กลับมาสะเทือนวงการความงามอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่กับ Cosmoprof CBE ASEAN 2024 งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก 13 – 15 มิถุนายนนี้! ลงทะเบียนเข้าชมงาน ฟรี!

Cosmoprof CBE ASEAN 2024 งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก พบผู้ผลิต และแบรนด์สินค้าความงามคุณภาพกว่า 1,500 บริษัท จาก 20 ประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ฝรั่งเศส อิตาลี ไทย และอีกมากมาย บนพื้นที่จัดแสดงงานกว่า 22,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจ อาทิโปรแกรมจับคู่เจรจาธุรกิจที่ทำให้คุณได้พบกับเจ้าของแบรนด์และโรงงานผลิตโดยตรง รวมไปถึงสัมมนาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่จะมาอัปเดตเทรนด์ความงามล่าสุด และบิวตี้เวิร์คช็อป ตลอด 3 วันการจัดงาน มาร่วมก้าวสู่โลกแห่งความงามระดับโลกไปพร้อมกัน แล้วพบกัน 13-15 มิถุนายนนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ลงทะเบียนเข้าชมงานฟรี! คลิก! https://bit.ly/4a3D1Lm และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cosmoprofcbeasean.com ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดงาน Cosmoprof CBE ASEAN 2024! 1. เป็นงานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามที่ใหญ่ที่สุดในไทย และอาเซียน2. มีผู้ออกแสดงสินค้าชั้นนำกว่า 1,500 แบรนด์ จาก 20 ประเทศทั่วโลก3. […]

15 กฎเหล็กแห่งการมูฟออน “สัญญากับตัวเอง ว่าเราต้องทำให้ได้นะ”

อย่างแรกเลยคือเซ็ตความตั้งใจให้ตัวเอง “ฉันจะต้องขึ้นมาจากหลุมให้ได้” แรงใจที่เราอยากเห็นตัวเองมีความสุข จะพาเรามูฟออนได้เกลี้ยง 100% แน่นอน เริ่มขยับตัวออกจากหลุมกันเลยนะ… เพราะเราจะไม่ยอมจมปลัก ไม่ยอมแพ้ใจตัวเอง เรามองเห็นตัวเองนี่นา ว่าเราจะมีความสุขใสๆ ได้กว่านี้ เราเลยต้องให้กำลังใจตัวเอง ตั้งกฏเหล็กให้ตัวเอง คนอย่างฉัน ไม่มีเธอ ฉันก็มูฟออนสวยๆ ได้ ว่าแล้วลุยกันเลย!! อ่านเรื่องราวอื่นๆ ต่อได้ที่ ฮาวทูรักตัวเอง เมื่อต้องมูฟออนจริงๆ

ฉันไม่โชคดีพอที่จะมีผู้ชายสักคน “มองเห็นฉันในแบบที่ฉันเป็น”

