เลือกกันแดดกันใจ…เตรียมเที่ยวตั้งแต่ต้นปีให้กลับมาผิวยังไบร์ทอยู่

2024 มาพร้อมคำสัญญาว่าจะปีนี้เราจะสวย ต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพราะได้รู้แล้วว่าถ้ามัวแต่รอคนมารัก ไม่แน่ใจว่าเขาคนนั้นจะมากี่โมง คลีโออยากให้สาวๆ หันมาปกป้องหัวใจตัวเองและปกป้องผิวไม่ให้แดดแรงๆ มาทำร้ายเลยอยากเปิดวิธีการเลือกกันแดดที่ใช่ ใช้ยังไงให้ผิวกระจ่างใสได้ทั้งวัน เพราะบางวันดูเมฆเยอะอย่ามัวแต่อึมครึมคิดว่าไม่เป็นอะไร แต่ยูวีพุ่งเข้ามาทำร้ายผิวฉ่ำๆ ยิ่งใจเหงาๆ แบบนี้ เตรียมตัวออกไปเที่ยวไม่พักกันดีกว่า จะทริปไปต่างประเทศหรือปีนเขา ดูทะเล work-life balabce ไม่หยุด วันนี้จะมาแนะนำวิธีเลือกกันแดดทาหน้า ให้คุณได้รู้ว่าความรักผิวตัวเองแบบไม่ต้องรอใครน่ะ มันคุ้มค่าที่สุดแล้ว คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์กันแดดทุกเช้าทุกทริป ถ้าอยากจะเลือกครีมกันแดดทาหน้าที่เหมาะกับชีวิตสาวทำงานและสาวนักเที่ยว ก็ควรจะให้มีคุณสมบัติดังนี้นะ วิธีทาครีมที่ปกป้องผิวได้ชัวร์ตลอดวัน! Tips อื่นๆ ให้เจอกันแดดที่ใช่…ใช้แล้วมั่นใจได้ชัวร์ คลีโอพบแล้วครีมกันแดดกันใจที่ขาดไม่ได้ทุกเช้า พกไปด้วยทุกทริป! เจ็บมาเยอะ ผิวไหม้มาก็บ่อย เลือดตัวแม่เรื่องกันแดดเลยยอมไม่ได้ ต้องมาบอกถึงครีมกันแดด ที่ลองใช้แล้วเลิฟจริง เหมาะกับทุกวันที่ไปทำงาน วันอยู่บ้านรวมทั้งวันเจอแดดไปทะเล ปีนเขาหรือฝ่าหิมะก็ยังต้องติดกระเป๋าไปด้วย ขอแนะนำ 3 ตัวนี้จากการ์นิเย่ ซึมไว บางเบาจริง มาดูทีละตัวเลยว่ามีอะไรบ้าง การ์นิเย่ ไบรท์ คอมพลีท ซุปเปอร์ ยูวี เอสพีเอฟ50+/พีเอ+++ เริ่มที่กันแดดไบรท์ คอมพลีท ซุปเปอร์ ยูวี […]

คลีโอพาเปิดความลับความสวยของสาวรัสเซีย ดูแลผิวอย่างไรในภูมิอากาศสุดขั้วขนาดนั้น!

