THE BEST BEAUTY INNOVATORS 2022

Best of the Best Beauty Innovator For All: Nu Skin ageLOC LumiSpa iO เป็นเครื่องล้างหน้าที่ใช้ผ่านแอป VERA (Android / ios) เพื่อสแกนใบหน้าตรวจดูสภาพผิวก่อน ดูว่าผิวหมองคล้ำกี่เปอร์เซ็นต์ ริ้วรอย ความชุ่่มชื้นบนใบหน้า ทั้งกระและจุดด่างดำด้วยว่าเป็นยังไง แล้วแอปจะประเมินสูตรความสวยมาให้เรา ชอบแบบไหนเลือกที่เหมาะกับตัวเองได้หมด ต้องการเน้นความกระจ่างใส ลดริ้วรอย ชอบแบบมีน้ำหอม หรือไม่มี ผิวจะได้รับการบำรุงตามที่เราครีเอทให้ตัวเอง เรียกได้ว่าเสกผิวสวยเพื่อตัวเราเองได้จริง! ใช้ควรใช้คู่กับ ‘เอจล็อค ลูมิสปา แอคติเวติ้ง คลีนเซอร์‘ ของ Nuskin หยอดคลีนเซอร์นี้ไซส์ประมาณเหรียญสิบบาท เปิดเครื่องแล้วเอามาล้างและนวดหน้าในขณะเดียวกันบนหน้าเรา หัวสีฟ้าๆ ที่นวดเป็นซิลิโคน medical grade หัวนี้มีประสิทธิภาพที่ไปกระตุ้นถึงระดับคอลลาเจนได้ ล้างหน้าได้เลยเช้าและเย็น ใช้ได้ทุกวัน แล้วล้างหน้าออกจะรู้ทันทีเลยว่าหน้าสว่างขึ้นมาก ผิวลื่นแบบผิวเต็ม สะอาด ผิวดีขึ้นทันทีหลังจากใช้ ผิวเรียบ เนียนขึ้นจริงๆ แล้วคนมีเหนียงสามารถเอาเครื่องนี้ไถเดรนน้ำเหลืองไปตามกกหูซ้าย-ขวาได้ หรือเอามาไถหน้าผาก […]

CLEO’S FAVOURITE SUPPLEMENTS 2022

Cleo’s Favorite Collagen Supplement: NU SKIN Inner Focus Collagen Plus ความเริ่ดของตัวนี้คือมีการพิสูจน์แล้วว่าช่วยดูแลผิวเรื่องริ้วรอย ให้ผิวไม่แห้ง ผิวชุ่มชื้น คือจะไปกระตุ้นเซลล์ผิวให้ผลิตคอลลาเจน และอีสาสตินมากขึ้น ทำให้โครงสร้างต่างๆ ของเนื้อเยื่อในผิวเกาะยึดกัน ได้ดีขึ้น ผิวก็เลยจะแข็งแรง เฟิร์ม แน่นกระชับขึ้น กระจ่างในขึ้นด้วย คือในแต่ละวันที่เราเจอทั้งแดด เครียด นอนดึก หรืออะไรที่กระทบจิตใจเรา ทั้งหมดจะไปส่งผลให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นขึ้นมา ทำให้ร่างกายมีพลังในการผลิต คอลลาเจนที่เป็นโครงสร้างของผิวได้ลดลง ถ้ากินตัวนี้ไปเรื่อยๆ ก็เหมือนเราได้ดูแลผิวไว้ตลอด คอลลาเจนและอีลาสติน ของผิวจะได้ไม่ร่วงโรยไปมาก Cleo’s Favorite Hair Supplement: PHYTO Phanere cheveux et ongles hair and nail ช่วยเรื่องสุขภาพผมสุดๆ เป็นที่นิยมมากในฝรั่งเศสว่าเด็ดจริง ช่วยเรื่องผมร่วง และเล็บ รวมวิตามิน A , B2, B5, B6, […]

ไขความลับบาโนบากิ จากโรงพยาบาลศัลยกรรม สู่มาสก์บำรุงผิวที่ไม่เหมือนใคร ไอเท็มโดนใจที่กวาดรางวัลมามากมาย

