CLEO READERS CHOICE AWARDS

สุดยอดผลิตภัณฑ์บิวตี้ที่สาวคลีโอรัก ได้แก่…

“longevity diet” สูตรอาหารที่จะทำให้คุณอายุยืนขึ้น ตั้งเป้าอยู่ถึง 120 ปี

ทุกวันนี้ที่เราเจ็บป่วยสาเหตุหลักๆ อย่างหนึ่งก็มาจากอาหารที่กินเข้าไปทั้งนั้น เนื้อสัตว์มากเกินไป เค็มไปหวานไป กินแล้วอ้วนไขมันเต็มทั้งร่าง แต่ถ้าเราอยากอยู่บนโลกนี้ไปอีกนานๆ ต้องรีบมาดูเรื่องการกินตั้งแต่วันนี้ เริ่มเร็ว ยิ่งดีเร็ว ตอนนี้มีสูตรอาหารแบบใหม่ที่จัดการกินทั้งอาหารและนิสัยเรียกว่า “สูตรไดเอทอายุยืน” ซึ่งมีคำแนะนำจากนักชีวเคมี วัลเตอร์ ลองโก้ เขาเป็นไดเร็กเตอร์ที่มหาวิทยาลัย Southern California’s Longevity Institute ทำวิจัยเกี่ยวกับการอดอาหาร สารอาหารมีผลต่อยีนยังไง แล้วส่งผลต่อเราเวลาที่แก่ตัวลงแบบไหนบ้าง วัลเตอร์บอกว่าสูตรนี้อาจจะทำให้เขามีอายุได้ถึง 120 ปีเลยก็ได้

แชร์เคล็ดลับผิวสวยใส พร้อมปลุกความมั่นใจตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วย 3 โปรดักส์คลีนบิวตี้สุดเจ๋ง จาก endota Australia

แรงแบบฉุดไม่อยู่จริงๆ สำหรับกระแส Clean Beauty ที่ตอนนี้กลายมาเป็นคอนเซ็ปต์ความงามรูปแบบใหม่ที่สาวๆ ต่างชื่นชอบและตามหามาดูแลผิว โดยเฉพาะ endota แบรนด์คลีนบิวตี้ชื่อดังจากออสเตรเลีย ไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆ เป็นอะไรที่ใครได้ลองก็ประทับใจ น่าจะเพราะเค้ามีครบทั้งสกินแคร์หน้าและตัว ผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก รวมถึงโฮมสปา ว่าแล้ววันนี้คลีโอเลยอยากแชร์เคล็ดลับผิวสวยใส พร้อมปลุกความมั่นใจตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วย 3 โปรดักส์สุดเจ๋ง จาก endota จะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น… เลื่อนลงไปข้างล่างสิคะ

The Wall Test แบบทดสอบที่อ่านวิธีการมองโลกของเราได้ขาดและตรงที่สุด

ไปเจอแบบทดสอบของต่างประเทศที่กำลังไวรัลใน TikTok ด้วย เป็นแบบทดสอบที่จะบอกว่าเรานั้นมองโลกยังไงผ่านรูปเพียงรูปเดียว แบบทดสอบนี้เรียกว่า The Wall Test ซึ่งเทสนี้ทำไม่เกิน 2 นาทีเสร็จ แต่ผลคือแม่นจริง มองขาดและตรงที่สุด ทำให้เราเห็นว่าลึกๆ แล้ว เรามีมุมมองต่อโลกนี้ยังไง สามารถเอาชนะอุปสรรคที่เข้ามาได้ยังไง และจัดการกับความท้าทายที่ยากลำบากได้ยังบ้าง 




Relationship

ความสัมพันธ์จะไปต่อได้ ถ้าเราทั้งคู่ “เปิดใจคุยกัน”