ถึงเทรนด์การดูแลผิวและบิวตี้ตอนนี้จะยกให้กับเกาหลี ญี่ปุ่น แถบยุโรปหรืออเมริกา แต่ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีผู้หญิงสวยระดับท็อปโมเดลอย่างรัสเซียมีวิธีการบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอกที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการส่งต่อสารสกัดที่มีคุณค่าของชาวรัสเซียที่ทำให้รู้จักกับ “เห็ดแห่งความอมตะ” รวมทั้งเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าจึงมีการนำสารสกัดจากธรรมชาติมาเป็นส่วนผสมในแบรนด์ที่สาวรัสเซียใช้มายาวนานกว่า 28 ปี Siberian Wellness แบรนด์สกินแคร์ติดอันดับจากเมืองโนโวซีบีร์สค์  เราเคยได้ยินว่าคนรัสเซียจะเชื่อในการบำรุงผิวจากภายในตั้งแต่การชอบเข้าซาวน่าให้ความร้อนเปิดรูขุมขนเพื่อขับของเสียต่างๆ ออกมา เพิ่มการไหลเวียนในร่างกาย แต่การเลือกใช้สกินแคร์ของผู้หญิงรัสเซียเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ที่ต้องทำเป็นรูทีนทุกๆ วัน แบรนด์ที่คนรัสเซียเชื่อมั่นติดอันดับต้นๆ ในการนำส่วนผสมจากธรรมชาติจากทั่วดินแดนไซบีเรียทั้งสมุนไพร ดอกไม้ พืชนานาชนิดในชื่อ “Siberian Wellness” ที่มีต้นกำเนิดจากเมืองโนโวซีบีร์สค์ ใครที่ตามหาผิวกระจ่างใสจะต้องเลือกใช้ไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ดังที่สุดอย่าง เอ็กซ์เพอรัลตา แพลตทินัม (Experalta Platinum) นี้ที่แก้ปัญหาอย่างตรงจุด ผิวกระจ่างใสจากความมหัศจรรย์ของสารสกัดลับจากเห็ด Reishi เพราะทุกโปรดักท์ในกลุ่ม Experalta Platinum ดูแลผิวครบจบทุกความต้องการด้วยการนำนวัตกรรมขั้นสูงที่มีความปลอดภัย ดึงประสิทธิภาพต่างๆ ออกมาเพื่อให้ได้พบกับผิวเรียบเนียน กระจ่างใสที่มีส่วนผสมซึ่งสกัดจากสมุนไพรหายากในการดูแลและฟื้นฟูผิวในสไตล์ชาวไซบีเรียน แล้วยังช่วยป้องกัน ลดเลือนริ้วรอย และเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน หัวใจสำคัญของ Experalta Platinum มาจาก “เห็ด Reishi” ที่เชื่อและบอกต่อกันว่าเป็นเห็ดแห่งความเป็นอมตะจากภูเขาอัลไตในตำนาน กับคุณสมบัติช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ มีสารต้านอนุมูลอิสระและต้านความแก่ก่อนวัยนานถึง 2,000 ปี การทำงานสุดล้ำในผลิตภัณฑ์จะส่งผ่านโมเลกุล X50 […]

“แค่เป็นไข้นิดๆ แล้วอีกไม่กี่วันก็จำอะไรไม่ได้เลย เคยเหมือนตายไปแล้ว”

ชีวิตที่ไม่คาดฝันของผู้หญิงคนนี้ โบ้ท-อุทุมพร ยาวิชัย เมื่ออยู่ดีๆ เธอก็จำตัวเองไม่ได้อีกเลย เธอพูดประโยคนี้ด้วยดวงตาใสแจ๋ว ยิ้มเล็กๆ กับใบหน้าที่ไม่มีอะไรที่เธอกังวล โบ้ท-อุทุมพร ยาวิชัย คือหญิงสาวอายุ 35 ปีที่เราเจอกันในคลาสฝึกใจ โบ้ทยืนต่อคิดเข้าห้องน้ำหลังเรา และคงเป็นยิ้มที่เราหันมายิ้มให้กันวินาทีนั้น ก็เลยได้รู้จักหัวใจเธอ และใครจะคิดจริงๆ ว่าหญิงสาวเรียบง่ายน่ารักคนนี้จะบอกเราว่า “หนูเคยเหมือนตายไปแล้วค่ะพี่” โบ้ทเป็นหญิงสาวทำงานปกติ ที่ก็ใช้ชีวิตไปตามปกติ เธอไม่มีโรคประจำตัว และชีวิตก็ไม่มีสัญญาณใดมาบอกเธอล่วงหน้า เธอรู้แค่วันหนึ่งเป็นไข้อ่อนๆ แล้วอีก 3-4 วัน เธอก็จำตัวเองไม่ได้เลย ความทรงจำหายไปหมด โบ้ทกลายเป็นหญิงสาวที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และไม่รู้ว่าเป็นอะไร เธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “ตอนนั้นอายุ 32 ไปทำงานแล้วกลับจากทริป ก็เป็นไข้นิดหน่อย ผ่านไปอีกสามสี่วันเราก็เริ่มหันไปบอกแฟนว่า “ขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะ” เราอยู่ในเรื่องเล่าของตัวเอง เห็นอะไรแปลกๆ ตรงช่องแอร์ คิดวนๆ ว่าทำไมแฟนไปซื้อของนานจัง อาบน้ำเองไม่ได้ ไม่รู้ตัวว่าเรากินข้าวไปหรือยัง ไม่หลับไม่นอน อยากเดินออกข้างนอกตลอดเวลา” ตอนนั้นแฟนโบ้ทเห็นว่าเธอผิดปกติแล้ว เลยพาเธอไปหาหมอจิตเวช โบ้ทไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร เธอชอบเดินออกไปข้างนอกจนหมอต้องจับเธอมัดกับเตียง “แฟนเล่าว่าเราก็ร้องช่วยด้วย ดิ้น ใครมัดเรายังไง เราแกะออกหมด […]