ฉันไม่ได้โชคดีแบบนั้น ฉันไม่ได้โชคดีพอที่จะมีผู้ชายสักคนมองเห็นฉันในแบบที่ฉันเป็น มองเห็นความเจ็บปวดของฉัน และอยากฉุดฉันขึ้นไป ไม่มีวิธีไหนอีกแล้วที่ฉันจะบอกตัวเองได้ดีไปกว่า “ยอมรับความจริงเถอะ” ทุกครั้งเวลาที่ฉันเห็นใครๆ เขารักกัน ความหวังในใจ ความเพ้อทุกครั้งที่กดแอปสีดำแดงเพื่อเลือกซีรีย์เกาหลีเรื่องใหม่ โจทย์ของฉันไม่มีอะไรมาก ต้องเป็นเรื่องที่ฉันสามารถสมมุติตัวเองเป็นนางเอกในเรื่องได้ แล้วจินตนาการต่อว่า บางทีฉันอาจจะเจอผู้ชายในชีวิตจริง ที่เป็นเหมือนพระเอกในเรื่อง หนังสือฮาวทูบอกว่า ให้คิดว่าอยากได้ผู้ชายแบบไหน ลิสต์ออกมาให้เยอะที่สุด แล้วตัดออกให้เหลือสัก 10 ข้อว่านั่นคือคุณสมบัติผู้ชายที่อยากได้ ฉันลองทำและกุมลิสท์นั้นไว้แน่นในกระเป๋าสตางค์ เอามาเปิดอ่านบ่อยๆ ด้วย บางทีที่เขาบอกว่าคืนพระจันทร์เต็มดวง พระจันทร์จะมอบพลังงานของความรักดูดใครให้เข้ามาในชีวิต ฉันจะเอาลิสท์นั้น ออกไปหาแสงจันทร์ ตั้งจิตอธิษฐาน แล้วนึกถึงเขา แน่นอนว่าฉันมีความเชื่อ ยังคงเชื่อ และก็จะเชื่อต่อไป เรื่องราวในโทรศัพท์กับเพื่อนสาว เราจะวนเวียนกันที่ซีรีย์ที่เพิ่งดู กรี๊ดพระเอก อยากบินไปเกาหลี แล้วเราก็จะกลับมาที่เรื่องของเรากัน ทำไมเพื่อนคนนั้นได้แฟนดีจัง แฟนเขาพาไปเมืองนอกบ่อยมากเลย เขาไปทริปกันอีกแล้ว ฉันกับเพื่อนก็ได้แต่พยายามหาเรื่องเน่าๆ ในเรื่องรักของคนอื่น “แต่พวกเขาอาจมีอะไรไม่แฮปปี้ก็ได้นะ พวกเราไม่มีทางรู้หรอก” มันคงเป็นคำปลอบใจที่เราบ่นให้กันฟัง แต่ฉันก็ยังไม่มีใครเข้ามาในชีวิตอยู่ดี “ที่เธอเหนื่อยเพราะไม่มีคนรักหรือเปล่า?” ประโยคจากเรื่อง My Liberation Notes หัวหน้าของพี่สาวนางเอกถามขึ้นมา หลังจากที่เธอมาทำงานแล้วบ่นว่าเหนื่อยๆๆๆๆ ทำไมชีวิตฉันถึงเหนื่อยขนาดนี้ […]

คุณหมอสา-Guardian Diamond พี่สาวที่เปิดประตูลับ ช่วยเคลียร์พลังงานลบให้คุณพบความสำเร็จ

ตั้งแต่เข้าปี 2024 ที่ผ่านมา คลีโอขอบอกว่านี่เป็นการสัมภาษณ์ที่เบิกเนตรให้เรารู้สึกมีความหวังและกำลังใจ รู้สึกว่าจักรวาลมอบของล้ำค่าเอาไว้ให้เราเสมอ เป็นเรื่องไม่บังเอิญที่ทำให้เราได้เจอกับคุณหมอสา หรือหลายคนรู้จักเธอในชื่อ Doctor Diamond กับฉายาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพชรที่ไม่ได้จบแพทยศาสตร์ แต่เป็นผู้ที่ช่วยเยียวยาให้ความรู้กับคนที่สนใจเรื่องเพชร รวมทั้งก้าวเข้ามาแก้ปัญหาชีวิตด้วยพลังของ “เพชรดิบ” ที่ค้นพบพลังงานอันยิ่งใหญ่นี้จนกลายมาเป็นแบรนด์ Guardian Diamond ที่สายมูบอกว่ามาลองแล้วขนลุกซู่ทุกคน ลูกสาวครอบครัวคนจีนที่ฝึกค้าขายตั้งแต่เด็ก “ตอนเด็กไม่รู้ว่าเราอยากเป็นอะไร พ่อแม่อยากให้เรียนที่เอแบค เพราะเห็นว่าเราภาษาดีมาตั้งแต่เด็ก เราไม่มีฝันเลย เป็นเจเนอเรชั่นที่ที่บ้านเป็นคนจีน ดังนั้นก็จะมีบอกแค่ว่าต้องมาช่วยพ่อแม่นะ เราก็รู้สึกว่าเราต้องทําไปจนตลอดชีวิต ไม่เคยมีความคิดอื่นเลย ที่บ้านทำธุรกิจขายเพขร เรียนจบมาให้ไปเรียนดูเพชรนะ เราก็ไป ซึ่งเรียนดูเพชรของสถาบัน GIA ซึ่งตอนนั้นมีสาขาในประเทศไทย เป็นโรงเรียนเล็กๆ ในยุค IMF ค่ะนานมากแล้ว” “คุณพ่อคุณแม่พยายามหนักมากในการส่งเราเรียนนะคะ จําได้เลยว่าแม่ให้เราเดินเข้าไปถามแล้วขอตีเช็ค 4 ใบจ่ายค่าเทอมได้ไหม ช่วงนั้นเราก็รู้เลยว่าชีวิตไม่ได้ง่าย ต้องเรียนให้จบกลับไปช่วยเขา เพราะแม่ก็จะพูดตลอด ตาแม่ก็เริ่มไปแล้วนะ เหมือนเขามาเปิดร้านตอนประมาณ 40 กว่าแล้ว ดังนั้นจะให้เค้าดูเพชรไปตลอดก็เป็นไปไม่ได้ เราเริ่มทําทุกอย่างตั้งแต่เสิร์ฟน้ํา เช็ดตู้ วิ่งงาน บางทีมีงานช่าง เราก็ขับรถออกไปเอง เดินส่งของส่งงาน แม่จะเหน็บเราไปด้วย […]




