ส่องไอเดียสุดล้ำ! เด็กไทยโชว์เจ๋ง คว้ารางวัล ASDA 2026 เปลี่ยนห้องน้ำให้เป็นสเปซสุดฮีลใจของคนทุกวัย

ถ้าพูดถึง “ห้องน้ำ” ในยุคนี้ บอกเลยว่าเป็นมากกว่าแค่สเปซสำหรับอาบน้ำแต่งตัว แต่มันคือมุมฮีลใจ เป็นพื้นที่เติมพลัง และเป็นสเปซที่ตอบโจทย์ความสุขของทุกคนในบ้าน! ล่าสุด American Standard แบรนด์สุขภัณฑ์ระดับโลก ได้ประกาศผลรางวัล American Standard Design Award (ASDA) 2026 ครั้งที่ 4 งานนี้เด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ส่งผลงานเข้าร่วมกว่า 500 ชิ้น ซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเลยทีเดียว

Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 กลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง!

Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 กลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง พร้อมรวมทุกเทรนด์ นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมความงามไว้ครบในงานเดียว พบกับกว่า 2,500 แบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ความงามสำเร็จรูป โรงงาน OEM/ODM วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และเทคโนโลยีการผลิตแบบครบวงจร ระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ งานสำคัญสำหรับเจ้าของแบรนด์ นักลงทุน ผู้ผลิต และผู้ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจความงาม ห้ามพลาด!

เสกผมสวยด้วยทรีตเมนต์แบบน้ำ บำรุงถึงบอนด์ผม แก้ผมพัน ให้นุ่มลื่น สางง่าย ใน 7 วิ

รู้นะว่า… ผมแห้ง ผมชี้ฟู ผมแตกปลาย ผมกระด้าง ทั้งจากสภาพแวดล้อม และการทำเคมี บทจะพังก็มาครบแบบผม(เสีย)ไม่ไหวแล้ว แต่จะแก้ก็ต้องหาวิธีที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพราะบางวันก็มีเวลาบำรุงผมแบบเต็มขั้น แต่บางวันก็อยากได้ตัวช่วยที่รวดเร็วและสบายผมมากขึ้น




Books

“ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว” หนังสือที่เราอยากให้ผู้นำประเทศทุกคนอ่าน!

ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว

ไม่มีใครรู้ภัยสงคราม ที่มาจากอีโก้ อำนาจ ความขัดแย้งได้ดีเท่าคนที่โดนพิษสงคราม เหมือนกับเด็กน้อยคนนี้ ซาดาโกะ เด็กหญิงชาวญี่ปุ่นที่โดนพิษรังสีนิวเคลียร์ถล่มฮิโรชิมาในวันนั้น

เด็กหญิงซาดาโกะ ซาซากิคือเด็กหญิงหนึ่งในผู้โชคดีที่รอดชีวิตมาจากระเบิดนิวเคลียร์ถล่มเมืองฮิโรชิมา ในประเทศญี่ปุ่นในปี 1945 วันนั้นเธออายุเพียง 2 ปี เธอได้เติบโตขึ้นมาเป็นเด็กน้อยที่ฝันอยากเป็นนักวิ่ง และในอีก 8 ปีถัดมา พิษของรังสีปรมาณูก็ได้พรากชีวิตของเธอไป ระเบิดเพียงลูกเดียวที่ทำลายคนในเมือง 200,000 คน ทำลายทั้งความฝัน ความหวัง และทุกสิ่งไปหมดสิ้น และทิ้งรอยแผลในใจสืบต่อมาให้แก่คนรุ่นหลัง ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก เราเลยคิดว่าผู้นำประเทศทุกคนควรอ่านเล่มนี้!!

ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว คือผลงานการเขียนของ อิลิเนอร์ เคอร์ (Eleanor Coerr) เธอคือนักเขียนที่หลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น และเรื่องของซาดาโกะ กับนกกระเรียนพันตัวได้จับใจของเธอ จนต้องหาทางตามหาข้อมูลต่างๆ เพื่อเขียนเป็นวรรณกรรมออกมาให้ได้ อิลิเนอร์เดินทางไปฮิโรชิม่า และรู้สึกช็อคกับการทำลายล้างด้วยระเบิดเพียงลูกเดียวครั้งนั้น และได้เห็นอนุสาวรีย์ที่รำลึกถึงเด็กหญิงซาดาโกะในสวนสันติภาพแห่งฮิโรชิมา อิลิเนอร์ตามหาหนังสือจดหมายข่าวที่ตีพิมพ์เรื่องของซาดาโกะ จนไปเจอกับจดหมายข่าวโคเคชิในห้องของมิสชันนารีอเมริกันที่อยู่ในฮิโรชิมา