13 สิ่งที่คนมีความสุขในชีวิตคู่..เขาทำกัน รับรองรักกันยาวๆ เลย

นักจิตวิทยาชื่อดัง ฌอง คลอด ชาลเมท์ บอกว่าเราอาจจะรู้เพียงสองสามสิ่งที่ทำให้ชีวิตคู่มีความสุขแค่นั้น แต่ยังมีอีกมากมายที่ทำให้คุณและเขารักกันยาวๆ ที่คุณยังไม่รู้นั่นล่ะ มีคนบอกไว้ว่า ความลับที่ทำให้คนยังอยู่ในความสัมพันธ์กันอยู่ ก็คือเขาไม่ได้อยากหย่าพร้อมกัน ซึ่งมันก็จริงเอาเลยนะ แต่ถ้าเรามีทางที่ดีกว่านั้นล่ะ ถ้าเราหาทางรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ได้อย่างแท้จริง ที่แต่ละคนก็มีความสุขกันจริงๆ คราวนี้ก็ไม่เกี่ยวแล้วว่าเราต้องทนกันไปนานแค่ไหน ต้องปิดหูปิดตาเพื่อจะมีกันแค่ไหน นักจิตวิทยาชื่อดังของโลก ฌอง คลอด ชาลเมท์ ผู้ใช้เวลาทั้งชีวิตค้นหาว่าอะไรที่จะทำให้คนเรารักกันไปได้นานๆ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเจอกับชีวิตที่ไม่ได้คาดฝัน แล้วเขาก็ยังจับมือรักกันได้อยู่ “ตลอดเวลา 30 ปี ผมเป็นที่ปรึกษาให้คนมากมาย ลูกค้าของผมไม่ใช่คนที่จ่อรอจะหย่ากันเสมอนะ พวกเขายังรักกันอยู่ ยังอยากมีความสัมพันธ์ที่ดีกันอยู่ แต่พวกเขาแค่กำลังเจอช่วงเวลายากๆ เท่านั้นล่ะ” ชาลเมท์บอกว่างานของเขาคือช่วยให้คู่รักเข้าใจซึ่งกันและกัน “เมื่อคุณผ่านอะไรมากันมากมายน่ะ มันก็ง่ายที่จะมีนิสัยที่ไม่อภิรมย์กันงอกขึ้นมา แล้วมันก็ไม่แปลกที่จะทำให้คุณอยากเลิกรากันไป” เขาก็เลยอยากชี้ให้ทุกคนได้เห็นกันว่า แต่คนที่รอดมาได้ก็มีเยอะอยู่นะ และนี่คือ 13 สิ่งที่พวกเขามีให้กันและกันเสมอ #1. อย่าเมินความรู้สึกของคู่คุณ ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม คือกับคุณคุณมองว่ามันไม่มีอะไรไง แต่กับคู่คุณเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา อยากบอกว่าทุกครั้งที่คุณเมินเขาน่ะ เขารู้สึกนะ เขาคิดว่าคุณไม่อยากรับรู้ และเห็นความมันไม่สำคัญสำหรับคุณ เขาคือคนที่ใกล้ชิดคุณที่สุดแต่กลับรู้สึกเช่นนี้ การที่คุณแคร์เขา ใส่ใจความรู้สึกเขาน่ะ เรียกว่า “อารมณ์ที่สอดคล้องกันและกัน” […]




Women's Issues

ด่วน!!! 10 ข้อสายปาร์ตี้ต้องรู้ เมาแล้วขับโทษหนักกว่าเดิม!!

