ดาโคต้าบอก..แอนโตนิโอ(พ่อเลี้ยง) เปลี่ยนครอบครัวของเธอ ‘ตลอดไป’ ด้วยความรักของเขา

ดาโคต้า จอห์นสัน (Dakota Johnson) เป็นนางเอกที่สวยและมากด้วยความสามารถ แต่สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ก็คือ.. ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพระเอกรุ่นใหญ่ แอนโตนิโอ แบนเดอราส (Antonio Bandares) กลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอ

ความรักแบบ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่ต้องการแค่อ้อมแขนและคนคุยกันลื่นไหล

ประโยคของเจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่เราเองก็รู้สึกแบบเธอเป๊ะๆๆๆ อยากมีใครที่ใช่ คุยกันรู้เรื่องและเล่าเรื่องของวันนี้ที่เจอให้เขาฟัง สำหรับผู้หญิงที่ต้องออกไปสู้โลกทุกวัน สู้คนเดียว ต้องเข้มแข็งให้ได้ อ่อนแอยังไงก็ต้องเก็บเอาไว้ ความรู้สึกอยากมีใครสักคน อาจไม่ใช่ว่าเขาต้องมาดูแล มาหาเงิน หาบ้านอะไรให้ แต่คือความรู้สึกที่ละทุกอย่างของวันออกไป แล้วเข้าไปซุกในแขนของเขาหันไปบอกกับเขาว่า “วันนี้แย่จัง เหนื่อยจัง” เขาอาจจะดึงเราเข้าไปกอดให้แน่นขึ้น เอามือลูบหัวเรา แล้วบอกเราว่า “ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย แต่เดี๋ยวมันก็จะดีขึ้นนะ” ข้อดีของการมีคนรักที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน คือเขาจะรู้ทุกโมเมนท์ของชีวิตเรา ว่าช่วงไหนเราเป็นยังไง เขาจะซัพพอร์ตจิตใจเราได้ทัน และคอยเป็นทั้งเพื่อน ทั้งคู่คิด เป็นคนรักที่จูงมือเราไปสูดอากาศดีๆ แล้วเพียงไม่กี่นาที โลกทั้งโลกก็หายไป เรารู้สึกสบายใจและช่างผ่อนคลายเหลือเกิน เหมือนที่เจนนิเฟอร์ อนิสตันเคยบอกหลังจากเลิกกับจัสติน เธอโรซ์สามีของเธอเมื่อปี 2018 ว่า “ไม่มีใครที่เรดาร์ฉันกระดิกได้ แต่ฉันว่าถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาที่ฉันพร้อมจะแชร์ชีวิตของฉันกับใครอีกคนแล้ว” เจนนิเฟอร์บอกว่า “ในความสัมพันธ์ เรื่องโรแมนซ์ไม่ใช่สิ่งสำคัญ” สำหรับเธอเลย เธอรักในการเป็นผู้หญิงที่ไม่ต้องพึ่งพิงผู้ชาย เธอคือผู้หญิงที่สร้างตัวเองมาด้วยตัวเอง เจนบอกว่าความสัมพันธ์ของเธอจะเริ่มขึ้นได้เพียงมี “บทสนทนาที่ลื่นไหลตั้งแต่ได้คุยกันครั้งแรก” นั่นเป็นสัญญาณที่ดี “เขาต้องมั่นใจในตัวเอง แต่ไม่เยอะไป มีอารมณ์ขัน แล้วก็ขอร้อง ขอร้องเลยนะว่า เขาต้องใจดีกับผู้คนด้วย” […]

Q: ทำไมฉันเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่เลิกคบไปไม่ได้?