เคยได้ยินมาตลอดว่า “เวลาที่คนเลิกกัน เขาไม่เลิกกันด้วยเรื่องใหญ่หรอก มันมาจากเรื่องเล็กที่เราไม่เคยได้พูดหรือมองข้ามไปทั้งนั้นแหละ” ซึ่งพอมานั่งคิดตามมันก็จริงนะ หลายครั้งที่เรื่องเล็กทำให้ความสัมพันธ์ไปสู่จุดจบ จุดแตกหักจนสุดท้ายก็ต้องเลิกรา เพราะก่อนหน้านี้อาจจะบอกว่า แค่เรื่องนิดเดียว ไม่เป็นไรหรอก แต่สุดท้ายเรื่องยิบย่อยพวกนี้ก็เริ่มฝังรากลึกลงไปในความสัมพันธ์จนวันนึงเมื่อต่างคนต่างเริ่มทนไม่ไหว มันก็พังทลายลงในที่สุด

สิ่งสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ไปต่อได้ก็คือการเปิดใจพูดคุยกันแบบตรงไปตรงมานี่แหละ เราเชื่อว่าน่าจะมีหลายคนเคยเป็นนะ ไม่กล้าบอกอีกฝ่ายว่าเราไม่โอเค เพราะกลัวเขามองว่าเรางี่เง่าไม่มีเหตุผล เรื่องแค่นี้ทำไมถึงทำให้มีประเด็น หลายครั้งเลยเลือกที่จะเงียบและเก็บเรื่องเหล่านั้นเอาไว้ในใจ รอให้มันระเบิดออกมาในสักวันหนึ่ง จนบางก็สายเกินกว่าที่จะแก้ให้ความสัมพันธ์กลับมาดีเหมือนเดิม สำหรับบางคู่ก็เป็นเรื่องง่ายมากที่จะมานั่งเปิดใจคุยกันตรง ๆ ว่าเธอชอบอะไรไม่ชอบอะไร ไม่โอเคตรงไหนที่เราทำ หรือมีอะไรที่อยากแก้ไขไปพร้อมกันในความสัมพันธ์นี้ แต่มันก็มีอีกหลายคู่ที่ไม่กล้าบอกอีกฝ่ายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหรือแม้แต่ความไม่สบายใจของเราเองก็ตาม ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน หรือบอกไปเขาจะโอเคไหม แต่สำหรับเรา เราเชียร์ให้เปิดใจคุยกันนะ เพราะอย่างน้อยต่างฝ่ายก็รับรู้ความคิดของอีกคน อาจจะไม่ได้เข้าใจทั้งหมด แต่ก็รับรู้ และพยายามที่จะทำความเข้าใจและปรับไปด้วยกัน

บอกในสิ่งที่เราไม่โอเคให้เขารับรู้

ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ก็อาจจะเริ่มจากตัวเราเองก่อนก็ได้นะ บอกสิ่งที่เราไม่โอเคให้เขารับรู้ อาจไม่ต้องเรียกมานั่งจับเข่าคุยกันขนาดนั้นให้มันตึงเกินไปก็ได้ อาจจะเริ่มจากการหาจังหวะแล้วพูดไป หรือตอนไหนที่รู้สึกว่า เนี่ยแหละ เรากำลังไม่โอเคกับสิ่งที่เขาทำอยู่ เราอาจจะพูดตอนนั้นไปเลยก็ได้ ค่อย ๆ บอกว่าเราไม่โอเคตรงไหน บอกเหตุผลไปด้วยนะ ให้เขาเข้าใจว่าทำไมเราถึงไม่โอเค ถ้าหากการคุยครั้งนั้นมันเปิดประเด็นจนคุยต่อได้ยาว ๆ ก็อาจจะพูดเรื่องอื่นที่เราไม่สบายใจไปด้วยก็ได้ ค่อย ๆ พูดให้เขาเข้าใจความในใจเรา

รับฟังในสิ่งที่เขาก็ไม่โอเค

ถึงตาที่เราเป็นฝ่ายรับฟังบ้าง พอเราได้เปิดใจกับเขา ทีนี้ก็เป็นคิวที่ให้เขาเปิดใจให้เราฟังบ้าง หน้าที่ของเราคือตั้งใจฟังความในใจของเขา เขาไม่โอเคตรงไหน เพราะอะไร ฟังแบบไม่ต้องตัดสินอะไรทั้งนั้นจนกว่าเขาจะพูดจบ หลังจากนั้นค่อยเอาสิ่งที่เขาบอกมาทบทวนอีกที มีอะไรที่เราแก้ได้บ้าง หรืออะไรที่เราสามารถแก้มันไปด้วยกันได้บ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าไปเค้นเอาความในใจจากเขานะ แค่ไหนก็คือแค่นั้น เพราะถ้าเขาไม่โอเคเดี๋ยวเขาก็จะบอกเราเอง อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดในวันนี้วันเดียว ให้เวลาเขา และเรียนรู้ไปด้วยกัน

