พระเอกจะเป็นของใครก็ได้ แต่ พระรอง ควรตกเป็นของฉัน!

ดูซีรี่ส์เกาหลีทีไร ถ้าไม่ใช่เพราะถูกใจเรื่องสนุกๆ ก็ต้องเล็งพระเอก นางเอก เอาไว้ก่อนที่มักจะเป็นตัวดึงดูดคนดูอยู่แล้ว แต่ พระรอง นี่สิ โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ดันดึงดูดเราเฉย สายตาน่าสงสาร ทำดีแล้วทำดีอีกก็โดนเท มาช้าก็ไม่ถูกเลือก มาผิดจังหวะก็ไม่ถูกเลือก ทำให้เกิด #ทีมพระรอง ขึ้นมา เป็นที่มาของลิสต์นี้ว่าทำไมเขาถึงได้ใจเราไปเต็มๆ

คริสซี่ กฤษณ์สิรี สาวผู้เป็นนักฝัน นักรัก และนักท่องเที่ยว “เพราะคนเราสามารถฝันได้แบบไม่รู้จบ”

“เราไม่อยากคิดว่าสิ่งที่เราฝันมันเป็นไปไม่ได้ ทุกคนสามารถฝันและทำมันได้” คริสซี่ กฤษณ์สิรี หลาย ๆ คนอาจจะเคยคุ้นหน้าชื่อของเธอคนนี้ในฐานะดาราสาวแสนสวยที่พกรอยยิ้มและความมั่นใจออกมาอยู่ตลอดเวลา จนอาจจะติดภาพจำว่าเธอนั้นเป็น “ดารานักแสดง” ไปแล้ว แต่พอเราได้นั่งพูดคุยกับเธอ เรารู้เลยว่าคริสซี่คือสาวน้อยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความฝัน ความรัก และพลังบวก วันนี้เลยอยากจะพาให้ทุกคนได้รู้จักเธอในฐานะ “ผู้หญิงธรรมดา” มีความชอบและแพชชั่นในแบบของตัวเธอเอง พอเราได้มานั่งพูดคุยกับเธอ ก็เลยรู้ว่าคริสซี่เป็นคนชอบเที่ยว ไม่ชอบอยู่กับที่ ถ้ามีเวลาว่างเธอก็มักจะออกไปเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ และหนึ่งในนั้นจะขาดการออกไปดำน้ำไม่ได้ การดำน้ำเหมือนโลกส่วนตัวอีกใบที่ทำให้เธอค้นพบตัวเองตลอดเวลา อีกหนึ่งกิจกรรมที่คริสซี่ได้ลองทำนั่นก็คือการดำน้ำ เธอทำมาเป็นเวลา 6-7 ปีมาแล้ว จะเรียกว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งชีวิตเธอไปแล้วก็ได้ “ซี่เป็นคนที่ชอบทะเล ชอบดำน้ำดูปะการังตั้งแต่เด็ก” พอโตขึ้นเธอก็เริ่มจากการ free diving โดยเริ่มเรียนจาก ทอมมี่ (Tommy Freediver Thailand) หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Suntan Tour เธอเลยเริ่มเรียนจากตรงนั้น โดยเฉพาะ free dive และดูเหมือนเธอก็เริ่มหลงรักการดำน้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับการสนับสนุนจากแฟนของเธอเองที่ให้ลอง scuba diving ดู ก็ยิ่งทำให้เธอรักการดำน้ำเข้าไปใหญ่  “แค่นั่งฟังเสียงคลื่นก็แฮปปี้มากแล้ว” […]

11 เพลงฟังตอนฝนตก ฟังไปเหม่อคิดถึงใครไปนะ

วันก่อนนั่งมองฝนอยู่คนเดียว แล้วนึกเลยว่าน่าจะดีถ้ามีเพลงอะไรเข้ากับฝนตอนนี้ เลยฝากปิงปิง กูรู Playlists ของเราช่วยจัดเพลงเกี่ยวกับฝนมาให้หน่อย รวบตึงมาให้เลยนะ เก่า ใหม่ ยังไงก็เพราะทุกเพลง! B.J. Thomas “Rain Drops Keep Fallin’ On My Head” Israel Kamakawiwo’ole “Somewhere Over the Rainbow_What A Wonderful World” Ray Conniff “Laughter In The Rain” The Carpenters “Rainy Days And Mondays” Albert Hammond “It Never Rains in Southern California” James Taylor “Fire and Rain” Lauv “Paris […]