คำถามคาใจตัวเองทุกครั้งที่เริ่มคบใคร ไปไม่รอดแล้วยังเป็นเพื่อนกันก็ไม่ได้! Q: “ฉันมีเพื่อนผู้หญิงเยอะเลยนะ แต่ยากมากจะมีเพื่อนผู้ชายที่สนิท แล้วพอคบใครหลังจากนั้นก็เป็นเพื่อนกับพวกเขาไม่ได้ ไม่ได้เลิกกันไม่ดีนะ แต่ไม่ชินที่จะมีเพื่อนผู้ชาย เลยทำให้ฉันคบผู้ชายเยอะ คบแล้วเลิกๆ และหายกันไปเลยตลอดเวลา แล้วพอมาชอบเพื่อนตัวเอง หรือชอบผู้ชายที่ทำงาน ก็ไม่กล้าไปต่อ กลัวจะเสียเพื่อนไปเลยแล้วไง?” A: ซื่อตรงกับตัวเองที่สุดก่อน ว่าจริงๆ คุณต้องการผู้ชายที่ดีจริงสำหรับชีวิตด้วย! เหมือนกับว่าคุณคิดว่าคุณน่ะคงไม่ดีพอจะเป็นเพื่อนกับใครได้ และคงมีอะไรผิดๆ ในความสัมพันธ์ที่ทำให้รักษาความเป็นเพื่อนไว้ไม่ได้ เราอยากให้คุณยอมรับตรงๆ กับตัวเองก่อนว่า “คุณต้องการความสัมพันธ์ที่ดี และผู้ชายที่รักคุณ” ลองเขียนคุณสมบัติเริ่ดๆ ในตัวคุณสัก 10 ข้อ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตา รูปร่างนะ และบอกเลยว่าทุกคนที่คุณจะเจอต่อไปนี้ เขาจะได้รับสิ่งดีของคุณเช่นนั้น แล้วลองมองหาผู้หญิงที่คุณชื่นชม ว่าเธอช่างสามารถเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่เคยคบได้  ดูวิธีที่เธอคุยกับพวกเขา ดูบุคลิก รอยยิ้ม ท่าทาง ลองเรียนรู้แล้วลองเอาไปใช้เวลาเดทกับใคร ที่สำคัญเวลาเดทกับใครเปิดกว้างกับเขาไปเลยว่า คุณอยากรเรียนรู้จักเขา อยากเป็นเพื่อนกับเขาให้ดีก่อน ต้องใจแข็งไว้นะถ้าเขาจะมาขออะไรที่เป็นทางกายกับเรา เอาให้ชัวร์ในความเป็นเพื่อนแล้วค่อยไปต่อจะดีกว่า สุดท้ายเลยอยากบอกว่าลองไปโฟกัสชีวิตด้านอื่นด้วย ให้เราเอนจอยกับตัวเอง เป็นเพื่อนกับตัวเองให้ดี ถ้าเรามัวแต่เคลิ้มถึงหนุ่มในออฟฟิศ หรือเพื่อนของเพื่อน หรือบางทีอาจเผลอไปเคลิ้มแฟนเพื่อน เราก็อาจกลายเป็นคนคลั่งรัก และคาดหวังในความสัมพันธ์เกินไป จนมองข้ามความเข้ากันได้ […]

3 คำเตือนจากกูรูเรื่องงาน “ถ้าไม่เริ่ดจริง ขอเงินเดือนแรงแบบนี้ อาจพังได้นะ”