Books, Career, Culture

15 หนังสือเรื่องงาน อ่านแล้วไฟลุกโชน ทำงานให้ปัง และรับมือได้กับทุกสิ่ง!

books on work

ถึงจุดที่ต้องการไกด์เรื่องงานแล้ว อ่านหนังสือเพิ่มความรู้และแนวคิดนี่ล่ะ กับ 16 หนังสือเรื่องงาน อ่านแล้วไฟลุกมาก

ในที่สุดเราก็คงต้องพึ่งตัวเอง ยุคนี้จะหาคนเป็นที่ปรึกษาเรื่องงานไม่ใช่ง่ายๆ เพราะเขาเองก็มีปัญหาเหมือนกัน บางครั้งเราหมดไฟ บางทีไม่เข้าใจหัวหน้า อยากทำงานให้ดี แต่ก็อยากทำน้อยแล้วได้มากมีมั้ย หรือทำงานแบบคนเท่ๆ บ้าง หรือบริษัทที่ปังๆ ในโลกเขาทำงานกันยังไง คลีโอรวบหนังสือเกี่ยวกับเรื่องงานดีๆ 16 เล่มนี้มาฝากรัวๆ เลย

1. Originals เพราะความเหมือนไม่เคยเปลี่ยนโลก เขียนโดย Adam Grant แปลโดย วิโรจน์ ภัทรทีปกร สำนักพิมพ์ WeLearn, 330 บาท SHOP

book on work01

เป็นเล่มที่ตัวพ่อตัวแม่เขาอ่านกันหมด Originals จุดประกายมากว่าเราจะเปลี่ยนโลกได้ ต้องคิดให้เป็นคนขบถๆ หน่อย ภาษาเรียบง่าย มีความเท่ๆ มีมุมมอง แนวคิดแทรก และเคสตัวอย่างเยอะมากๆ หนังสือเล่าเรื่องคนที่เป็นต้นแบบสร้างสิ่งออริจินัลให้โลกว่าเขาเป็นยังไง เขาคิดยังไงกัน ผู้เขียนคืออดัม แกรนท์ เขาเป็นนักจิตวิทยาชื่อดังจากโรงเรียนธุรกิจวอร์ตันในอเมริกา หนังสือเล่มนี้ดังในหมู่ชาวซิลิคอน วัลเลย์ “ยิ่งเราให้ความสำคัญกับความสำเร็จมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งหวาดกลัวความล้มเหลวมากเท่านั้น ส่งผลให้เราไม่คิดที่จะแสวงหาความสำเร็จที่ไม่เหมือนใครได้”

หนังสือทีไม่ได้มองโลกสวยอย่างเดียว แต่มีมุมมองอีกด้านให้เราคิดด้วยอย่างเรื่อง อันตรายของสัญชาติญาณ อะไรที่สตีฟ จ็อบส์ทำพลาด อันตรายของความกระตือรือร้น หรือเรื่องพลังบวกของการคิดลบ อ่านแล้วอย่างอินสไปร์ เป็นหนังสือที่อ่านซ้ำอีกครั้งและอีกครั้งได้ คนทำงานอยากมีไฟอย่าพลาดเล่มนี้เด็ดขาด