วันนี้ขอเปิดความปัง ด้วยการเมาท์ประสบการณ์ส่วนตัวในวันแต่งงานกันนิดนึงค่ะ คือ ก่อนแต่งหน้า พี่ช่างได้ง่วนกับการมาสก์ผิวให้เราอยู่ราวๆ 15-20 นาทีได้ พอแต่งหน้าเสร็จ ด้วยความที่วิ่งวุ่น เปลี่ยนชุด รับแขก ถ่ายรูป ก็ไม่ค่อยมีเวลาซับหน้า แต่หลายคนชมว่าผิวสวย ผิวฉ่ำ แถมดูไม่มันเลย กลับบ้านมานี่นั่งตกผลึกว่า เพราะมาสก์ซองนั้นแน่ๆ เลยไลน์ไปถามพี่ช่างแต่งหน้า… เค้าตอบมาว่า “บาโนบากิเลยแก ซองสีชมพู สูตร White Gloss” ตอนแรกก็งงๆ ว่า บาโนบากิ คือ โรงพยาบาลศัลยกรรมไม่ใช่หรอ? มีมาสก์บำรุงผิวด้วย มิน่าถึงใช้แล้วเริ่ดขนาดนี้ สุดท้ายอดใจไม่ไหวรีบไปหาข้อมูลทั้งโรงพยาบาล และมาสก์บาโนบากิ มีที่มาอย่างไร ทำไมถึงปังขนาดนี้! เพื่อเมาท์แบบเต็มสูบให้สาวๆ คลีโอได้โดนตกไปตามๆ กัน มาทำความรู้จัก ชื่อ “Banobagi บาโนบากิ” กันสักหน่อย บาโนบากิ ชื่อที่ใครๆ ก็คุ้นหูกันในนามโรงพยาบาลศัลยกรรม จากประเทศเกาหลี ที่ดังมากในรายการ Let Me In Thailand จะบอกว่าทีมคุณหมอที่นี่มีประสบการณ์ทั้งด้านศัลยกรรมและผิวพรรณมากถึง 20 […]