เป็นมุมเรื่องงานที่บางทีก็ลืมมองตัวเองไป ขอยอมรับและโล่งๆ กับตัวเองพิจารณาอีกครั้ง “เราคิดว่าเราเก่ง” หรือที่ผ่านมา “หัวหน้าเราน่ะเก่ง” กันแน่! เป็นหนึ่งในคำเตือนที่เราว่าสุดจะดึงเราให้กลับมามองตัวเอง เจฟฟ์ อาร์ แดเนียล กูรูเรื่องงานในอเมริกาเตือนคำทำงานที่เปลี่ยนงานเพื่อจะจั๊มเงินเดือนมาว่า “บางครั้งคนเราก็คิดว่าตัวเองเก่งเกินความสามารถจริง” เขาบอกว่าหลายๆ คนทำงานความเก่งของเขาไม่ใช่ตัวเขาเองล้วนๆ แต่เป็นเพราะ “เขามีหัวหน้าที่เก่ง” หรือมี “ทีมงานที่เก่ง” “คนทำงานที่อาจจะโชคดีหรือโชคร้ายนี่ล่ะ ที่มีหัวหน้าเก่งกาจไปหมด แถมยังใจดูปกป้องทุกสิ่งให้ เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าเขาหลบอยู่ข้างหลังหัวหน้าคนนั้นมาตลอด พอมาถึงตอนที่หัวหน้าแยกวงไป เขาก็จะเคว้งคว้าง ตอนนี้ล่ะที่เขาต้องเลือกงานใหม่ เขาเลยจั๊มตัวเองให้สูงไปเลย ซึ่งอาจทำให้ร่วงลงมาได้ ถ้าไม่ประเมินการทำงานของตัวเองให้ดีก่อน” เจฟฟ์บอกว่าคนเรามีเหมือนกันที่โชคดีมีหัวหน้าคอยปาดทุกเรื่องให้ เขายืนอยู่ข้างหลังหัวหน้าคนนั้น แต่สายตากลับเข้าไปสวมเป็นหัวหน้า เวลาเขาเปลี่ยนงานเขาใช้สายตานี้ล่ะที่พาเขาไป ไม่ว่าจะเป็นการขอเงินเดือนให้มากกว่าที่เดิมมากๆ ขอตำแหน่งและอีกหลายสิ่งที่เขาคิดว่าเขาสมควรจะได้ เขาลืมมองไปว่า “เขาอาจไม่เก่งพอ” เพราะทุกครั้งที่ผ่านมา เรื่องยากๆ ที่ทำให้โปรไฟล์เขาดูดีน่ะ เป็นหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมทีมปาดให้ทั้งนั้น เจฟฟ์เลยมอบ 3 คำเตือนที่อยากให้ทุกคนที่กำลังจะเปลี่ยนงาน ถามตัวเองดังๆ ก่อนว่า… สุดท้ายถ้าเรายังคิดว่าเราสมควรได้รับอะไรที่เริ่ดกว่าเดิมมากจริงๆ ถ้าเราเก่งจริงลุยเลย แต่ถ้าไม่ใช่คิดเผื่อด้วยว่า เราจะได้รับความกดดันจากงานใหม่นั้นขนาดไหน เพราะถ้าพลาดเราอาจเสียความมั่นใจไปเลย อย่าลืมคิดด้วยว่าบางครั้งสิ่งที่มาเหนือความเก่งอีกอย่าง ก็คือเรื่องของบารมี พลัง ความมั่นใจ […]




Relationship

21 สัญญาณนี้บอกได้ว่า “คุณและเขาดีพกับถึงขั้นจิตวิญญาณ” เป็น Spiritual Connection ให้กันและกัน

Spiritual Connection

ถ้าคุณรู้สึกว่าอยู่ดีๆ ก็เหมือนถูกดูดเข้าไปในใครสักคน นั่นอาจจะเป็นเพราะคุณสองคนมี Spiritual Connection เชื่อมโยงกันทางจิตวิญญาณได้ หรืออาจเรียกว่าโซลเมท ระลึกชาติได้ คนแบบนี้จะทำให้มีดีพ คอนเน็คชั่น เชื่อมโยงอะไรที่ลึกซึ้งเข้าด้วยกัน 

และนี่คือ 21 สัญญาณให้คุณฟันธงได้ว่า “กำลังมี Spiritual connection” กับใครสักคนอยู่

  1. คุณมีความเคารพซึ่งกันและกัน

คือเคารพในสิ่งที่เขาเป็น ที่เขาบอก ฟังและเชื่อ และไม่ตัดสินเขา สิ่งนี้เป็นพื้นฐานที่ดีในการมี deep connection กับใคร คุณยินดีที่จะฟังเขาอย่างไม่รู้สึกอึดอัด ไม่แม้แต่จะขัดเขา เพราะคุณค่าต่อสิ่งต่างๆ ที่เขาบอกออกมา มีผลกับความคิดและความรู้สึกของคุณได้ 