2. The Power of Less ทำน้อยให้ได้มาก เขียนโดย Leo Babauta แปลโดย วิกันดา พินทุวชิราภรณ์ สำนักพิมพ์ WeLearn, 170 บาท SHOP

book on work 02

เรียกว่าเป็นความฝันของทุกคนเลยดีกว่า การทำน้อยแล้วได้มากน่ะ หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องของความลับของคนที่งานยุ่งตลอดเวลา ที่เขาอาจไม่เคยรู้ว่า ทำน้อยให้ได้มากเป็นยังไง เพราะการทำมากไม่ได้หมายถึงผลลัพธ์ที่เพิ่มขึ้นเสมอไป เหมือนกับที่เราเคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนทำงานบางคนเขางานยุ่งมากๆ แต่เขากลับดูชิลลืๆ รับมือได้ไม่มีปัญหา แต่กับบางคนทุกอย่างลนและดูยากไปหมด

หนังสือเล่มนี้เป็นฮาวทูมาช่วยชีวิตคนงานยุ่งทุกคน บอกวิธีจัดการความยุ่งให้ง่ายขึ้นแบบเส้นผมบังภูเขาเลย เหมือนที่เขาบอกว่า “จงจดจ่อกับเป้าหมายเดียวเพื่อทำให้สำเร็จ จงจดจ่อกับงานที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่งานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แล้วคุณจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น จงจดจ่อกับปัจจุบันเพื่อลดความกังวลและความตึงเครียด”

3. The Lost Skill ทักษะที่หายไปในศตวรรษที่ 21 เขียนโดย นภดล ร่มโพธิ์ สำนักพิมพ์ WeLearn, 220 บาท SHOP

book on work03

ชื่อเรื่องบิ๊วให้อยากอ่านมาก อยากรู้ทีสุดเลยว่ายุคนี้ถ้าจะให้รอดจะต้องมีสกิลล์อะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้ทำงานได้มั่นคง ผู้เขียนชวนให้เราค้นหาตั้งแต่ทักษาที่หายไป นิสัยที่ขโมยเวลาของเราไป การตั้งเป้าหมาย เทคนิคการอ่านหนังสือสำหรับคนที่ไม่มี่เวลา หรือแม้กระทั่งพลังของการใจลอย หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ช่วยพัฒนาเรื่องงานอย่างเดียว แต่ช่วยชีวิตเราโดยรวมด้วย เป็นมุมมองที่น่าสนใจและทำให้เรามีกำลังใจอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น อ่านได้ง่ายๆ อ่านจบแล้วอยากทำตามทันที

4. จงทิ้งทุกอย่างที่คุณเคยรู้ ก่อนเริ่มทำธุรกิจ เขียนโดย Jason Fried และ David Heinemeier Hansson แปลโดย อาสยา ฐกัดกุล สำนักพิมพ์ WeLearn, 195 บาท SHOP

book on work04

เป็นหนังสือที่มาจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจมากว่า 10 ปี และเจอกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำถึงสองครั้ง ผู้เขียนเลยมาเขียนเพื่อเล่าถึงการทำธุรกิจที่ต้องโยนความเชื่อเก่าๆ ออกไปให้หมด อ่านแล้วจะรู้ว่าควรเริ่มต้นยังไง ทำไมเราต้องการอะไรน้อยกว่าที่เราคิด ควรเปิดตัวธุรกิจเมื่อไหร่ ควรจ้างคนแบบไหน และจะจัดการยังไงให้ราบรื่น ใครที่อยากทำธุรกิจของตัวเอง ลองอ่านเล่มนี้ก่อนเลยนะ

