งานแสดงสินค้าความงาม ไต้หวัน 2025: ปรากฏการณ์แห่งนวัตกรรมและความงาม

มหกรรมความงามไทเป 2025: เมื่อนวัตกรรมกลายเป็นภาษาแห่งความงาม
ในโลกที่เทคโนโลยีและความงามเริ่มหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว มหกรรมความงามประจำปี 2025 ที่ไทเปกำลังจะพลิกโฉมวงการความงามครั้งใหญ่ นักนวัตกรรมจากทั่วโลกต่างเตรียมนำเสนอผลงานล้ำสมัยที่จะเปลี่ยนแปลงมุมมองของเราต่อความงาม ตั้งแต่เครื่องสำอางอัจฉริยะไปจนถึงเทคโนโลยีการดูแลผิวที่ล้ำหน้า ทุกนวัตกรรมที่นี่ล้วนมุ่งตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนและเฉพาะตัวของผู้บริโภคยุคใหม่

โปรแกรมดูดไขมันหน้าท้อง ทางลัดสู่ความมั่นใจที่ไม่ต้องรอ

รูปร่างที่สมส่วนเป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่การดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายและควบคุมอาหารอาจใช้เวลานาน และบางครั้งอาจไม่สามารถกำจัดไขมันหน้าท้องที่สะสมมานานได้อย่างเต็มที่ การดูดไขมันหน้าท้องจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดปัญหาไขมันสะสมได้อย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความมั่นใจและปรับรูปร่างให้ตรงกับเป้าหมาย

สกินแคร์ดัง “The Ordinary” เปิดที่ไทยแล้ว!! อะไรทำให้เราต้องใช้แบรนด์นี้!!

ถ้าจะหาแบรนด์สกินแคร์ที่โปร่งใส สบายที่สุดสำหรับผิวเรา แนะนำ “The Ordinary” แบรนด์ดังสร้างขึ้นจากนักธุรกิจชาวแคนาดา ฺBrandon Truaxe ในปี 2016 เป็นสกินแคร์ที่เน้นคุณภาพมาเป็นอันดับแรก ที่เราต้องได้ลอง ก็จะรู้ว่านี่คือแบรนด์ที่เหมาะกับผิวเราจริงๆ คลีโอได้คุยกับ Nicola Kilner ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหารชาวอังกฤษของ The Ordinary เธอร่วมก่อตั้งแบรนด์กับ Brandon Truaxe และมีส่วนในการขยายบริษัทจนทำให้ The Ordinary ดังไปทั่วโลก ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งประธานบริหารของ The Ordinary และวันนี้ The Ordinary ได้เข้ามาเปิดในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว คลีโอมีโอกาสได้คุยกับนิโคล่า ให้เธอเล่าเรื่อง The Ordinary เธอตอบเรามา 6 คำถามนี้ว่า… “The Ordinary ช่วยเสริมพลังให้ผู้หญิงด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่าย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพเราตั้งเป้าหมายจะช่วยให้ผู้หญิงกำหนดแนวทางการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ ได้ด้วยตัวเองในราคาที่เหมาะสมเรายังแสดงรายละเอียดส่วนประกอบต่างๆ อย่างชัดเจนและใช้สูตรที่มีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์ สรุปแล้วคือผู้บริโภคสามารถเลือกสิ่งต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม และมีความมั่นใจในผิวพรรณของตนได้ เรายืนหยัดที่จะเป็นผู้มอบเครื่องมือที่สร้างผลลัพธ์ ไม่ใช่เครื่องมือที่สร้างตามเทรนด์ให้กับผู้บริโภค” 2. ผู้หญิงไทยจำนวนมากมีหลายบทบาท ทั้งผู้ที่มีหน้าที่การงานไปจนถึงบทบาทผู้ดูแล […]

อยากเมคอัพสวยติดทนตลอดวัน ต้องใช้เซ็ตติ้งสเปรย์ #PRAMY เลย!!

วันนี้ขอมาป้ายยา Pramy Moisturizing Makeup Setting Spray สูตร Matte Finish ตัวนี้! เพราะหลังจากใช้ไม่ต้องวอรี่ว่าต้องเติมเมคอัพบ่อยอีกต่อไป เพียงแค่สาวๆฉีดเบาๆ เมคอัพก็จะติดทน เอาอยู่นานทั้งวันของจริง




Relationship

Common Sense นี่ต้องมีติดตัวมาไหม? หรือจริงๆ แล้วฝึกกันได้นะ

Common Sense

Common Sense มันคืออะไร? เคยสงสัยไหม เวลาคนพูดว่า “ไม่มีคอมมอนเซนส์เลย” จริงๆ แล้วเขาหมายถึงสามัญสำนึกหรอ? สำนึกอะไร?

อธิบายง่ายๆ คือคนอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นสังคมใหญ่ นอกจากพวกกฎหมาย กฎเกณฑ์ในการอยู่รวมกันแล้ว สามัญสำนึกมันเหมือนเป็นความนึกคิด เฉลียวใจ ฉุกใจคิดในระดับสามัญที่แทบไม่ต้องสอนกัน มันจะผ่านการกลั่นกรอง จากการสอนในเรื่องอื่นๆ และคนส่วนใหญ่ก็จะมีสิ่งนี้ไปในทิศทางเดียวกัน

เช่น A เขาเป็นสามี B มีบ้านช่องหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ วันดีคืนดี B ไปทำธุระที่ต่างจังหวัด น้อง C ที่เป็นรุ่นน้องที่ทำงาน ก็ขอมาค้างกับ A ด้วย แบบนี้เขาไม่ทำกันไหม? นอกจากจะไม่มีสามัญสำนึกแล้วยังผิดไปหมดอีกด้วย

สามัญสำนึก หรือ Common Sense นี้จะถูกตัดสินจากใคร?