ดวงรายอาทิตย์ ฉบับสาวคลีโอ วันที่ 27 กันยายน – 2 ตุลาคม 2564

โดย หมออ้อน Miracle Love By Oon มีงานใหม่เข้ามาแบบปุบปับ หรือต้องเปลี่ยนลักษณะงาน จะได้รับหน้าที่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ชีวิตดูไฮเปอร์มีเรื่องต้องทำอยู่ตลอดเวลา ใจร้อนขึ้น งานติดต่อต้องใช้ความอดทนสูง เจอปัญหาจุกจิก มีโอกาสลงทุนธุรกิจออนไลน์ การเงิน กดสั่งของซื้อของหมดเงินแบบไม่รู้ตัว เสียเงินกับของทันสมัยไอเท็มใหม่ๆ ความรักคนโสด เข้ามาคุยแบบงงๆ เป็นความสัมพันธ์ลักปิดลักเปิด คบซ้อน คู่รักอาจมีหึงหวง ระแวง อยู่ในช่วงตัดสินใจความสัมพันธ์ สุขภาพ ออฟซินโดรมและมีปัญหาทางเดินหายใจ อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า กลายเป็นคนขี้เกียจไม่อยากทำอะไร การงานทำงานแบบเหนื่อยๆ เพลียๆ มีงานใหม่เข้ามา หรือได้งานใหม่ ปรับตำแหน่ง มีความคิดอยากเปิดบริษัททำธุรกิจเล็กๆ ได้บริวารเพิ่ม แต่ลูกน้องทำงานช้า การเงิน หมดเงินไปกับครอบครัว กิจกรรมในบ้าน มีแพลนอยากซื้อบ้าน คอนโด ความรัก คนโสด ความสัมพันธ์พัฒนาช้า ต้องรอคำตอบคู่รัก แพลนทุกอย่างที่วางไว้ทั้งเรื่องแต่งงาน ทุกอย่างยังชะลอ หรือต้องคอยจัดการทุกอย่างแทนคนรัก สุขภาพ นอนน้อย  อยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องได้งานใหม่ และเจ้านายใหม่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี หรือได้โยกย้ายภายในองค์กร มีแพลนเรียนต่อ ผู้ใหญ่ช่วยเหลือสนับสนุน การเงิน มีเสียเงินเรื่องซ่อมแซม ซื้อของจุกจิก การค้า การติดต่อระวังถูกโกง ความรักคนโสด บางครั้ง ก็รู้สึกอยากอยู่คนเดียวมากกว่า หรือที่คุยกันมานานก็ยังไม่มีความสัมพันธ์อะไรที่บ่งบอกถึงอนาคตได้  อาจอยู่แบบไม่เปิดเผย ผู้ใหญ่ไม่ยอมรับ คู่รัก อยู่กันมานานกลายเป็นความเคยชิน เรียบง่าย สุขภาพ ผ่าตัดเล็ก ปวดเมื่อย ปัญหากระดูก มีความกังวลหลายอย่าง สับสนครุ่นคิด กลายเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ การงานมีกระแสภายใน ยุบฝ่ายปรับเปลี่ยนโยกย้าย หรือถูกย้าย งานเก่ายังค้างคาทำงานเกินเวลา อยากเปลี่ยนงาน อยากไปต่างประเทศ ถูกเม้าท์ ถูกนินทา การเงิน มีรถเสีย เสียเงินซ่อมแซม หรือคิดจะเปลี่ยนรถ มีแพลนเดินทาง ความรักคนโสด เกิดความไม่มั่นใจ ปัญหาเก่าคาราคาซัง คู่รัก จ้องจับผิดเรื่องเก่าๆยังทะเลาะกันไม่จบ สุขภาพ ความจำสั้น มีปัญหาเรื่องปวดขา หรือกล้ามเนื้ออักเสบปัญหาทรวงอกและปอด อดทนทำต่อไปนะ ถึงแม้จะเบื่อมาก ถูกมอบหมายหน้าที่แบบปฎิเสธไม่ได้ ความคิดไม่ค่อยตรงกับเจ้านาย ถูกเอาเปรียบมีการแข่งขันสูงสมัครงานใหม่ยังไม่ได้งานที่ถูกใจ ทั้งเรื่องเงินและเนื้องาน การเงิน มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ มีคนช่วยใช้เงิน หรือต้องเอาเงินแก้ปัญหาเฉพาะหน้ารายได้การทำยอดไม่ได้ตามเป้า ความรัก คนโสดอยากได้ต้องอดทน ชีวิตรักไม่ใช่เรื่องง่าย มีคู่แข่งมีคนขัดขวาง เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน คู่รัก ทะเลาะกันบ่อยเกิดความอยากเอาชนะกัน สุขภาพ อาจเป็นโรคกรดไหลย้อน ปัญหาทุกอย่างขึ้นอยู่กับจิตใจของตัวเอง ช่วงไหนที่มีอารมณ์อ่อนไหว ก็จะเกิดปัญหามาก การงานต้องคอยบิ๊วตัวเอง ปรับอารมณ์ตัวเองให้คงที่ ให้อยากทำงานไว้ มีแพลนลงทุน หรือหางานใหม่ จะได้งานที่ถูกใจและเงินดี ทำงานกับเพศตรงข้ามราบรื่น มีโชคลาภ ธุรกิจของสวยงามทำรายได้ดี ความรักคนโสดมีคนเข้ามาให้เลือกให้ตัดสินใจทั้งโสด และไม่โสดหรือได้พัฒนาความสัมพันธ์กับคนที่ชอบคู่รักความรักราบรื่น ดูแลกันดี สุขภาพ อาจมีปัญหาผิวพรรณและภูมิแพ้ มีแพลนอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือไปทำงาน ได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต่างชาติหรือเป็นธุรกิจนำเข้าส่งออกมีเกณฑ์ได้เจ้านายใหม่ได้รับมอบหมายโปรเจ็คท์ใหญ่ให้ทำอย่างต่อเนื่อง การเงินเสียเงินกับของแพง การท่องเที่ยวหรือการลงทุนโปรเจ็คท์ใหม่ ความรักคนโสด เหมาะกับคุยกับคนอายุมากกว่า หรือต่างชาติต่างภาษาคู่รัก เราต้องเป็นฝ่ายพยายามและยอมรับ ต้องอดทน สุขภาพอาจมีปวดหลัง ดวงรายอาทิตย์ ฉบับสาวคลีโอ วันที่ 20 – 26 กันยายน 2564 ทำไมแฟนเก่าถึงไม่ปล่อยคุณไป หรือเป็นเพราะราศีของเขา?