5. The Productivity Project โปรเจกต์ลับคนไฟลุก  เขียนโดย Chris Bailey แปลโดย พรรณรวี อกนิษฐาภิชาติ สำนักพิมพ์ WeLearn, 295 บาท SHOP

book on work 05

ใครที่อยากเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนโปรดัคทีฟ เล่มนี้จะบอกเลยว่าจะเริ่มยังไงดี ผู้เขียนใช้ตัวเองเป็นหนูทดลอง ทำการลงมือค้นคว้า และเอาเทคนิคต่างๆ มาเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด เขาลองทำกับตัวเองมาหนึ่งปีเต็ม สุดท้ายก็ตัดมาให้เหลือ 25 เทคนิคที่ได้ผลที่สุด อ่านแล้วจะมีไฟทงาน ได้เทคนิคที่คาดไม่ถึงเพียบ เป็นการเขียนที่อ่านสนุก ฉลาด และนำไปใช้ได้จริง อย่างวิธีหนึ่งที่เขาบอกคือ “ให้ติดตามการใช้พลังงานของตัวเองไว้ตลอดเวลา” แล้วจะเข้าใจตัวเราเองได้ดีเลย เราจะเจออย่างช่วงเวลาทอง ที่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำงานได้

6. Insanely Simple เรียบง่ายเป็นบ้า เขียนโดย Ken Segall แปลโดย วิญญูกิ่งหิรัญวัฒนา สำนักพิมพ์ WeLearn, 280 บาท SHOP

bookon work 06

แค่เห็นชื่อก็รีบผวาหาหนังสือเล่มนี้ ชอบมากคำว่า Insanely Simple ความเรียบง่ายที่ทำให้สตีฟ จ็อบส์กลายเป็นผู้นำเรื่องโปรดัคท์ของโลกไป อ่านเล่มนี้แล้วจะเข้าใจว่าทำไมสตีฟ จ็อบส์ถึงเน้นความเรียบง่ายว่าคือทั้งหมดของทุกอย่าง หนังสือเล่มนี้จะเจาะลึกเข้าไปในดีเอ็นเอของ Apple ว่ากว่าจะมาเรียบง่ายได้ ต้องมีมาตรฐานอะไรบ้าง อะไรที่ไม่ควรประนีประนอม และอะไรที่เป็นองค์ประกอบหลัก เป็นอีกเล่มที่อ่านแล้วไฟลุกได้เหมือนกัน

7. Samsung Man คนเก่งอยู่ที่ไหน ทำอะไรก็สำเร็จ เขียนโดย โชยองฮวัน แปลโดย ภัททิรา จิตต์เกษม สำนักพิมพ์ อมรินทร์ How-To, 195 บาท SHOP

book on work07

อีกบริษัทของโลกที่เป็นสุดยอดในความสำเร็จก็คือบริษัทซัมซุง ผู้เขียนเคยเป็นผู้บริหารฝ่ายบุคคลของซัมซุง เล่มนี้เขามาเปิดเผยกระบวนการบ่มเพราะดีเอ็นเอของความสำเร็จของซัมซุง เริ่มตั้งแต่การเลือกพนักงานใหม่ การเลื่อนตำแหน่งไปเป็นซีอีโอ กระบวนการทำงานที่ทำให้ซัมซุงโตเร็ว เหมือนกับปรัชญาการทำงานที่ซัมซุงให้ทุกคนคิดเหมือนกันว่า “พนักงานทุกคนในบริษัทเป็นคนในครอบครัว หรือในชุมชนเดียวกัน ไม่ใช่คู่เจรจาหรือนายกับบ่าว”

8. The Truth About Employee Engagement เมื่อมนุษย์งาน ไม่อยากทำงาน เขียนโดย Patrick Lencioni สำนักพิมพ์ WeLearn, 295 บาท SHOP

book on work 08

หนังสือที่บอกสาเหตุว่าอะไรที่ทำให้เราหมดไฟในการทำงาน อะไรทำให้เราอยากลาออกจากงาน แล้วพอได้อ่านแล้วเจอเหตุผลลึกลับบางอย่างที่สูบพลังทำงานของเราออกไป ก็จะทำให้เราเข้าใจ พอเข้าใจก็จะกลับมามีไฟอยากลุกขึ้นมาทำงานใหม่ แล้วผู้เขียนบอกว่า มันอาจไม่ใช่เงิน เนื้องาน หรือคนในที่ทำงานที่ทำให้เราไม่อยากทำงานนะ แต่อาจะเป็นอะไรที่ใกล้ตัวและลึกซึ้งกว่านั้นได้เลยด้วย เรียกว่าอ่านแล้วตาสว่าง มีอึ้งๆ แน่นอน