ฝึกเป็นผู้หญิงตลก เอนจอยกับโลก คอนเน็คท์กับผู้คน

สังเกตคำตอบของสเปคหนุ่มๆ ทุกวันนี้เขาจะแพ้ทางให้ผู้หญิงที่ทำให้เขาหัวเราะได้ และสังเกตดูอีกสิว่าในออฟฟิศใครที่เป็นสายฮา ส่วนใหญ่จะได้รับการเอ็นดู มีแต่คนช่วยเหลือ ไปงานเลี้ยงที่ไหนก็มีแต่คนปัดเก้าอี้ไว้รอ เพราะคนพวกนี้เขาจะสร้างความสุขให้กับคนรอบข้าง ซึ่งการเป็นคนตลกเนี่ยไม่ได้เกิดมาแล้วทำได้เลยนะ ต้องสั่งสมประสบการณ์จนรู้จังหวะ เอาเป็นว่าอินโทรเวิร์ทก็เป็นคนขำๆ ได้ ถ้าแค่ได้ลอง… จากการศึกษาในหนังสือ The Power of Fun ที่เขียนโดยแคทเธอรีน พรินซ์ อธิบายเอาไว้ว่าคนที่ตลกจะมีความสามารถในการด้นมุขสดๆ ออกมาได้จากเหตุการณ์ตรงหน้า เป็นคนที่มีนิสัยเข้ากับคนอื่นง่าย ไม่กลัวที่จะแป้ก กล้าลองอะไรใหม่ๆ ไม่ใช่คนที่อ่อนแอ เพราะเขาสามารถมองโลกอย่างตลกร้าย รู้ว่าความสนุกทำให้ชีวิตเคลื่อนไปข้างหน้า ดังนั้นเวลาอยู่กับคนขำๆ เราจะรู้สึกสดชื่นกับการเป็นตัวของตัวเองได้ไม่ต้องแอ๊บ เวลามีเรื่องอะไรมาเล่าคนที่ตลกก็จะอินไปด้วย ดังนั้นไม่ใช่ว่าต้องเป็นคนที่ชอบเข้าสังคมถึงจะตลก บางคนเป็นอินโทรเวิร์ทเงียบๆ แต่พูดอะไรออกมาที หัวเราะอุจจาระแตกกันได้เลย เพราะการสร้างนิสัยให้เป็นคนสนุกก็จะดึงดูดแต่อะไรมันส์ๆ เข้ามาได้ด้วย แปลว่าเมื่อไหร่ที่เราอยากบิ้วด์บรรยากาศให้ครื้นเครง เราพยายามมองหาโอกาสที่จะสร้างความสดใส เชื่อมโยงกับคนอื่นและต้องมีโฟลว์ที่ไปได้ไม่สะดุดด้วยวิธีต่อไปนี้ 1.เป็นคนหัวเราะกับอะไรง่ายๆ  ก็ไม่ถึงขนาดเห็นใบไม้ปลิวแล้วขำ แต่แค่เป็นคนที่ดื่มด่ำกับสิ่งรอบข้างเพื่อจะหาโมเมนท์ให้หัวเราะได้ไม่ยาก บางทีอยู่ในการประชุมที่ซีเรียส แต่เราสามารถจับความแปลกที่เกิดขึ้นเอามาเล่าต่อให้มีสีสัน ยิ่งอะไรที่เราว่าตรรกะอันนี้ผิดนะ เราจะเอามาเสียดสีกับชีวิตได้ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น คอมเมนท์สังคมบ้านเมืองหรือข่าวตามโซเชียลมีเดีย คนไทยเป็นคนตลก นั่งอ่านคนเดียวแล้วหัวเราะดังมาก 2. ต่อบทสนทนาคนอื่นไปเรื่อยๆ แล้วจะเจอทางยิงมุขในแบบของเรา เหมือนกับว่าถ้าเพื่อนเดินเข้ามาแล้วบอกว่า “วันนี้ร้อนเนอะ” […]




Fashion

ไรวิน สาวเปรี้ยวที่หลงใหลในแฟชั่น เธอจึงเริ่มลงมือทำตามความฝันเล็ก ๆ ของตัวเอง

ไรวิน VALSER

หากจะให้พูดถึงเรื่องความชอบหรือแพชชั่น แน่นอนว่าความชอบที่ว่านี้ล้วนมีหลากหลายและแตกต่างกันออกไปตามความสนใจและประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวมาของแต่ละคน ความชอบไม่ใช่สิ่งตายตัว สิ่ง ๆ นั้นสามารถเป็นอะไรก็ได้ตามที่ใจเรารัก บางคนชอบอ่านหนังสือ บางคนอินซีรีส์ บางคนรักการปลูกต้นไม้ ส่วนเธอคนนี้หลงใหลในแฟชั่นแบบสุด ๆ เธอคือ ไรวิน ชื่นสุนทร สาววัย 23 เพิ่งเรียนจบหมาด ๆ ได้งานประจำที่แสนจะท้าทาย และสุดท้าย “เธอมีความฝันเล็ก ๆ ที่อยากทำเพื่อตัวเธอเอง”

ถ้าเปิดไอจีของไรวินดู เพื่อน ๆ ของเธอรวมถึงตัวเราเองด้วยก็รู้เลยว่าเธอคือสายแฟชั่นตัวจริง ไรวินชอบแต่งตัว เธอมีความสุขกับการเปิดตูเสื้อผ้า หยิบเสื้อตัวนั้นมาลอง หยิบกางเกงตัวนี้มาใส่ แมทช์กับกระเป๋าและรองเท้า จะบอกว่าเธอสนุกกับการแต่งตัวก็ว่าได้ ไรวินไม่มีสไตล์ที่ตายตัว อยากลองอะไรก็ลอง อยากใส่อะไรเธอก็ใส่เลย ไรวินถือคติว่า 

“ออกจากบ้านแต่ละครั้ง เราต้องดูดี เราไม่รู้ว่าเราต้องมี first impression กับใครตอนไหนเมื่อไหร่”