อย่าคิดแทนเขา หรือปล่อยให้เขามานั่งเดาใจเรา

อีกเรื่องที่สำคัญเลยก็คือ เราอย่าไปคิดแทนเขาเด็ดขาด บางทีเราทำแบบนี้ เราอาจจะเผลอคิดแทนเขาไปเลยว่าเขาคงไม่เป็นอะไรหรอก เรื่องแค่นี้เอง แต่อย่าลืมว่าเรื่องแค่นี้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน อะไรที่กลัวว่าทำแล้วเขาจะไม่สบายใจหรืออาจจะทำให้คู่ของเรามีปัญหาตามมา ก็ลองถามเขาไปเลยก็ได้ว่าเธอโอเคไหม ในขณะเดียวกัน ถ้าเราไม่โอเคอะไรหรือมีอะไรที่รู้สึกว่าเราต้องมาคุยกัน ก็บอกเขาไปเลย เพราะเขาก็ไม่สามารถมาอ่านใจเราได้ว่าเราคิดอะไรอยู่เช่นกัน

จำไว้เสมอว่าการเปิดใจคุยกัน ไม่ใช่การทะเลาะ

อย่าใช้อารมณ์เด็ดขาด เพราะนี่คือการเปิดใจ คุยกันด้วยเหตุผล ไม่ใช่การทะเลาะเพื่อหาคนชนะ อย่าลืมว่าการเปิดใจคุยกันที่เราทั้งคู่กำลังทำอยู่คือการทำให้ความสัมพันธ์ไปต่อได้อย่างราบรื่นแฮปปี้ในระยะยาว เพราะฉะนั้น การคุยกันอย่างใจเย็น เข้าใจ ใช้เหตุผลน่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดนะ

สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราะคุยกันด้วยวิธีไหน แต่อย่างน้อยก็ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้เข้าใจถึงปัญหาและความไม่สบายใจของอีกฝ่าย ที่บางครั้งเราอาจจะไม่รู้มาก่อนเลยก็ได้ว่าเขาไม่โอเค หรือบางครั้งเขาก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยเหมือนกันว่าเราไม่โอเค พอเราเปิดใจคุยกัน ไม่ได้เพียงแต่ช่วยทำให้ปัญหาที่อยู่ในความสัมพันธ์คลี่คลายลงเท่านั้น แต่มันยังทำให้เราทั้งคู่เข้าใจกันและรักกันมากขึ้น สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะคุยกันด้วยวิธีไหน แต่อย่างน้อยก็ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้เข้าใจถึงปัญหาและความไม่สบายใจของอีกฝ่าย ที่บางครั้งเราอาจจะไม่รู้มาก่อนเลยก็ได้ว่าเขาไม่โอเค หรือบางครั้งเขาก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยเหมือนกันว่าเราไม่โอเค พอเราเปิดใจคุยกัน ไม่ได้เพียงแต่ช่วยทำให้ปัญหาที่อยู่ในความสัมพันธ์คลี่คลายลงเท่านั้น แต่มันยังทำให้เราทั้งคู่เข้าใจกันและรักกันมากขึ้น แคร์ความรู้สึกของอีกฝ่ายมากกว่าเดิม และช่วยกันประคองความรักไปด้วยกันด้วยความเข้าใจกัน ใครที่รู้สึกว่าคู่เรามันมีอะไรบางอย่างที่ไม่เคลียร์ ลองเปิดใจคุยกับเขาดูก็ได้นะ บางทีอาจจะปลดล็อกอะไรหลายอย่างไปเลยก็ได้

มูฟออนด้วยการ “ทำงานบ้าน” แปลกแต่ช่วยได้จริงนะ

More