จิตวิญญาณที่เชื่อมโยงกันมักจะชื่นชมในความแตกต่างกันเสมอ และจะมองว่าเป็นสิ่งลงตัวด้วยกัน และไม่ว่าอย่างไรจิตวิญญาณแบบนี้จะไม่ตัดสินกันและกัน จะเข้าใจว่าอีกคนต้องการอะไร เกิดเป็น bonding ที่สมานไปด้วยกันและเป็นความเข้ากันได้ที่ดีพ

แพชชั่นและความสนใจก็ไปด้วยกันได้ด้วยถึงแม้ว่าจะมีอะไรที่ต่างกัน รวมๆ ก็คือถ้าเจอใครที่สามารถแชร์เรื่องดีพๆ ได้ นั่นคือคุณไม่ต้องพยายามอะไรในเรื่องการเคารถกัน การซัพพอร์ตกัน และก็จะให้กำลังใจกันตลอดความสัมพันธ์นี้ได้เลย

  1. คนที่มีพลังจิตจะฟันธงให้คุณได้

ไม่ได้งมงายนะ แต่พลังแห่งความ deep connection ของคุณ คนที่สัมผัสกับพลังงานทางจิตจะรู้ได้เลยว่า คุณมีพลังงานเลเว่ลเดียวกัน ลองหาใครที่สัมผัสกับสิ่งนี้ได้และคุณไว้ใจ มาช่วยเช็คดูให้รู้กันไปเลยดูนะ และคนที่มีพลังจริงๆ เขาไม่ได้แค่บอกคุณว่า deep connection นี้เป็นยังไง แต่จะแนะนำทางเป็นไปได้สำหรับความรักของคุณเพิ่มได้ด้วย

  1. คุณรู้สึกสบายใจจริงๆ เมื่อเขาอยู่ตรงหน้า

เราอาจจะเคยเจอใครที่รู้สึกอึดอัดและไม่รู้จะพูดอะไรต่อ แต่คนที่มีspiritual connection จะเป็นทางตรงข้ามกันเลย ไม่ว่าสิ่งรอบตัวของคุณจะเป็นอะไร คุณก็จะรู้สึกสงบเมื่อมีเขาอยู่ข้างๆ พลังงานจากเขาเพียงพอจะทำให้คุณสงบลง ไม่กลัวอะไร ไม่ตื่นตระหนกใดๆ ได้ คุณจะรู้สึกสบายใจกับตัวเอง และกับการมีเขาเลยล่ะ

ที่สำคัญคือจะไม่ต้องมีการสร้างบทสนทนาเพื่อเอาใจกัน ไม่ต้องงัดอะไรมาโชว์กัน และพูดสิ่งที่คิดและรู้สึกจากใจจริงต่อกันได้ และยังไม่ต้องคอยหาข้ออ้างใดๆ ให้ตัวเอง เพราะจะรู้ว่าอีกคนจะเข้าใจแน่ๆ และก็ไม่เป็นไรถ้าจะนั่งเงียบๆ ไปด้วยกันด้วย “คุณจะไม่รู้สึกถูกบังคับให้ต้องพยายามพูดหรือทำอะไรเลย”

  1. คุณเหมือนถูกดูดเข้าหาเขาไปตามสัญชาติญาณ

ลองนึกดูนะว่าคุณเดินเข้ามาในห้องหนึ่ง สบตากับคนๆ หนึ่ง และรู้สึกเหมือนกับว่า “ได้เคยรู้จักเขามาก่อน” อาจฟังเหมือนซีรีย์เกาหลีไปนะ แต่สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงในชีวิตคุณได้แน่ ถ้าเขาเป็น Spiritual Connectionของคุณ

จะมีแรงดึงดูดบางอย่างที่เข้มข้น เมื่อคุณเจอใครที่มีความผูกพันกันเช่นนี้ คุณก็จะให้หัวใจและสัญชาติญาณนำสมองทันที แล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรด้วย สัญชาติญาณจะบอกคุณว่าลุยไปเลย ไม่มีสัญญาณเตือนจากความผุดรู้ใดๆ ของคุณ คุณจะไม่รู้สึกกลัว เหมือนประโยคที่บอกว่า “When you know, you know.” 