ไรวิน เล่าว่าเธอเป็นคนที่ชอบแต่งตัวมาตั้งแต่เด็ก อาจจะเพราะว่าตอนเด็ก ๆ เธอเคยเดินแบบเด็ก ถ่ายแบบโฆษณา ลงหนังสือพิมพ์ เรียกได้ว่าเซนส์แฟชั่นของเธอก็เฉิดฉายมาตั้งแต่เด็กแล้ว ผสมกับความชอบในแฟชั่นที่เธอมีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ชอบอ่านนิตยาสารแฟชั่น รักการนั่งดูแฟชั่นโชว์ในทีวีในเวลาว่าง พอเราได้ฟังเธอเล่าเรื่องผ่านน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นและความหลงใหลในแฟชั่น ก็ทำให้เราเห็นเสน่ห์ในตัวเธอที่เผยออกมาแบบไม่รู้ตัว จนทำให้เรารู้สึกได้เลยว่า ไรวินคือ fashion lover จริง ๆ 

ไรวิน สาวแฟชั่น introvert ขี้อาย และบ้ากับทุกอย่าง

ตั้งแต่สมัยเรียนอักษรฯ ไรวินมักมีแฟชั่นการแต่งตัวเก๋ ๆ มาเซอร์ไพรส์เพื่อน ๆ ที่มหาลัยอยู่เสมอ จนหลายคนที่เห็นเธอก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เรื่องแฟชั่นต้องยกให้ไรวินจริง ๆ แต่เห็นลุคแซ่บ ๆ แบบนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าเธอเป็นสาวปาร์ตี้ ชอบงานสังคมเจอคนเยอะ แต่จริง ๆ แล้วไรวินคือสาว introvert ที่ซ่อนความเขินอายไว้ภายใต้เมคอัพและเสื้อผ้าที่สวมใส่ เธอไม่ชอบที่ที่เสียงดัง ไม่ไปร้านเหล้า แต่เลือกอยู่กับคนที่สบายใจเงียบ ๆ ก็พอแล้ว

ถึงเธอจะเป็น introvert แต่ไรวินก็นิยามตัวเองไว้แบบสั้น ๆ คำเดียวจนทำเราสะดุด นั่นคือคำว่า บ้า คำว่าบ้าของเธอในที่นี้คือเธอเป็นบ้า เฮฮา คุยสนุกเวลาที่อยู่กับเพื่อนสนิท บ้างาน และกล้าที่จะทำอะไรบ้า ๆ ขอให้ตัวเองแฮปปี้ก็พอ ยิ่งฟังเธอเล่าเรื่องตัวเองไปเรื่อย ๆ เราก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอคนนี้มีอะไรซ่อนอยู่ เป็นความสดใสและพลังบวกแบบที่เธอสร้างขึ้นมาเองที่ซ่อนอยู่ข้างในตัวไรวิน ทำให้เรารู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้คุยกับเธอ ประกอบกับความเปรี้ยวของไรวิน ทำให้หลายคนรอบตัวเธออดใจรอดูไม่ได้ว่าวันนี้ วันพรุ่งนี้ และวันต่อ ๆ ไป เธอจะมาด้วยลุคไหนกันนะ

เรื่องการแต่งตัวเธอเป๊ะ ส่วนเรื่องงานเธอก็ปัง จะบอกว่าไรวินคือ working woman ก็ได้นะ เพราะเธอเริ่มทำงานมาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ไรวินได้มีโอกาสทำงานกับ ผศ.ดร.น้ำฝน ไล่สัตรูไกล มาตั้งแต่สมัยที่เธอยังเรียนอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะเด็กฝึกงาน จนเมื่อเธอจบปี 4 ไรวินก็ได้เข้าทำงานต่อกับ ผศ.ดร.น้ำฝน เลย หนึ่งในงานที่เธอได้ทำคือการช่วยดูแลแบรนด์รองเท้าหนังที่ชื่อว่า DEVANT หลังจากนั้นประมาณหนึ่งเดือน ไรวินก็ได้ออกมาหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้วยการย้ายที่ทำงาน ซึ่งเธอก็บอกว่างานนี้แทบไม่ใช่สายงานที่เธอจบมาเลย แต่เธอก็อยากลองทำดู 