เมาแล้วขับผู้หญิงต้องรู้

เชื่อว่าสายปาร์ตี้หลาย ๆ คนยังมีคำถามคาใจกับกฎหมาย พ.รบ.จราจรทางบก ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2565 ที่เรียกกันว่ากฎหมาย “เมาแล้วขับ” ซึ่งมีการเพิ่มเรื่องเมาแล้วขับทำผิดซ้ำเข้าไปด้วย

คำถามก็น่าจะประมาณว่า ระดับแอลกอฮอล์เท่าไรเจอโทษเมาแล้วขับ ถ้าไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์จะผิดกฎหมายหรือเปล่า คุมประพฤติบำเพ็ญประโยชน์กี่ชั่วโมง ต้องใส่กำไลอีเอ็มด้วยเหรอ ไปดูรายละเอียดกัน

1. ยังไงถึงจะเรียกว่า “เมาแล้วขับ”

        ต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (mg%) จะถือว่าเมาแล้วขับ ในคนขับ 4 ประเภทนี้ คือ

        – คนขับอายุต่ำกว่า 20 ปี

        – ไม่มีใบขับขี่

        – มีใบขับขี่ชั่วคราว (แบบ 2 ปี) หรืออยู่ระหว่างถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบขับขี่

        – มีใบขับขี่ประเภทอื่นที่ใช้แทนกันไม่ได้

2. ถ้าอายุเกิน 20 ปีล่ะ

        ถ้าคนขับอายุเกิน 20 ปี มีใบขับขี่ (แบบ 5 ปี) และใบขับขี่ตลอดชีพ ต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (mg%) จึงจะถือว่าเมาแล้วขับ

3. ไม่เป่าได้ไหม

        – ถ้าเป่าแอลกอฮอล์ แล้วพบว่า ปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนด จะถือว่า “เมาแล้วขับ” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด) และถูกศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบขับขี่

        – แต่ถ้าไม่เป่าแอลกอฮอล์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า “เมาแล้วขับทันที ระวางโทษจำคุกและค่าปรับเหมือนกรณีเป่าที่บอกไปเลย

เมาแล้วขับ

4. เมาแล้วขับ มีโทษยังไงบ้าง

ถ้าทำผิดครั้งแรก มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบขับขี่

5. ถ้าทำผิดซ้ำล่ะ

ถ้าทำผิดซ้ำในข้อหา “เมาแล้วขับ” ภายในเวลา 2 ปี จะเพิ่มโทษเป็น จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับตั้งแต่ 50,000 – 100,000 บาท โดยศาลจะลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ และยังต้องถูกพักใช้ใบขับขี่ ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอนใบขับขี่ด้วย

        เพื่อให้เข้าใจง่าย ขอสรุปเป็นตารางให้เลย

เมาแล้วขับจำคุกค่าปรับ (บาท)พักใบขับขี่เพิกถอนใบขับขี่
ครั้งที่ 1ไม่เกิน 1 ปี5,000 – 20,000ไม่น้อยกว่า 6 เดือนทันที
ครั้งที่ 2 (ในเวลา 2 ปี)ไม่เกิน 2 ปี50,000 – 100,000ไม่น้อยกว่า 1 ปีทันที

(อัตราค่าปรับขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด)

ตรงนี้น่าสนใจคือโทษปรับ 100,000 บาท คดีไม่อยู่ในอำนาจศาลแขวง อัยการต้องทำสำนวนส่งฟ้องศาลอาญาหรือศาลจังหวัด เรียกว่า ไม่มีการส่งฟ้องศาลแขวงอีกต่อไป ในกรณีเมาแล้วขับ ครั้งที่ 2 ภายใน 2 ปี นับตั้งแต่ทำผิดครั้งแรกนั่นเอง

6. ถ้าเกิดอุบัติเหตุจะเป็นยังไง

        – ถ้าเมาแล้วขับ และทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท และถูกพักใช้ใบขับขี่ ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอนใบขับขี่

        – ถ้าเมาแล้วขับ และทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 – 6 ปี ปรับตั้งแต่ 40,000 – 120,000 บาท และให้ศาลพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือถูกเพิกถอนใบขับขี่

