โรงแรมดีไซน์ล้ำ อาร์ตพีซและพระอาทิตย์ตกสวยจนลืมทุกสิ่ง The Standard พัทยา

เป็นโรงแรมที่รวบจบครบทุกสิ่งที่เราต้องการ ทะเลสวย อาหารอร่อยมาก ดีไซน์สวยล้ำ นอนสบาย อยู่แล้วไม่ต้องไปไหน ที่นี่เลย The Standard Pattaya นาจอมเทียน

ภาพวาดกลางสวนกุหลาบ ใน Bangkok Design Week 2026และกิจกรรม Plein Air Painting “เสน่ห์ของปากคลองตลาด”

FARM to TABLE X WoodyWind ภาพวาดกลางสวนกุหลาบ ที่ผลิบานในเทศกาล Bangkok Design Week 2026 และกิจกรรม Plein Air Painting “เสน่ห์ของปากคลองตลาด” ชวนให้ผู้คนต่างหลงใหลและหยุดชม PAK KHLONG TALAD, Bangkok Design Week 2026 เมื่อ “ปากคลองตลาด” ได้กลายเป็นศูนย์กลางแรงบันดาลใจด้านการออกแบบ–ศิลปะ ที่ซ่อนเสน่ห์และเรื่องราวในแง่มุมต่างๆ ไว้มากมาย ในครั้งนี้จึงเกิดการร่วมมือกันของร้าน FARM to TABLE Hideout ร้านไอศกรีมเจลาโต้ที่ซ่อนตัวอยู่ในอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่อายุกว่าร้อยปี สมัยรัชกาลที่ 5 และ คุณวราวุฒิ แก้วเจริญ หรือ คุณ WoodyWind (วู้ดดี้วิน) จิตรกรวาดภาพแนวอิมเพรสชันนิสม์ ผู้ซึ่งมีความตั้งใจ จะวาดภาพ Art in the park สวนสาธารณะของเมืองต่างๆ ไปทั่วโลก ครั้งนี้ได้รับเชิญให้วาดภาพและจัดแสดง Mini […]

CLEO’S BIGGEST HOROSCOPE 2026 : ราศีธนู

ดวงคลีโอ 2026 ดวงชะตาของชาวธนู ที่เปิดทางสู่โอกาส การเดินทาง และการเติบโต
ติดตามได้ใน CLEO’s Biggest Horoscope 2026




Music

เบล สุพล กับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และเพลงใหม่ในรอบสองปี

เบล สุพล

ถ้าให้พูดถึง “เบล สุพล” เมื่อไหร่ เสียงร้องเพลงที่นุ่มลึกของเขาจะก้องขึ้นมาในหูของเราทันที ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เบลทำผลงานเพลงให้เราได้ฟังและจดจำได้มากมาย และยังคงเป็นเพลงในตำนานจนถึงตอนนี้ ใช้เวลาหลายปีในการบ่มเพาะความสามารถ และประสบการณ์ของตัวเอง และเติบโตขึ้นเป็นศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคนอย่างรวดเร็ว จนผันตัวไปทำเบื้องหลังและห่างหายไปจากการทำเพลงถึงสองปี ตอนนี้เขากลับมาทำเพลงอีกครั้ง ซึ่งเป็นเพลงที่ถ่ายทอดจากความรู้สึกของเขาล้วนๆ เบลเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จัก “ความเป็นตัวเอง” มากขึ้น ลองมาฟังเรื่องราวของเบลกันนะ

เบลเป็นคนที่ไม่นิยามความเป็นตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว เขาคือผู้ชายที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและสัจจธรรมของความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง ตลอดเวลาที่เบลเติบโต เบลพยายามหาความรู้สึกและความต้องการของตัวเองที่แท้จริง ความรู้สึกที่กลั่นออกมาจากการตัดสินใจของเขาเพียงคนเดียว โดยไม่ผ่านมุมมองของคนอื่น และเขายังค้นหาความรู้สึกนั้นอยู่จนทุกวันนี้ เขาบอกว่า สิ่งที่ยากที่สุดในการใช้ชีวิต คือการรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเราเอง และวิธีการที่เราสามารถทำได้ นั่นคือ “การซื่อสัตย์กับความรู้สึก”