งานประจำก็ต้องทำ แต่งานในฝันก็ต้องไม่ทิ้ง

ในระหว่างที่เธอทำงานใหม่นี้ ไรวินก็ยังได้เปิดร้านกระเป๋าหนังเล็ก ๆ ของตัวเองที่ชื่อว่า VALSER เธอบอกว่าเธอได้ลงมือเองทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ดีไซน์กระเป๋า หาวัสดุ ถ่ายรูป และลงขาย โดยกระเป๋าทุกใบของเธอนั้นเป็น upcycling ทั้งหมด เพราะเธอได้หนังทำกระเป๋ามาจากเศษหนังแท้ที่ไม่ใช้แล้ว และนำมาดีไซน์ใหม่เป็นกระเป๋าในแบบที่เธอต้องการ “เรารู้สึกว่า fashion waste ตรงนั้นมันมีเยอะมาก และสีสวย ๆ มันก็มีเยอะมาก แล้วเราเสียดายตรงนั้น” ดังนั้นกระเป๋าทุกใบของ VALSER จะเป็น limited edition ทั้งหมด มีหนังแต่ไหน เธอก็ทำแค่นั้น และจะไม่สั่งย้อมเด็ดขาด และนี่ความพิเศษของแบรนด์กระเป๋าเธอ 

เราก็คิดว่าทำไมเราไม่เอาตรงนี้มาให้สุด ๆ ไปเลย ให้มันคุ้มค่ากับการชีวิตสัตว์ที่เสียไป 

ไรวินบอกกับเราว่า VALSER เกิดจากความชอบในแฟชั่นของเธอล้วน ๆ เริ่มจากสิ่งที่อยากใช้ สิ่งที่อยากมี  ดังนั้นเธอจึงลงมือออกแบบกระเป๋าเองทุกใบในแบบที่ต้องการ ทั้งในแง่ของดีไซน์และการใช้งาน ซึ่งกระเป๋าทุกรุ่นนั้นจะมีความเป็นตัวเธออยู่สูงมาก รวมไปถึงการตั้งชื่อรุ่นของกระเป๋าเธอ แต่ละใบก็มีที่มา มีความหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งล้วนเกิดจากชีวิตของเธอและคนรอบตัวเธอเอง ตอนนี้ VALSER มีกระเป๋าอยู่ทั้งหมด 3 รุ่น 

Rei Clutch 

Rei Clutch เป็นกระเป๋ารุ่นแรกของ VALSER ซึ่งขายหมดในเวลาเพียงไม่กี่วัน ไรวินเล่าให้ฟังว่าใบนี้เป็นจุดเริ่มต้นเพราะเธออยากที่จะมีกระเป๋าคลัทช์แบบหนังเรียบ ๆ สักใบไว้ใส่ของได้เยอะ ๆ ใช้งานได้ดี ทนต่อการใช้ แต่ก็ดีไซน์ก็ต้องสวยและราคาไม่แพงเกินไป “เราเริ่มต้น Rei Clutch เพราะอยากใช้เองก่อน อยากได้แบบนี้แต่ไม่มีขาย งั้นทำเองเลยแล้วกัน” 

สีของกระเป๋าแต่ละใบก็จะมีความแตกต่างกันใบตามหนังที่เธอได้มา สีน้ำตาลบ้าง ดำบ้าง หรือมาบางทีก็เป็นสีทูโทน กลายเป็นความน่าตื่นเต้นว่ากระเป๋าใบต่อไปที่ออกมาของเธอนั้นจะมาเป็นสีอะไร นอกจากดีไซน์กระเป๋าแล้ว ชื่อรุ่น Rei Clutch ก็เธอก็ยังได้มาจากชื่อของเธอเองในภาษาญี่ปุ่น คลัทช์ใบนี้จึงเหมือนกระเป๋าของเธอจริง ๆ 