Relationship

แค่รักกันพอมั้ย? ในวันที่ต้องย้ายประเทศตามความรัก



วันนี้อยากมาพูดในเรื่องที่ใกล้ตัวและถูกถามอยู่บ่อยๆว่า แฮปปี้ดีมั้ยที่ได้ย้ายมาอยู่กับคนรักที่อังกฤษ ซึ่งส่วนใหญ่เราก็จะตอบไปแบบกลางๆว่า “ก็ดีนะ” ที่ต้องตอบแบบนี้เพราะ ในความชื่นมื่นโลกสดใส มันก็มีพาร์ทหม่นๆที่น้อยคนจะได้เห็น และเราไม่ได้แชร์ในโลกโซเชียลมีเดียซักเท่าไหร่ แต่คิดว่ามันเป็นพาร์ทที่ควรจะถูกบอกเล่าบ้างเหมือนกัน เพื่อให้เข้าใจอีกมุมของความรักที่มันเรียลขึ้น
 
สำหรับเรา การย้ายตามความรัก ไม่ว่าจะย้ายประเทศ ย้ายจังหวัด ย้ายจากบ้านตัวเองไปบ้านแฟน จะย้ายรูปแบบไหนมันมีความยากและท้าทายทั้งหมด และต้องใช้สิ่งละอันพันละน้อยอื่นๆเข้าช่วยเพื่อให้ความรักยังคงหอมหวานไปได้ทุกวัน เรื่องพวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้มีใครมานั่งเล่ากันตรงๆ เพราะบางครั้งก็เปราะบางมากและค่อนข้างส่วนตัว เราเลยอยากมาสรุปง่ายๆให้เข้าใจถึงความเป็นไปได้ว่าทำไม..