  1. คุณจะมีความจริงแท้เมื่ออยู่กับเขา

บางครั้งเราต้องใส่หน้ากากปะทะโลก แล้วเราอาจจะอยากให้โลกยอมรับความเป็นตัวเรา แต่คนที่เป็นspiritual connection ของเรา เราจะมีแต่งความ “จริงแท้” กับเขา ซื่อตรง หมดจด ไม่ปิดบัง เป็นเพราะความสบายใจและไว้ใจว่า ไม่ว่าเราจะเป็นยังไง เขาก็จะไม่ตัดสินเรา เมื่อได้เจอคนแบบนี้เราจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองที่สุด และยินดีที่จะเปิดเผยมันออกไป

  1. คุณจะทำทุกอย่างเพื่อกันและกัน

เมื่อคุณมีความดีพในขั้นจิตวิญญาณต่อกัน เขาจะก้าวออกมาทำอะไรให้คุณแบบไม่ลังเล เขาจะจัดหา ปกป้อง และช่วยคุณต่อสู้กับความสับสนภายใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก และคุณเองก็จะทำแบบนั้นกับเขา เขาอาจจะให้สัญชาติญาณความเป็นฮีโร่ของผู้ชายก็ได้นะ ซึ่งผู้ชายมีสิ่งนี้อยู่แล้ว แต่เขาจะรู้ว่าเขาทำให้คุณโดยสัญชาติญาณ หรืออยากให้คุณพอใจหรือเปล่า คุณเองก็จะรู้ได้ ลองกระตุกอินเนอร์นี้เล็กๆ ของเขาดู จะเห็นธรรมชาติของเขาออกมาได้เลย

Spiritual Connection
  1. คุยกันได้เรื่อยๆ ไม่ต้องหาเรื่องคุยให้อึดอัด

คุณอาจเคยเจอคนน่าเบื่อมากมายในโลก ที่ไม่รู้จะแชร์เรื่องอะไรกันดี แต่สำหรับคนที่เป็น spiritual connection สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้น เพราะไม่ว่าจะเรื่องอะไร คุณก็คุยกันได้หมด และไม่ว่าจะเงียบเฉยๆ ก็ยังเหมือนคุณได้คุยกันอยู่ดี ในการคุยกันคุณและเขาจะค้นพบความเป็นตัวเองขึ้น และต่อยอดกันและกันลึกซึ้งถึงขั้นจิตวิญญาณได้ ปัญญาของคุณก็เลเว่ลเดียวกัน คุยแล้วจะได้อะไรและสนุกด้วย

  1. ค่านิยม และศีลธรรมของคุณจะไปด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้คุณค่าต่อสิ่งไหนในโลก คนที่เป็น spiritual connection จะรู้สึกและคิดเหมือนๆ กัน เรียกว่ามีจุดมุ่งหมายในชีวิตเหมือนกันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่จะใช้ชีวิตกับใครบางคนทั้งชีวิต ชีวิตจะง่ายและปูทางไปสู่สิ่งที่คุณอยากไปให้ถึงเหมือนกัน แบบที่ไม่ต้องมาทะเลาะขัดแย้งกันเลย

  1. คุณบอกได้ทันทีถ้ามีอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้น

จะรู้สึกทันทีถ้าเขามีปัญหาในใจ แม้กระทั่งแค่เหนื่อยคุณก็รู้ได้ หรือเรื่องเล็กๆ ที่คุณอาจเคยคิดว่าคงไม่มีใครในโลกแคร์ แต่เขาที่มี spiritual connection แบบเดียวกับคุณจะแคร์แน่นอน การที่เราได้คอนเน็คท์กับใครที่ดีพเลเว่ลนี้ด้วยกัน ข้อดีคือจะได้ยินสัญญาณเตือนภัยจากอีกคนเสมอทันที แค่โมเมนท์ที่เห็นเขาเดินผ่านประตู คุณก็จะรู้แล้วล่ะว่าวันนี้เขาเจอเรื่องไม่ดีมา และก็จะรู้ด้วยว่าจะคอมฟอร์ทเขายังไง

