนที่เชื่อในกันและกัน สังคมทำงานของคนวัยเลขห้าจะสะท้อนความเป็นตัวเขาที่ชัดเจนมากที่สุด บางคนเคยโลดแล่นในวงการเอเจนซีสุดเท่ แต่วัย 50 ออกไปปลูกผักเงียบๆ ดีกว่า และถึงเราจะยังไม่ได้อายุ 50 แต่การเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ เราจะเป็นผู้หญิงอายุ 50 ที่ไม่ใช่มนุษย์ป้าให้เด็กมันแซว แต่เป็นคนรุ่นเก๋าผู้มากด้วยประสบการณ์แทน

-มองหาคนรุ่นใหม่ที่คอยมาแทนเราเวลาที่ชีวิตเขยิบไปอีกขั้น

เราเคยเป็นพนักงานรุ่นใหม่ไฟแรง แล้วเป็นซีเนียร์ เป็นรองผู้จัดการ เป็นผู้จัดการ ค่อยๆ ขยับตำแหน่งหรือความเชี่ยวชาญไปทีละช่วง อย่าลืมมองหาคนที่มาแทนเราไปเรื่อยๆ ถ้าอายุ 30 ก็หันไปมองน้องๆ  20 กว่าๆ ช่วยให้เขาเก่งขึ้น สร้างไกด์ไลน์ชีวิตด้านต่างๆ ที่เราเคยผ่านมา เป็นพี่ที่รอฟังน้องๆ ตรงนี้เสมอ คอยซัพพอร์ตใจน้องๆ เมื่อต้องการ พอเป็นพี่สาว 40 ผ่านความจัดจ้านในชีวิต คำแนะนำของเราจะสั้นๆ แต่ตรงจุด เวลาใครมาปรึกษาไม่ค่อยคุยเวิ่นๆ เน้นให้รุ่นน้องกลับไปแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ให้พวกเขาเข้มแข็งและมองว่าเรื่องที่เขาเจอผ่านไปได้สบายมาก

-เตรียมพร้อมกับสิ่งใหม่ที่จะเข้ามา

ในวันที่เราแค่มีริ้วรอย หน้าหย่อนคล้อยนิดเดียว ยังรู้สึกว่าอะไรกันๆ ความแก่มาเยือนแล้วเหรอ แต่พี่ๆ วัย 50 จะต้องเจอกับความเสื่อมของร่างกายและการรับรู้ต่างๆ ที่ไม่ดีเหมือนเดิม อารมณ์ประมาณพ่อแม่เราที่สอนเขาเรื่องเทคโนโลยีเท่าไหร่ก็ไม่จำนี่แหละ ไหนจะความกังวลตอนเกษียณ เงินที่ต้องมั่นคงแล้วหรือยัง เพราะอาจจะทำงานได้ไม่กี่ปี จะโดนเลย์ออฟวันไหนยังไม่รู้ ซึ่งถ้าเรามีสติคิดถึงตัวเองตอนอายุ 50 ตั้งแต่วันนี้จะทำให้เตรียมตัวรับมือได้เนิ่นๆ ไม่แพนิคมากเกินไปเมื่อถึงวันนั้น 

เมื่อเรารู้แล้วว่าความเป็นตัวเองที่แท้จริงเป็นยังไง ขอให้เราในวัย 50 ได้ส่งต่อความรู้ดีๆ ไปให้เจเนอเรชั่นถัดไป หรือข้ามเจนไปที่วัยใหม่ๆ ไม่ว่าเราจะอยู่ในวัย 20, 30, 40 ตอนนี้มองหาพี่ๆ วัย 50 แล้วไปรับวิสดอมจากพวกเขาด่วน!

More