        – ถ้าเมาแล้วขับ และผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 – 200,000 บาท และถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ทันที

        ตรงนี้ก็ขอสรุปเป็นตาราง เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น

คู่กรณีจำคุก (ปี)ค่าปรับ (บาท)พักใบขับขี่เพิกถอนใบขับขี่
บาดเจ็บ1-520,000 – 100,000ไม่น้อยกว่า 1 ปีทันที
บาดเจ็บสาหัส2-640,000 – 120,000ไม่น้อยกว่า 2 ปีทันที
เสียชีวิต3-1060,000 – 200,000ไม่มีการพักใบขับขี่ทันที

(อัตราค่าปรับขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด)

7. เมาแล้วขับ เกิดอุบัติเหตุ ประกันจ่ายหรือเปล่า

        – ประกันภันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. จะคุ้มครองผู้เอาประกันและคู่กรณีโดยไม่พิสูจน์ความถูกหรือผิด โดยจะคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถและทรัพย์สินแต่อย่างใด

        – ประกันภันภาคสมัครใจ ถ้าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (mg%) จะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของคู่กรณีเท่านั้น ฝั่งคนที่เมาแล้วขับจะไม่ได้รับความคุ้มครอง ถึงจะซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่มีเบื้ยประกันสูงสุดก็ตาม ยิ่งกว่านั้น ถ้าจ่ายค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว บริษัทประกันอาจเรียกเงินที่จ่ายคืนได้ด้วย

8. ต้องคุมประพฤติและบำเพ็ญประโยชน์ไหม

นอกจากจะต้องเสียค่าปรับ ขึ้นศาล และเสียประวัติแล้ว บางรายถูกคุมประพฤติ และต้องบำเพ็ญประโยชน์ พร้อมเครื่องติดตามตัว (EM) ตลอด 24 ชั่วโมง แถมอาจมีคำสั่งห้ามออกจากที่พัก ระหว่าง 22.00-04.00 น. เพื่อลดความเสี่ยงในการทำความผิดซ้ำ โดยศาลจะพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป

9.คุมประพฤตินานไหม บริการสังคมกี่ชั่วโมง

หลังจากจ่ายค่าปรับแล้ว ส่วนใหญ่ศาลจะกำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ 1 ปี  รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง และอาจมีเงื่อนไขอื่นๆ อีกก็ได้ เช่น การอบรมระเบียบวินัยจราจร ห้ามยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และ ห้ามออกจากบ้านในช่วงเวลาที่กำหนด โดยใช้เครื่องติดตามที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM) หรือที่เรียกว่า กำไล EM

10. ถ้าใส่กำไล EM ต้องใส่นานแค่ไหน

กำไล EM ไม่สามารถถอดออกเองได้นะ เพราะถ้าขืนทำก็เท่ากับยอมรับความผิดและต้องรับโทษ เรียกว่ารอหมายศาลไปจำคุกได้เลย โดยที่ตัวเครื่องจะมี GPS ติดตัวเรา ถ้าออกไปข้างนอกในเวลาที่กำหนด สัญญาณจะดังและจะถูกดำเนินคดี ส่วนที่ถามว่าต้องติดเครื่องนี้นานแค่ไหน เท่าที่มีข้อมูล ส่วนใหญ่อยู่ที่ 7-15 วัน ขึ้นอยู่กับศาลว่ามีการสั่งควบคุมความประพฤติแบบใด

โทษเมาแล้วขับของไทยรุนแรงทุกวันนี้มาก ถ้ามีแพลนจะไปดื่มหรือปาร์ตี้ ไม่ควรขับรถส่วนตัวไป ใช้ขนส่งหรือบริการสาธารณะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยทั้งของตัวเองและเพื่อนร่วมท้องถนน ที่สำคัญยังลดโอกาสการสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เมาไม่ขับดีที่สุด เพราะถ้าถูกดำเนินคดี ไม่คุ้มที่จะเสี่ยงแน่ ๆ ฝากไว้ว่า สนุกได้ พร้อมสติ และความรับผิดชอบนะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เมาแล้วขับ

More

[ajax_load_more posts_per_page='6']