  1. คุณซัพพอร์ตกันและกันแบบหมดจิตหมดใจ

คือถ้าชีวิตเป็นเกม พูดง่ายๆ คือคุณจะอยู่ข้างสนามเชียร์เขาหมดใจ คุณทั้งสองมีธรรมชาติอย่างหนึ่งคืออยากเห็นอีกคนประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะมีอะไรมาท้าทายคุณแค่ไหนก็ตาม คุณจะเมคชัวร์ว่าอีกคนจะต้องไม่เผชิญสิ่งนั้นตามลำพัง มันเลยเป็นเหตุผลว่าเมื่อเราเจอใครที่มีspiritual connection ด้วยแล้ว “ชีวิตจะเปลี่ยนไปทันที” 

แทนที่คุณจะกลัวกับปัญหาที่จะตามมา แต่คุณจะกลับมั่นใจว่า “มีใครบางคนระวังหลังให้คุณ” และถ้าคุณอยากให้เขาซัพพอร์ต ในความเป็นผู้ชายต้องบอกให้เขารู้ว่าคุณต้องการอะไร และถอยเพื่อให้เขาก้าวเข้ามาฟิลล์ความต้องการนั้นให้คุณ

  1. รู้สึกเหมือนกับว่า “รู้จักกันมานาน”

ถ้าคุณเจอใครใหม่แล้วรู้สึกว่าเขาช่างมีอะไรที่รู้สึกคุ้นเคยจัง เหมือนกับว่ารู้จักกันมาตั้งแต่เกิด มีความเหมือนกันทั้งความคิด ไอเดีย ความรู้สึก ที่คุณเองก็อธิบายไม่ได้ ถ้าในทางความเชื่อบางอย่าง อาจแปลได้ว่าคุณและเขามีกลิ่นของการระลึกชาติอยู่ หรือบางทีอาจเป็นคนที่คุณเคยเป็นเพื่อนในวัยเด็กมาก และจำกันไม่ได้ แล้วมาเจอกันอีกครั้ง 

ที่แน่ๆ คุณไม่สามารถหยุดคิดถึงเขาได้ และก็รักที่จะอยู่รอบๆ เขาเสมอด้วย

  1. ไว้ใจเขาหมดใจ โดยไม่ลังเลสักนิด

ความผุดรู้จะทำให้คุณรู้สึกว่าคุณมีบางอย่างที่ดีพและเข้าใจกันเสมอ เมื่อเราฟังความผุดรู้นี้ดีๆ ก็จะแทบไม่ต้องใช้ความคิด จะเป็นความรู้สึกแน่ชัด ไว้ใจ มี่ความลังเลสงสัย สัญชาติญาณจะบอกว่าไว้ใจเขาได้ และไม่สงสัยในการกระทำใดๆ ของเขา จะเข้าใจเหตุผลและรู้ว่าเขาปรารถนาดีต่อคุณ

Spiritual Connection
  1. คุณคุยกันได้ในความเงียบ

เวลาเราคุยกันได้ในความเงียบ ไม่ได้แปลว่าเรามีพลังจิตอะไรขนาดนั้นหรอกนะ แต่มันคือการคอนเน็คท์เชิงจิตวิญญาณมากกว่า คุณจะรู้ได้เลยว่าเขาจะถามอะไร พูดจบตรงไหน และแม้กระทั่งไม่ได้อยู่ด้วยกันตรงนั้น ก็จะรู้สึกถึงกันได้ เขาเองก็ไม่ได้ต้องการให้คุณต้องพูดออกมา แต่เขาจะรู้อารมณ์คุณ และรู้ว่าต้องทำยังไง 