9. Productivity Hacks สูตรโกงของคนเก่งงาน เขียนโดย Emily Price สำนักพิมพ์ WeLearn, 225 บาท SHOP

book on work 09

เป็นหนังสือที่บอกทางลัดเพื่อให้เป็นคนโปรดัคทีฟขึ้น เรื่องที่เราคาดไม่ถึงอย่างเขียนอีเมลตอนค่ำ และเก็บไว้ส่งตอนเช้า หรือถ้าทำงานที่บ้านไม่มีสมาธิให้รีบอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเพื่อให้สมองรู้ว่าเราเลิกงานแล้ว คนเก่งงานเขาก็มีอะไรที่ใช้เป็นเคล็ดลับ บางอย่างเราอาจมองว่าเล็กน้อย แต่นั่นล่ะคือความลับของความโปรดัคทีฟเลย

10. คิดแค่ 1 แต่ได้ผล 100 เขียนโดย โมะริกะวะ อะกิระ สำนักพิมพ์ WeLearn, 156 บาท SHOP

ผู้เขียนคืออดีตซีอีโอของ Line เขาปั้น Line มาจนดังคับฟ้าในทุกวันนี้ เขาบอกว่า “เพราะการคิดเยอะไป ทำให้คุณต้องทำงานที่ไม่จำเป็นถึง 99%” และสิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจก็คือ การตอบสนองต่อผู้ใช้บริการ ผู้ใช้สินค้าเราให้ได้อย่างต่อเนื่อง และถ้าเราอยากให้ผลงานออกมาดี เราต้องทุ่มเทพลังงานทั้งหมดไปให้กับสิ่งเพียงเสิ่งเดียว และควรให้ความสำคัญกับการคิดว่าอะไรคือแก่นแท้ นอกนั้นโยนทิ้งให้หมดเลย เป็นหนังสือที่อินสไปร์เลยนะ คนที่เริ่มทำธุรกิจ หรือกำลังสับสนหาแก่นของตัวเองในการทำงานให้เจอ อาจเจอคำตอบจากหนังสือเล่มนี้ได้

11. Creative Blindness ภาวะสมองบอด เขียนโดย Dave Trott สำนักพิมพ์ WeLearn, 266 บาท SHOP

ผู้เขียนเป็นนักคิดและนักโฆษณาระดับตำนาน เขาจะพาคนอ่านไปเจอกับอะไรที่ทำให้ภาวะสมองตีบตัน และเขาจะแนะนำทางออกเพื่อให้กลับมามีสมองที่เฉียบได้เหมือนเดิม เขาจะเน้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ เรื่องการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ ภาพลวงตาของการสร้างสรรค์และอื่นๆ ที่ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมา คนที่ต้องใช้ความครีเอทีฟตลอดเวลา เล่มนี้อาจช่วยให้ฉุกใจคิดขึ้นมา และช่วยป้องการภาวะสมองบอดที่ก็อาจเกิดกับเราทุกคนได้เลย เหมือนที่เขาบอกว่า “ตาบอดทำให้เรามองไม่เห็น ใจบอดทำให้เรามีอคติ แล้วถ้าสมองบอดล่ะ จะร้ายแรงแค่ไหน?”

12. Start with Why ทำไมต้องเริ่มด้วย “ทำไม” เขียนโดย Simon Sinek แปลโดย วิญญู กิ่งหิรัญวัฒนา สำนักพิมพ์ WeLearn, 260 บาท SHOP

ผู้เขียนคือตัวพ่อที่ปรึกษาด้านธุรกิจที่ดังมากๆๆ เรียกว่าผู้นำของโลกทุกคนต้องฟังยูทูบเรื่อง Start with Why ของเขา แล้วก็ถึงกับบรรลุกันหมด ไซม่อนชวนให้ทุกคนมาตั้งคำถามว่า “ทำไม” ก่อนสิ่งอื่นใด ก่อนที่จะไปถามว่า ทำอย่างไร แต่เป็น ทำทำไม จะดีกว่า เหมือนกับบริษัททั่วๆ ไปที่ลืมถามคำถามนี้ เราเองเวลาทำงานได้รับคำสั่งมา ก็ลืมถามคำถามนี้ จึงเกิดความฝืดเวลาทำ ทำๆ อยู่แล้วติดขัด นั่นก็เพราะคำถามสำคัญที่สุด “เราทำไปทำไม?” ที่เราปล่อยให้มันตกห้วงอากาศและลืมไปนี่เอง