แค่รักกันมันก็พอแล้ว แต่ในบางวันก็ยังไม่พอ!

ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า ความยากง่ายในการย้ายและปรับตัว หลักๆขึ้นอยู่กับพื้นฐานของแต่ละคนด้วยนะ อย่างเราที่โตมาแบบเด็กต่างจังหวัด มาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด และไม่ค่อยยึดติดอะไรมากมาย เราเลยรู้สึกโยกย้ายได้ง่ายหน่อย ไม่ได้ใจหายเท่าไหร่เมื่อต้องคิดว่าจะย้ายประเทศ อีกอย่างคือ เราวางแผนกับตัวเองมาพอสมควร ว่าชีวิตที่อังกฤษจะต้องพึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุด มีชีวิตเป็นของตัวเอง สังคมของตัวเอง และความสุขเป็นของตัวเอง เพื่อให้ความรักระหว่างเรามันคือความรักและอาทรต่อกันจริงๆ ไม่มีฝ่ายไหนรู้สึกติดค้างอะไรต่อกัน
 
ฟังดูง่ายนะ แต่ปีที่แล้วดันเป็นปียากมากๆเพราะต้องติดอยู่ในล็อคดาวน์กับแฟนทุกวัน 24 ชั่วโมง เป็นเวลาปีครึ่ง ทำงานที่บ้านกันทั้งคู่ ชีวิตนักศึกษาปริญญาเอกของเราก็ไม่ได้ง่าย ขึ้นสุดลงสุด ช่วงไหนดิ่งก็แทบจะนอนมองเพดานหายใจทิ้งไปเลย และมีบางวันที่เหงาสุดใจ จนต้องถามตัวเองว่า ทำไมเราไม่แฮปปี้อย่างที่ควรจะเป็น อุตส่าห์ได้มาอยู่ด้วยกันแล้ว จุดนี้เองที่ได้มีโอกาสไปคุยกับนักจิตวิทยาและบ่นให้เค้าฟัง ประโยคแรกๆที่นักจิตบอกกับเราก็คือ “ช่วงเปลี่ยนผ่านยากเสมอ” เพราะเราต้องกระเทาะตัวตนเก่าเพื่อให้มันพอดีกับตัวตนใหม่ในสังคมใหม่ มันคือทางเลือกที่เราเลือก เป็นการตัดสินใจที่หนักและมีเดิมพัน กระบวนการนี้มันก็เลยมีทั้งความตื่นเต้น ท้าทาย อิ่มเอมใจ เศร้า และเหงา ปะปนกันไปแล้วแต่วัน ยิ่งในฐานะเป็นฝ่ายที่ย้ายมา ย่อมต้องเสียสละอะไรบางอย่าง เช่น ลาออกจากงาน จากบ้านจากเพื่อน เปลี่ยนอาชีพ ไปอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย พอหมดช่วงฮันนีมูนไปแล้ว หลายคนเลยหงอยมาก แต่จะโทรเม้ากับเพื่อนที่ไทย ไทม์โซนก็ไม่เอื้ออำนวย ความเหงาก็เลยยิ่งรุมสุมเข้าไปใหญ่ จนลืมไปเลยว่า เอ้อ ชั้นมาเพื่อความรักนะ
 