Spiritual connection จะทำให้คุณคอมฟอร์ทกันและกัน โดยที่ไม่ต้องพยายามใดๆ

  1. เขาทำให้คุณเข้าใจตัวเองมากขึ้น

สิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนไม่ได้เจอคนที่ใช่ ก็คือเวลาที่คุณรู้สึกชีวิตมันว่างเปล่า เฉาข้างใน ไม่มีแพชชั่น และบางครั้งก็ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร แต่ถ้าคุณเจอคนที่มีspiritual connection เขาจะมาปลดล็อคข้างในให้คุณ ให้คุณยิ่งเข้าใจตัวตนของคุณมากยิ่งขึ้น และมีกำลังใจอยากลุกขึ้นมาทำอะไร ชีวิตจะกลับมามีความหมายสำหรับคุณ

  1. คุณจะตื่นรู้กับตัวเองมากขึ้น

เมื่อเราเจอคนที่เป็นspiritual connection เราจะรู้สึกถูกรัก รู้สึกว่าเขาเข้าใจ และสิ่งนี้ทำให้เราเปิดกว้างที่จะอยากเรียนรู้จักตัวเองมากขึ้น เขาจะทำให้คุณเห็นข้อผิดพลาด ความขัดแย้ง อะไรที่เป็นปมในใจของคุณ เขาจะโชว์หลายๆ สิ่งที่คุณอาจเคยไม่กล้ายอมรับกับตัวเอง

  1. ชีวิตเดินหน้าต่อไปได้สวยๆ

มีคนบางคนที่พอได้เจอ คุณจะรู้สึกนิ่ง และพอใจกับชีวิตตัวเอง ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ค่อยได้ทำอะไรกับชีวิตก็ตาม เขาจะให้กำลังใจให้คุณทำรูทีนชีวิตให้เป็นปกติ และถ้ามีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น เขาก็จะอยู่ตรงนั้น เขาจะแคร์คุณมากพอ แคร์ต่อความตื่นรู้ของคุณ ถ้าคุณรู้สึกชีวิตเริ่มติดขัด เขาก็จะอยู่ตรงหน้าช่วยเคลียร์ทางให้คุณ นั่นก็เพราะว่าเขาเข้าใจว่าคุณต้องเจอกับอไรมา

  1. คุณสองคนมองว่าเรื่องความสัมพันธ์ คือเรื่องที่ทำให้แต่ละคนโตขึ้น

เมื่อเจอคนที่คอนเน็คท์กันทางจิตวิญญาณแล้ว คุณจะรู้ได้เลยว่า “ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป” มีอะไรในอินเนอร์คุณที่เปลี่ยนไปแล้ว และสิ่งข้างในจะมาสร้างโลกข้างนอก เป็นการเปลี่ยนถ่ายพลังงานที่อาจไม่จำเป็นต้องโรแมนติค แต่เขาจะเป็นคนสำคัญมาให้คำแนะนำกับชีวิตคุณมากกว่า เหมือนกับว่าจุดมุ่งหมายลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ของคุณ ได้ถูกเปิดออก ความฝันที่คุณเคยลืมไปแล้วได้ถูกเปิดออกมานั่นล่ะ

ที่สำคัญคือคนๆ นี้ไม่เคยกลัวที่จะบอกความจริงกับคุณ เขาจะคอยไกด์คุณไปในทางที่ถูกที่ควรให้คุณได้เรียนรู้ต่อไปด้วย 

  1. คุณสองคนมีหนทางของจิตวิญญาณไปด้วยกัน

เป็นสัญญาณอีกอย่างเลยว่าคุณจะเริ่มสนใจอะไรทางจิตวิญญาณไปด้วยกัน จะเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ต้องมีการโน้มนำหรือควบคุม ข้างในคุณและเขาจะมีพลังงานบางอย่าง ที่เริ่มทำงานไปด้วยกัน และยินดีที่จะเดินไปสู่หนทางนี้ด้วยกัน 