ก็คนอื่นๆ รอบข้างทั่วไปที่อยู่ในสังคมเดียวกับเรานี่แหละ ว่าเรามีความสามารถในการตัดสินใจถูกต้องไหม ถูกต้องก็คือ ถูกใจคนอื่นรึเปล่า ซึ่งถ้าไม่มีก็อาจจะไม่ได้คอขาดบาดตายในบางเรื่อง แต่มันส่งผลกับชีวิตแน่ๆ เพื่อนอาจจะทยอยเลิกคบ คนไม่ไว้ใจ ไม่ให้ความช่วยเหลือ ถ้าไม่เดือดร้อนอะไร จะแคร์ทำไม

Common Sense

อยากมีคอมมอนเซนส์ประดับบารมีสักหน่อยฝึกยังไง

ลองนึกถึงใจเขาใจเรา แล้วเราจะเริ่มเชื่อในการตัดสินใจของตัวเองได้ ลองคิดดูว่าถ้าตัดสินใจแบบนี้ ถ้ามันไปส่งผลกับคนอื่นด้วย แทนตัวเราเป็นเขาแล้วเรารู้สึกยังไง การเริ่มคิดถึงคนอื่นที่อาจจะเดือดร้อนกับการตัดสินใจตัวเองประมาณหนึ่งแล้วแปลว่าเราเริ่มเชื่อเซนส์ของเราได้แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าให้นึกถึงคนอื่นจนลืมนึกถึงตัวเองนะ ยังคงเอาตัวเองเป็นที่ตั้งเสมอ แค่ชั่งใจให้ดี อย่ามากเกินไปหรือน้อยเกินไป

ไตร่ตรองอย่างจริงจัง แต่อย่าหมกมุ่นเกินไป เวลาต้องตัดสินใจอะไร คิดจริง ไม่คิดเล่น แต่อย่าคิดมากเกินไป ย้ำอยู่อย่างนั้นมันยิ่งทำให้ทุกอย่างพันกันเป็นพัลวัน การคิดเยอะเกินพอดีจะทำให้เราเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง 

ตัดอารมณ์ออก เรื่องบางเรื่องที่มีคอมมอนเซนส์มาเกี่ยวข้องใช้อารมณ์เยอะไม่ได้ มีเหตุผลกับตัวเองบ้าง เช่น ของๆ เพื่อนร่วมงานวางไว้ในตู้เย็น เราเปิดมาเจอตอนหิวมากๆ แต่คนๆ นั้นไม่อยู่พอดี ทั้งๆ ที่เดินลงไปกดตู้สะดวกซื้อที่ชั้น G ได้แต่ขี้เกียจก็เลยหยิบของคนอื่นกินซะเลย อันนี้ก็เรียกว่าไม่มีคอมมอนเซนส์ อย่างน้อยขอกันก่อน และนิสัยลักเล็กขโมยน้อยนี่มันผิดกฎหมายนะ

“อย่าทำให้ตัวเองเดือดร้อน” นี่อาจจะเป็นหลักใหญ่ใจความของคอมมอนเซนส์ คืออะไรที่รู้อยู่แล้วว่าเราจะซวยแน่ๆ แต่อยากทำอะ ทำก่อนแก้ทีหลังแล้วกัน มักจะทำให้เรื่องใหญ่บานปลายกันไปใหญ่ 

สังเกตอะไรรอบตัวให้เยอะๆ เหมือนเวลาไปต่างประเทศ คนญี่ปุ่นเขาไม่คุยกันบนรถไฟ เราก็แค่ไม่ทำเหมือนกัน อยู่ญี่ปุ่นจะคุยกับใครมาก ของแบบนี้สังเกตกันได้แทบจะไม่ต้องบอก อีกสิ่งก็คือคิดก่อนพูด เรื่องบางเรื่องต้องพูดตรงๆ ก็จริง แต่คนมีคอมมอนเซนส์จะดูสถานการณ์นิดหนึ่ง บางประโยคพูดผิดจังหวะความสำคัญของมันก็ลดลง

ไม่ได้จะบอกนะว่าคนไม่มี คอมมอนเซนส์ นั้นเป็นเรื่องใหญ่โตเดือดร้อนถึงชีวิต จริงๆ แล้วไม่เลย อาจจะไม่ได้อยู่ในสังคมยากด้วยซ้ำ แต่บางทีมันยากกับคนรอบข้างต่างหาก และถ้าคุณยังคงเป็นคนแคร์โลกนิดนึง ก็เชื่อเถอะว่าของแบบนี้มันฝึกกันได้ ค่อยเป็นค่อยไป เผลอคุณนั่นเองคือคนที่มีสามัญสำนึกสูงมากอยู่แล้ว และอารีมากพอดีจะสอนคนรอบตัวด้วยการเป็นตัวคุณเอง

อ่านเรื่องราวอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ทาง CleoThailand หรือ FB: @CleoThailand

More

[ajax_load_more posts_per_page='6']