แล้วจะต้องทำยังไงต่อ ถ้าแค่รักกันดูเหมือนจะไม่พอ เราคงบอกได้จากประสบการณ์ตัวเองว่า ในการย้ายไปไหนก็ตามเพื่อความรัก ต้องพยายามวางตัวเองอยู่บนพื้นฐานความจริงให้มากที่สุด วิ่งในทุ่งลาเวนเดอร์ได้ แต่ต้องดึงตัวกลับมาเจอกับความจริงว่า มันจะมีบางวันที่เราอยากออกไปใช้ชีวิตเหมือนเมื่อก่อน ไปกินส้มตำกับเพื่อน เม้ามอยดารา แต่ทำไม่ได้ มีวันที่ปรับตัวยาก หรือเจอ culture shock ที่ไม่ชิน รวมไปถึงประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกแปลกแยกในต่างแดน จังหวะนี้รักแค่ไหนก็ไม่ไหว ก็ต้องมีตัวช่วยอื่นๆที่มายึดเหนี่ยวและผลักดันให้ความสัมพันธ์มันไปต่อได้ และเรามองว่า สิ่งเหล่านี้ เผลอๆสำคัญมากพอๆกับความรักเลยนะ …

1 ตัดสินใจแล้วก็ต้องเปิดใจ

มีหลายคนที่เมื่อคิดจะย้ายไปอยู่ที่ใหม่ โฟกัสแค่ความรักและคนรัก แต่ลืมสิ่งแวดล้อมที่ต้องไปอยู่ สังคมที่ต้องไปปรับตัวเข้าหา และความแตกต่างที่อาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ต้องนึกตามว่า ก่อนจะย้ายไป เราอาจจะรู้จักแฟนแค่ไม่กี่ด้านในชีวิตของเค้า แต่การอยู่ด้วยกันในที่ของเค้า เราจะได้เจอตัวตนที่แท้จริงในหลายๆด้านที่อาจจะชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง สำคัญที่สุดคือ ต้องเปิดใจมากๆ และไปแบบพร้อมซึมซับและเข้าใจในสิ่งแวดล้อมที่จะไปอยู่ แล้วปรับตัวเข้าหา มันฟังดูไม่ค่อยแฟร์ที่เราต้องปรับตัวอยู่ฝ่ายเดียว แต่เราเชื่อว่า ถ้าคนๆนั้นรักเรา เค้าจะช่วยเหลือเอื้ออาทรให้เราผ่านช่วงปรับตัวไปได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ปล่อยทิ้งให้เคว้งคว้าง หรือไม่ support จิตใจเวลาเรารู้สึกเหงาหรือไม่ fit in

.

2 คุยกันให้เคลียร์ก่อนย้าย

เราพบว่า การตกลงและคุยกันให้ชัดเจนเรื่องบทบาทของแต่ละคน ‘ในบ้าน’ สำคัญมาก สมมติว่าจะต้องย้ายไปอยู่กับแฟนและครอบครัว ทางนั้นคาดหวังกับเราแค่ไหน และเรามีกฎการใช้ชีวิตตัวเองแบบไหน หาจุดตรงกลางให้เจอ เพราะถ้าไม่เคลียร์แต่แรก จะเกิดความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขึ้นได้ทีหลัง และหลายคนยอมอยู่แบบไม่สบายใจไปเรื่อยๆ สุดท้ายการย้ายก็เลยไปมีผลกับความสัมพันธ์ ทั้งกับแฟนและกับครอบครัวแฟน หรือถ้าจะย้ายไปอยู่กันสองคน แชร์กันก่อนให้เยอะๆว่าความคาดหวังแต่ละคนคืออะไร ชั้นทำกับข้าวไม่เป็นนะ เธอโอเคมั้ย หรือเธอดูแลเรื่องซ่อมบำรุงในบ้านได้มั้ย เดี๋ยวชั้นจัดการเรื่องอื่นให้เอง ส่วนกรณีย้ายประเทศ จะมีความยากตรงภาษา วัฒนธรรม และขนบบางอย่างที่เราอาจจะต้องไปทำหรือฝึกปฏิบัติ ต้องคุยกันให้เยอะ และคุยแบบเปิดใจ ไม่ใช่รักๆกันไปก่อนเดี๋ยวไปคุยทีหลัง มันก็ทำได้แหละ แค่บางเรื่องมันใหญ่เกินกว่าจะไปรับมือเมื่อสายก็แค่นั้น

.