13. Are You Smart Enough To Work At Google? คุณฉลาดพอที่จะทำงานที่ google หรือเปล่า เขียนโดย William Poundstone สำนักพิมพ์ WeLearn, 295 บาท SHOP

หนังสือเล่าถึงเรื่องว่าคนที่เข้าทำงานในกูเกิลได้ จะต้องฉลาดขนาดไหน คำถามที่วัดไหวพริบคนจะเข้าทำงานในกูเกิลที่เราเองคิดว่าไม่น่าจะมีทางตอบได้เลย อย่างเช่น ถ้าต้องเช็ดหน้าต่างทั้งเมืองซีแอตเทิล คุณจะคิดค่าจ้างเท่าไหร่? ระหว่างน้ำเปล่ากับน้ำเชื่อม คุณว่ายในไหนได้เร็วว่ากัน? ถ้าคุณมีเซิร์ฟเวอร์อยู่ 10,000 เครื่อง คุณจะทำเงิน 1 ล้านใน 1 วันได้อย่างไร? ชายคนหนึ่งเลื่อนรถไปหน้าโรงแรมแล้วเขาก็ล้มละลาย เกิดอะไรขึ้น?

ถ้าคุณถูกย่อส่วนโยนลงเครื่องปั่น คุณจะเอาตัวรอดอย่างไร? น่าสนใจที่สุด อ่านแล้วลับสมองเราขึ้นแน่นอน

14. Leading Change การเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันล้มเหลว เขียนโดย John P. Kotter สำนักพิมพ์ WeLearn, 285 บาท SHOP

เป็นหนังสือที่พูดเรื่องการเปลี่ยนแปลง ว่าจะทำยังไงให้การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องง่ายและจัดการได้ ผู้เขียนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงอันดับหนึ่งของโลก เขาแนะนำ 8 ขั้นตอนที่จะมอบวิธีคิดที่ถูกต้องและเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเกิด เขาถึงกับการันตีว่าการเปลี่ยนแปลงจะราบรื่นแน่นอน หนังสือเล่มนี้ให้เราเริ่มอ่านไปตั้งแต่ทำไมการการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ถึงต้องล้มเหลว และการเปลี่ยนแปลงที่ประสบความสำเร็จเป็นยังไง สำหรับคนที่กลัวการเปลี่ยนแปลง และแอบไม่เชื่อว่ามันจะดีได้ ต้องลองอ่านเล่มนี้เลย

15. 51 วิธีคิดของหัวหน้า ที่ลูกน้องอยากทำงานด้วย เขียนโดย อิวะตะ มัตสึโอะ สำนักพิมพ์ WeLearn, 240 บาท SHOP

ผู้เขียนผ่านประสบการณ์การทำงานมามากมาย และเคยเป็นอดีตซีอีโอของสตาร์บัคส์ แจแปน เขาเล่าเรื่องให้ฟังว่า ทำไมหัวหน้าที่เก่งกาจ ไม่จำเป็นต้องดีเสมอไป และเขามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะเปลี่ยคนธรรมดาให้เป็นหัวหน้าที่ลูกน้องรักได้ เขาบอกว่า ไม่ต้องเก่งก็เป็นหัวหน้าได้ หัวหน้าไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง หัวหน้าต้องไม่ไปดื่มกับลูกน้อง หัวหน้าต้องไม่มั่นใจในผลงานของลูกน้องหัวหน้าต้องไม่หยุดอยู่กับที่ หัวหน้าไม่จำเป็นต้องเป็นนักอ่าน หัวหน้าไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา ใครที่เป็นหัวหน้าคนอยู่ พลาดไม่ได้เลยนะเล่มนี้

อ่านเรื่องราวอื่นๆ ต่อได้ที่ 20 หนังสืออ่านดีต่อใจ

More

[ajax_load_more posts_per_page='6']