  1. คุณจะมีชีวิตที่แยกจากกัน มีโลกของตัวเองกันได้แบบไม่มีปัญหาใดๆ

ถึงคุณจะเอนจอยที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกัน คนที่เป็นspiritual connection กันอย่างแท้จริง จะไม่รู้สึกว้าเหว่ถ้าไม่มีกันและกัน และจะคงมีชีวิตที่แยกจากกันได้ ซึ่งก็อาจเป็นเรื่องของ…

  • การทำงานกับตัวเอง: ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาชีพ อนาคต เวลาที่ได้ใช้ด้วยกัน สิ่งที่ต้องพึ่งพากัน คนแบบนี้จะทำให้คุณรู้สึกไม่ต้องกังวล ไม่ต้องทำให้ใครเป็นอะไร จะโฟกัสที่สิ่งที่คุณทำได้เต็มที่
  • รู้ขอบเขตของกันและกัน: สิ่งหนึ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ไปต่อไม่ได้ ก็คือการที่เอาเรื่องของอีกคนมาขึ้นอยู่กับชีวิตเรามากเกินไป และคิดแทนกันเกินไป หรือคิดเข้าตัวเกินไป เรียกว่าไม่มีขอบเขตกันและไม่เคารถกันเพียงพอ
  • สร้างบทบาทของกันและกันได้ลงตัว: คนที่มี spiritual connection จะรู้ว่าจะต้องทำอะไร และปล่อยให้อีกคนทำอะไร จะรู้ธรรมชาติกันและกันว่าแต่ละคนเด่นอะไร แล้วก็ไว้ใจกัน ไม่ก้าวก่ายกันด้วย
  1. คุณแน่ใจได้เลยว่า “จะไม่ลืมเขา”

ในชีวิตเราเจอคน 10,000-80,000 คน ก็จริง คนที่เราแน่ใจว่าจะไม่มีทางลืมเลย ก็คือคนที่เราได้แชร์spiritual connection ด้วยกัน ถึงความทรงจำอาจจะคลายลง แต่ความทรงจำในวิญญาณจะไม่มีวันจาง เราจะไม่ลืมเขา อาจเป็นใครก็ได้ในชีวิต เป็นเพื่อนรัก เมนเทอร์ รักแรก หรือคนที่ประทับใจ ว่าเขาจะเป็นใคร และเจอกันที่ไหน เขาคือคนที่คุณจะนึกถึงแล้วรู้สึกขอบคุณ

ถ้าคุณมีเขาอยุ่ใกล้ๆ ตอนนี้แล้ว เขานั่นล่ะคือคนที่คุณจะ “รุ้สึกชื่นชม ยินดีเสมอเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ”

  1. ชีวิตที่มีคุณและเขา ดีกว่าชีวิตที่ไม่มี

เมื่อคุณได้เจอกับคนที่มีspiritual connection มีความผูกพันบางอย่างที่ได้แชร์กันเกิดขึ้นแล้ว คุณได้คอนเน็คท์กับใครในเลเว่นที่ทรงพลัง และตื่นรู้ที่สุด และถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน คุณก็รุ้สึกนึกถึง และสงสัยเสมอว่าเขาทำอะไรอยู่

คุณและเขามีรูปแบบความผูกพันแบบ telepathic connection คือเมื่อคุณคิดถึงเขา เขาก็อาจกำลังคิดถึงคุณอยู่ คุณได้รับรู้ถึงพลังงานชีวิตใหม่ อาหารอร่อยขึ้น เพลงเพราะขึ้น คุณหัวเราะดังขึ้น โปรดัคทีฟขึ้น และรวมๆ คือ “คุณมีความสุขมากขึ้น” นั่นเอง

ยินดีด้วยนะถ้าคุณได้เจอเขาแล้ว คนที่เป็น Spiritual Connection ของคุณ

อ่านเรื่องราวอื่นๆ ได้ที่ CLEO Thailand และ FB > CLEO

More