3 ปรับตัวแบบที่ยังคงเป็นตัวเองอยู่

เคยคุยกับหลายคนที่ย้ายประเทศตามความรัก บทบาทและตัวตนของเราที่เคยมีในประเทศตัวเอง อาจจะไม่มีแล้ว และหลายคนต้องผชิญกับความรู้สึกไม่มีคุณค่าเหมือนที่เคยมี ข้อนี้พูดกันตรงๆว่า ไม่ใช่แค่ผู้หญิงย้ายประเทศ แต่ผู้หญิงที่เปลี่ยนบทบาทจากผู้หญิงทำงานมาเป็นแม่บ้าน หรือต้องเป็นแม่ที่ดูแลลูกเป็นหลัก ก็รู้สึกไม่แพ้กัน เรามองว่า สิ่งสำคัญที่จะทำให้ยังคงพอใจในตัวตนของตัวเองอยู่เสมอ คือ ต้องเซฟความเป็นตัวเองเก็บไว้ อย่าทิ้งมันไปจนหมด อะไรที่เคยทำแล้วรู้สึกมีค่า ขอให้ทำ อะไรที่เคยรู้สึกภูมิใจ อย่าเลิกมันไปทั้งหมด ต่อให้ทำได้แค่ 10% ก็ยังดีกว่ายอมละทิ้งไปเลย จนรู้สึกสูญเสียตัวตน สูญเสียพลังดีๆที่เอาไว้ใช้กอบกู้จิตใจได้ในวันที่รู้สึกไม่เป็นตัวเอง

.

4 เอนจอยความแตกต่าง  

เวลาที่เราเริ่มเนือย เบื่อจะไปเจอสังคมที่ไม่คุ้นชิน เบื่อจะคิดแบบวิถีอังกฤษ หรือเบื่อเรื่องอะไรก็ตาม เราจะไปนั่งคนเดียวซักพัก ถามตัวเองว่าอยากมีเพื่อนมั้ย? ถ้าอยากก็ต้องเปิดใจแล้วก็ปลุกใจตัวเองขึ้นมา เราเชื่อว่าหลายคนที่ย้ายประเทศแล้วต้องไป mingle กับต่างชาติตลอดเวลา มันจะใช้พลังงานเยอะกว่าปกติ เพราะเราต้องสร้างความประทับใจ สร้างบทสนทนาที่เรียกกันว่า small talk และ(พยายาม)ผูกมิตรกับคนใหม่ๆ ซึ่งอาจจะขัดกับตัวตน นิสัย และวัฒนธรรมของเรา แต่สุดท้าย ทำเถอะ เพราะการได้เอนจอยความต่างคือเสน่ห์ของการมาอยู่ไกลบ้าน และที่สำคัญ มันคือโอกาสที่เราจะได้เรียนรู้และปรับตัวได้เร็วขึ้นจากการโยกย้าย ดีกว่านั่งนอยด์คนเดียวในบ้าน แล้วพาลไปหงุดหงิดแฟนที่ทำให้เราต้องย้ายมา

 
พูดมาขนาดนี้ เหมือนจะทำให้การโยกย้ายตามความรักน่ากลัวขึ้นเฉยเลย แต่จริงๆก็อย่างที่บอกไปแหละ ความสัมพันธ์มันมาพร้อมกับการเสียสละและปรับตัวเข้าหากันอยู่เรื่อยๆ สุดท้ายแล้วสิ่งที่จะหล่อเลี้ยงจิตใจกันไปในทุกก้าวเดิน เลยไม่ใช่แค่ความรักแน่ๆ และยิ่งเมื่อต้องมีการย้ายประเทศเข้ามาเกี่ยว แฟนหรือสามี จะต้องเป็นทั้งคนรัก ครอบครัว และเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา ความรักหนุ่มสาวมันเลยเป็นแค่น้ำจิ้มเบาๆให้พอมีสีสัน ที่เหลือคือความเข้าอกเข้าใจ เห็นใจ ช่วยเหลือกัน และพร้อมจะเยียวยาดูแลจิตใจกันล้วนๆ แล้วความรักจะไปต่อได้เองโดยไม่ต้องพยายาม
 
#nattity

More