เบล สุพล

ซื่อสัตย์กับความรู้สึกมากขึ้น

“ตอนเด็กๆ เราอาจจะคิดว่าเราเข้าใจตัวเอง เรารู้จักตัวเอง แต่ความจริงคือไม่ใช่เลย ตอนนั้นเรายังไม่ได้เห็นตัวเองจริงๆ มันอาจจะมีความอยากที่จะเป็นบางอย่าง หรืออยากให้คนมองเรายังไง จนทำให้ความเป็นเรามันผสมกันไปหมด แต่จริงๆ แล้วตัวเราเองเป็นยังไง ความรู้สึกของเราที่แท้จริงโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะมองเรายังไง สิ่งที่เรารู้สึกหรือต้องการจริงๆ คนอื่นจะชอบหรือไม่ชอบ พอเราโตขึ้นเราก็พยายามจะหาสิ่งนี้และทำความเข้าใจตัวเองมากขึ้น”

พูดถึงเรื่องความสุข เบลบอกว่า “สิ่งที่ทำให้เรามีความสุข คือการที่เราไม่ต้องคิดอะไร” ความว่างเปล่าทางความคิดคือความสุขทางจิตใจที่แท้จริง ไม่ต้องมีอะไรให้กังวล ไม่มีอะไรให้เครียด นี่แหละคือความสุข ซึ่งส่งผลต่อการทำงานด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น การจะทำงานให้ออกมาดี ก็ต้องทำออกมาผ่านความรู้สึกที่สนุกไปกับมัน เบลจะคอยหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อทำให้การทำงานของเขาสนุกและมีสีสันมากขึ้น เพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเอง

“เท่าไหร่ก็ไม่พอ” เพลงใหม่ในรอบสองปีของ เบล สุพล

“เท่าไหร่ก็ไม่พอ” คือเพลงใหม่ของเบลหลังจากห่างหายจากการทำเพลงไปสองปี เบลบอกว่า เขารอจังหวะที่ดีที่สุดในการปล่อยเพลง เพื่อรวบรวมอารมณ์และความรู้สึกในตอนนั้นให้ได้มากที่สุด เบลเล่าว่า “มันเกี่ยวความรู้สึกในช่วงเวลานั้น ที่เรารู้สึกว่ากำลังซัฟเฟอร์กับความรู้สึกอะไรบางอย่าง เดินก็เดินไปไม่ถึง จะฝืนทนเดินต่อไปก็อึดอัด แต่พอจะเดินออกมาก็ไม่ง่าย เพราะรักและผูกพันกับสิ่งนั้น เลยกลายเป็นความอึดอัด ทรมานที่รู้สึกว่าเราอยากจะเล่ามันออกมา เพราะมันก็เป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างใหญ่ เลยอยากเอาความรู้สึกตรงนี้มาทำเพลง”

เป็นความรู้สึกที่ ถ้าใครอยู่ในสภาวะที่ไปไม่ถึง แต่เดินออกมาก็ยาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามในชีวิต คนที่อยู่ในสภาวะแบบนั้นน่าจะเข้าใจเพลงนี้ได้เป็นอย่างดี 

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเป็นศิลปิน

เบลบอกว่า ตั้งแต่ได้มาเป็นศิลปิน การทำงานในฐานะศิลปินคือการสร้างสรรค์งานผ่านศิลปะรูปแบบไหนก็ตาม โดยเฉพาะรูปแบบของเพลง รวมไปถึงภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง มันก็คือการสื่อสารความรู้สึกออกมาผ่านสิ่งเหล่านั้น การเรียนรู้ที่เบลได้จากการเป็นศิลปินไม่ใช่สิ่งที่จับต้องได้ แต่เป็นการได้รู้จักตัวเองในทุกๆ วัน 

เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้นไปเรื่อยๆ จากการทำเพลงของเราเอง ในวันที่เราอายุน้อยกว่านี้ เราอาจจะคิดว่าเรารู้แล้วล่ะ ว่าเราคือใคร มันจะมีความอยากให้คนเห็นว่าเราเป็นยังไงผสมอยู่เข้ามาด้วย มันยังไม่ใช่ความรู้สึกของเราที่แท้จริง เราแค่กังวลกับความคิดคนอื่น แต่พอโตขึ้นเรารู้สึกว่า เวลาที่เราทำเพลง มันออกมาจากตัวตน ความรู้สึก มาจากประสบการณ์ชีวิตเรา ทำให้เราต้องสำรวจตัวเอง สำรวจความรู้สึกตัวเองแทยจะตลอดทาง ทำให้เราตกตะกอนมากขึ้นว่าจริงๆ แล้วเรารู้สึกแบบนี้ จริงๆ แล้วถ้าตัดความคิดที่ว่าคนอื่นจะมองเรายังไง หรือเราจะเป็นที่รักของคนอื่นไหมออกไป เรารู้สึกยังไงกันแน่ ความต้องการของเราจริงๆ คืออะไร 

อ่านเรื่องราวอื่น ๆ ได้ที่ CLEO Thailand และ FB > CLEO

More

[ajax_load_more posts_per_page='6']