อิลิเนอร์จึงได้แปลเป็นภาษาญี่ปุ่นและเขียนวรรณกรรมเรื่อง ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัวขึ้นมา เธอเขียนประหนึ่งเข้าไปอยู่ในหัวใจของซาดาโกะ อิลิเนอร์บอกว่า “มันเหมือนเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ฉันถูกหมายไว้ให้เป็นคนเขียนเรื่องของซาดาโกะ” และวรรณกรรมเล่มนี้เอง ที่ทำให้คนทั่วโลกตั้งใจร่วมกัน ว่าจะปกป้องชีวิตทุกชีวิตจากภัยของสงคราม  เมื่อเราได้ร้อยหัวใจเราเข้าไปกับหัวใจดวงน้อยอันบริสุทธิ์ ซาดาโกะ เธอมีความหวังว่าจะหายจากโรคร้าย นกกระเรียนคือสัญลักษณ์ของความหวัง ที่เธอเชื่อว่าถ้าพับได้ 1,000 ตัวเมื่อไหร่ เธอก็จะกลับไปมีชีวิตที่มีความสุขอีกครั้ง

ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว ประพันธ์ขึ้นจากชีวิตจริงของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ผู้มีชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ พ.. 2486 ถึง พ.. 2498

ซาดาโกะอาศัยอยู่ในเมืองฮิโรชิมา เมื่อกองทัพอากาศสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูลงในเมืองนี้เพื่อจะได้ยุติสงครามโลกครั้งที่สอง สิบปีต่อมาเธอก็เสียชีวิต เนื่องจากผลของกัมมันตรังสีจากลูกระเบิดดังกล่าว

ความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ทำให้ซาดาโกะเป็นวีรสตรีของเด็กในประเทศญี่ปุ่นนี่คือเรื่องราวของซาดาโกะ

 – บทเปิดเรื่องซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว

นอกจากเราจะได้เข้าใจหัวใจของเด็กหญิงผู้โดนพิษของสงครามแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังมีความจริงของสงครามให้เราต้องลองนึกภาพชีวิตของผู้คนเวลานั้น พวกเขาต้องเจอกับการทำลายล้างที่ไม่มีทางแม้แต่จะต่อสู้ใดๆ

“ผู้คนเสียชีวิตทันทีไปแล้ว 140,000 คน ที่เหลือรอดอยู่ 70,000 ผู้ที่เหลือรอดนั้น จริงๆ แล้วก็มิรู้ว่าจะเรียกว่าผู้รอดชีวิตได้อย่างเต็มปากเต็มคำหรือไม่ เพราะแต่ละร่างนั้นล้วนไม่สมประกอบ หลายคนเดินไปทั้งๆ ที่ตัวเป็นดินโคลนอาบฝังแน่นลงไปที่ผิว บางคนมีเนื้อหลุดตามส่วนต่างๆ เป็นชิ้นๆ ร่างพิกลพิการนั้นพยายามเดินไปอย่างช้าๆ บ้างก็ร้องขอน้ำกินแล้วล้มลงสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตากัน พวกเขาเดินกระย่องกระแย่งก้าวเท้าอย่างไม่มั่นคงและไร้เรี่ยวแรง แต่ตัวแข็งทื่อเหมือนซอมบี้ ใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาทะลักออกมา จมูกปากขาดวิ่ง ผิดรูปไปหมดดูน่าสยดสยองไม่ต่างจากใบหน้าของผี คนเกือบทั้งเมืองตกอยู่ในสภาพแบบนั้น” – ข้อความจากหนังสือ ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว

ซาดาโกะพับนกได้ทั้งหมด 644 ตัว เมื่อเธอเสียชีวิตเพื่อนในชั้นเรียนช่วยกันพักอีก 356 ตัว

“ฉันจะต้องหายป่วย” “แล้ววันหนึ่งฉันจะเป็นนักวิ่งลมกรด” คือเสียงในหัวใจของซาดาโกะ เมื่อเธอได้จับนกกระเรียนสีทอง “เธอไม่เคยอุทธรณ์ต่อความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเป็นพักๆ เกือบตลอดเวลา ความเจ็บปวดที่หนักหน่วงขึ้นขยายลึกลงไปในใจ เธอกำลังหวั่นกลัวความตาย เธอต้องต่อสู้กับความกลัวนี้ไปพร้อมๆ กับต่อสู้กับโรคร้าย นกกระเรียนสีทองช่วยเธอ มันเตือนให้เธอมีความหวังอยู่เสมอ”

เรื่องของซาดาโกะกับนกกระเรียน ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นงานประติมากรรมเพื่อรำลึกถึงชีวิตของเธอ ที่ถูกค่าไปจากระเบิด “Little Boy” เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 1945 และผลของกัมมันตภาพรังสีที่ตามมา ทำให้ซาดาโกะเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในอีก 10 ปีต่อมา การก่อสร้างนี้สร้างขึ้นจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนของซาดาโกะ

** ข้อความในเนื้อหานี้ได้มาจาก หนังสือเรื่อง ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว  (Sadako and The Thousand Paper Cranes) วรรณกรรมเพื่อเพรียกหาสันติภาพ เขียนโดย อีลิเนอร์ เคอร์ แปลโดย ถิรนันท์ อนวัชฯ

More

[ajax_load_more posts_per_page='6']