CLEO’S BIGGEST HOROSCOPE 2026 : ราศีธนู

ดวงคลีโอ 2026 ดวงชะตาของชาวธนู ที่เปิดทางสู่โอกาส การเดินทาง และการเติบโต
ติดตามได้ใน CLEO’s Biggest Horoscope 2026

CLEO’S BIGGEST HOROSCOPE 2026 : ราศีพิจิก

ดวงคลีโอปี 2026 ชาวพิจิกกับการเปลี่ยนแปลงลึกซึ้งและพลังที่ซ่อนอยู่
อ่านคำทำนายเต็มๆ ได้ใน CLEO’s Biggest Horoscope 2026

CLEO’S BIGGEST HOROSCOPE 2026 : ราศีตุลย์

ดวงคลีโอ 2026 ดวงชะตาชาวตุลย์กับการตัดสินใจครั้งสำคัญและความสมดุลของชีวิต
ค้นหาได้ใน CLEO’s Biggest Horoscope 2026




Love, Relationship

“Eyes talk” คุณใช้สายตา สื่ออะไรจากใจหรือเปล่า?



เขาบอกว่าอย่าจ้องตาใครนานๆ เพราะเดี๋ยวจะตกหลุมรัก ทุกคนว่าจริงไหม…อย่างที่ทุกๆคนเคยได้ยินว่า ดวงตาคือหน้าต่างของดวงใจ เพราะมันสือได้ถึงอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก โดยที่ไม่ต้องพูดออกมาเลย บางคนถึงกับเปรียบว่าดวงตาคือ “หน้าต่างสู่จิตวิญญาณ” เลยแหละ นั่นก็เพราะว่าดวงตาสามารถสื่อสารอะไรเกี่ยวกับคนๆ นึงออกมาได้มากมาย รวมถึงการเคลื่อนไหวของดวงตา ก็ยังสามารถบอกได้ว่าคนเรากำลังมีความรู้สึกแบบไหน มีความสุข มีความเศร้า ทั้งโกรธ ประหลาดใจ หรืออารมณ์อื่นๆ อีกด้วยนะ สิ่งนี้เรียกว่า Eyes talk

"Eyes talk"

Eyes talk หรือ การสบตายังสามารถสื่อถึงความสนใจ ความไว้วางใจได้อีกด้วย…

บางทีการที่คนสองคนตกหลุมรักกันอาจเกิดมาจากการมองตาแล้วเข้าใจกัน อาจเป็นห้วงเวลาที่ลึกซึ้ง ที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าอยากจะแบ่งปันความรู้สึกร่วมกัน โดยที่ไม่ต้องพูดอะไร แต่ก็สามารถรับรู้ได้จากข้างใน ทั้งความรู้สึกที่เจ็บปวด หรือ ความรู้สึกที่อบอุ่นหัวใจก็ตาม 

อย่างที่เรารู้กันว่าการสื่อสารที่ดี คือต้อง Make eye contact มีการมองตาประกอบด้วย จึงจะทำให้คนฟังเข้าใจทุกๆอย่าง และอยากที่จะคุยด้วย ดังนั้นการที่เราใช้สายตาเป็น คือเสน่ห์อย่างนึงเลย อย่างการที่เรามองคนรักของเราด้วยความรัก เขาก็จะรู้สึกถึงพลังความรักที่เรามีให้ได้อย่างง่ายๆ หรือ อย่างเช่นเวลาที่บางคนชอบงอนแฟน แล้วบอกว่าไม่ได้งอน แต่สายตาของเราก็ส่งไปถึงเขาได้ว่าเราคิดอะไร…คนที่เป็นคนปากไม่ตรงกับใจ ก็ไม่สามรถเก็บซ่อนความรู้สึกที่จะสื่อมาจากสายตาได้หรอก เพราะฉะนั้นหลายคนที่มีเรื่องในใจ หรือรู้สึกไม่สบายใจที่จะคุยกับใคร เราจะสามารถสังเกตได้จากการที่เขาชอบหลบสายตานั่นเอง

อย่างในกรณีศึกษาของ นักจิตวิทยาอาเธอร์ อารอน เขาได้ทำให้คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันหลายคน ได้ตกหลุมรักกันในห้องทดลองของเขา เขามีเซ็ทคำถามให้แต่ละคู่ตอบ ทั้งหมด 36 ข้อ ส่วนใหญ่เป็นคำถามที่จะบ่งบอกความเป็นตัวตนของตัวเอง เมื่อครบทุกข้อแล้วมีคู่ที่นั่งมองตากันแบบเงียบๆโดยที่ไมพูดอะไรนานถึง 4 นาที…หลังจากนั้นถัดมาอีก 6 เดือนพวกเขาได้แต่งงานกัน ผู้ร่วมการทดลองได้เผยว่าในขณะที่พวกเขามองตากัน ในตอนแรกเป็นความรู้สึกที่เขิน มีความตื่นเต้น และ รู้สึกหายใจไม่คล่องเหมือนไม่เป็นตัวเอง แต่หลังจากผ่านไป 2 นาทีที่ได้เขินจนเต็มที่…ก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลายลง ความรู้สึกนั้นมันไม่ใช่แค่พวกเขามองกันและกัน แต่มันเป็นการที่เขาสองคนรับรู้ได้ว่ามีคนที่ตั้งใจมองเขาแบบจริงๆ!! หลังจากที่ผ่านความเคอะเขินมาได้ ห้วงเวลานั้นก็ได้ยกระดับความรู้สึกของพวกเขาทั้งคู่ ไปสู่ความรู้สึกในอีกรูปแบบนึง โดยที่พวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัวกันเลยทีเดียว

"Eyes talk"

ถ้าการใช้สายตาสามารถทำให้คนรักกันได้ แบบนี้คนที่กำลังแอบชอบใครอยู่ก็มีหวังน่ะสิ!!! ใช่แล้วค่ะ การมองตาเวลาพูดทำให้เราดูมั่นใจในตัวเอง เหมือนจากประสบการณ์เรา การที่เราได้คุยกับคนที่มองตาเรามันจะเข้าถึงกันได้ง่ายกว่าการคุยกับคนที่ชอบหลบตาใส่เรา บางทีสิ่งนี้ก็ทำให้คนที่คุยด้วยรู้สึกอึดอัดได้เหมือนกันนะ…มันรู้สึกเหมือนไม่อยากคุยด้วย พอรู้แบบนี้แล้วทำไมเราถึงจะไม่ลองดูล่ะ ลองหาโอกาสดีๆมองเข้าไปในสายตาเขาเลย แต่อย่ามาจ้องแบบน่ากลัวนะ5555 มองด้วยความเป็นธรรมชาตินิดนึงนะคะ

อ่านเรื่องอื่น ๆ ได้ที่ CLEO Thailand และ FB > CLEO

More

[ajax_load_more posts_per_page='6']