Bella Pouch

Bella Pouch กระเป๋าใส่โทรศัพท์มือถือดีไซน์เก๋ ที่ได้ชื่อรุ่นมาจากนางแบบที่เธอชอบอย่าง Bella Hadid ไรวินชอบเบลล่ามาก เธอบอกว่าส่วนหนึ่งก็ได้แรงบันดาลมาจาก Bella Hadid ด้วยเช่นกัน เลยขอยืมชื่อเบลล่ามาตั้งเลยก็แล้วกัน 

Ireene Bag 

และรุ่นล่าสุดอย่าง Ireene Bag เธอบอกว่าเธอทำออกมาเพื่อพี่สาวของเธอโดยเฉพาะ โดยนำชื่อของพี่สาวมาใช้เป็นชื่อกระเป๋ารุ่นนี้ด้วยเช่นกัน ไรวินเล่าว่าพี่สาวเธอทำงานหนัก และมักจะพกของพะรุงพะรังอยู่เสมอ จะเดินทางไปไหนก้ต้องหิ้วของเยอะแยะไปหมด ไรวินจึงได้ลงมือดีไซน์กระเป๋าที่ออกแบบมาเพื่อพี่สาวเธอโดยเฉพาะ เป็นกระเป๋าหนังเรียบ ๆ ดีไซน์มินิมอล เน้นการใช้งาน ไม่ว่าจะใส่ laptop ใส่หนังสือ หรืออะไรก็ตามแต่ ก็ทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้เยอะ เพราะหนังที่เธอเลือกมาใช้ทำกระเป๋ารุ่นนี้มีความทน แต่น้ำหนักเบา ทำให้ Ireene Bag สามารถจุของได้เยอะ (เธอบอกว่ารุ่นนี้สามารถใส่ laptop ได้ถึงสองเครื่องเลย) ถือง่าย ไปไหนก็สะดวก และที่สำคัญคือ ยังดูดีมีไตล์ในแบบฉบับของ VALSER 

ไรวินบอกกับเราไว้เลยว่า ไม่ว่าจะอีกกี่ปี ราคากระเป๋าทุกใบในร้านเธอจะไม่เกินหนึ่งพันบาท  เธอไม่เน้นกำไรมากมาย ทั้ง ๆ ที่ความจริงเธอสามารถคิดราคาขายที่แพงกว่านี้ก็ได้ 

ปัจจุบันนี้มีของเหลือจากแฟชั่นมากมาย ซึ่งยังใช้ประโยชน์ไม่ได้อย่างเต็มที่ เราเลยจึงนำหนังเหลือใช้จากการตัดไปทำสินค้าต่าง ๆ และนำเศษนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้เรายังเห็นความสวยงามในร่องรอยของหนังที่ไม่เพอร์เฟกต์ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เราได้เห็นความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง

VALSER จึงถือเป็นความสำเร็จเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นมาจากความชอบและแพชชั่นที่เธอมี ความเป็นตัวเองของไรวิน เสื้อผ้าที่เธอใส่ เมคอัพที่เธอแต่ง คนรอบตัวที่อยู่ในชีวิต รวมถึงประสบการณ์ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา ได้หลอมรวมกลายเป็นเธอในวันนี้ เธอไม่ได้สร้างแบรนด์เพราะอยากดัง หรือหวังกำไรมาก ๆ แต่เธอสร้าง VALSER ขึ้นมาจากความฝันและความชอบของเธอ และวันนี้เธอก็ทำมันได้สำเร็จ นี่อาจจะไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของเธอ แต่อย่างน้อยเธอก็กล้าที่จะลงมือทำตามใจตัวเอง เราขอเป็นกำลังใจให้ไรวินในทุก ๆ ก้าวที่เธอเลือกเดินนะ

และสำหรับใครที่สนใจกระเป๋าหนัง VALSER ก็เข้าไปดูเพิ่มเติมได้เลยที่ IG: @valser.store หรือใครอยากจะส่องแฟชั่นเปรี้ยว ๆ ของเธอก็สามารถฟอลโล่วไอจีไรวินได้เลยที่ @rei__raiwin

By Jiratchaya

อ่านเรื่องราวอื่น ๆ ได้ที่ CLEO Thailand และ FB > CLEO

More