30 กว่าปีที่รอกอดอุ่นๆ จากแม่…เคยคิดสั้นเกือบตาย วันนี้เธอได้แม่ที่อยากได้มาตลอดชีวิต

เพราะเราเชื่อว่าชีวิตของผู้หญิงทุกคนมีเรื่องราว และเรื่องที่ทำให้ใจสั่นสะท้านได้คงไม่พ้นเรื่องความรักของแม่และปมในวัยเด็ก เหมือนกับที่ หญิง-ณัฏฐณิชชา เอกอัครปุลพัชร์ ที่หัวใจเริ่มต้นกับความโดดเดี่ยว แต่จบลงได้ด้วยความอบอุ่น เรื่องทั้งหมดนี้ไม่ใช่โชคชะตา แต่สิ่งที่เธอตามหามานาน วันนี้หญิงได้คำตอบด้วยตัวเอง และรู้สึกถึงความรักจริงๆ ของแม่แบบไม่ตั้งคำถามในเวลา 30 กว่าปีที่รอคอยมา กุมหัวใจไว้ดีๆ ก่อนอ่านเรื่องราวของเธอไปด้วยกัน “แม่ของหญิงมีลูกตั้งแต่อายุยังน้อย เราโตมาพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เด็กๆ เห็นภาพพ่อแม่ทะเลาะกันจนสุดท้ายเขาก็เลิกกัน พ่อแอบมารับเราไปเล่นบ้านย่าช่วงกลางวันตอนไปโรงเรียน แม่ก็มาแย่งคืนแล้วเขาจะทะเลาะกัน พ่อมาหาเรื่อยๆ ช่วง ป.3-4 ยังจำได้ว่าพ่อซื้อจักรยานให้แล้วเอามาวางไว้บนหัวสะพานหน้าบ้านที่เป็นคลอง เพราะบ้านอยู่ที่ฉะเชิงเทรา ยังจำแววตานั้นของพ่อได้ดี ภาพจำตอนเด็กของเราเลยคือ แม่ออกไปทำงานให้เราอยู่กับยาย หนึ่งปีจะเจอกัน 1-2 ครั้ง เรารอแม่หน้าบ้านทุกวัน มองไปที่เรือทุกลำเผื่อเขาจะกลับมา แล้วถ้าแม่มาเราจะร้องไห้ตาม ไปปีนต้นมะขามหลังบ้านให้แม่เอาเราไปอยู่ด้วย เราขาดความรักหนักมาก จน ป.4 แม่แต่งงานใหม่และพาเราไปอยู่ด้วยตอน ป.6 เรายิ่งเสียใจหนักมาก รู้สึกว่าตัวเองเป็นอากาศธาตุในบ้านนั้น เห็นแม่มีความสุขกับครอบครัวใหม่ แต่เราเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในบ้าน” ชีวิตของหญิงโตมาด้วยความกลัวแม่มาก “แม่จะตาขวาง ดุมาก ใส่เสื้อสั้นๆ หน่อยด่าเลย เราไม่เคยคุยกัน ไม่ใช่แม่ลูกที่ปรึกษากันได้ ตลอดช่วงมัธยมต้น รู้สึกบ้านไม่น่าอยู่ แม่ทำงานกลับดึก […]

ไอเท็มฮิตติดโซเชียล Johnson’s Bedtime Baby Oil ขวดเดียว ใช้ได้ตั้งแต่บำรุงยันแต่งหน้า

ไม่ว่าจะเข้าเฟสบุค สไลด์อินตราแกรม หรือหันไปเล่นติ๊กต๊อก ก็เจอแต่คนพูดถึง จอห์นสัน เบดไทม์ เบบี้ ออยล์ ขวดม่วง จนอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไม๊ ทำไม? ฮอตฮิตติดโซเชียล ซึ่งพอได้ลองเท่านั้นแหละ ถึงบางอ้อเลยจ้า… มัลติฟังก์ชั่นมากเว่อร์ ขวดเดียวใช้ได้ตั้งแต่ขั้นตอนบำรุง ไม่ว่าจะผิว ผม และเล็บ ไปจนถึงแต่งหน้า ว่าแล้วทีมกรรมการคลีโอก็พร้อมใจกันมอบมงให้ น้องออยล์ขวดม่วง สวมสายสะพาย Best Multi-purpose Skin S.O.S เป็นที่เรียบร้อย อ่ะปรบมือออออ มาทำความรู้จัก Johnson’s Bedtime Baby Oil ขวดสีม่วงกันดีกว่า ถ้าพูดถึงออยล์ ชื่อจอห์นสัน เบบี้ ออยล์ ต้องลอยมาก่อนเลย เพราะไม่ว่าใครก็ต้องเคยผ่านการใช้ออยล์ขวดสีชมพูพาสเทลมาอย่างแน่นอน แต่วันนี้ที่ป็อปและฮอตมากเป็นพิเศษ คือ น้องออยล์ขวดสีม่วง ชื่อว่า Johnson’s Bedtime Baby Oil เป็นสูตรที่นอกจากจะช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ด้วย pH Balanced & […]

ไขความลับผิวสวยของหมอเจี๊ยบ “เด้ง ฟู กระชับ” เพราะ AquaPlus  HYA 8D PLUS ขวดนี้เอง!

เพราะผิวสวยไม่ใช่แค่ผิวขาว แต่หมายถึงผิวที่สุขภาพดี เด้ง ฟู กระชับ และดูอิ่มน้ำ ว่าแต่… เราจะมีผิวแบบนั้นได้อย่างไร? วันนี้แอดมีเคล็ดลับมาบอกค่ะ! กระซิบว่าเป็นเคล็ดลับของหมอเจี๊ยบ-ลลนา คุณหมอคนเก่ง ที่แอดพยายามเปิดโหมดซูมไปที่ผิวทุกครั้งเวลาเจอ จะบอกว่าทั้งในจอ นอกจอ หรือแม้แต่กล้องไอโฟน ก็ไม่มีอะไรแกงหมอเจี๊ยบได้จริงๆ ผิวดูละเอียด ชุ่มชื่น และสุขภาพดีมากๆ นี่ขนาดงานรัดตัวทั้งบทบาทคุณหมอ นักแสดง แล้วไหนจะงานอาสาอีก ว่าแล้วก็สืบมาจนได้คำตอบว่า ที่เห็นผิวสวยสุขภาพดีตลอดเวลา เพราะมีผู้ช่วยดีๆ อย่าง HYA 8D PLUS Revitalizing Skindrops จาก AquaPlus เซรั่มไฮยาลูรอน ที่เพิ่งคว้ารางวัล Best Serum for Hydrated Skin จาก CLEO Beauty Hall of Fame 2022 ของเราไปนี่เอง AquaPlus HYA 8D PLUS ขวดนี้คือ “เซรั่มไฮยาลูรอน” สาวบิวตี้น่าจะรู้กันดีว่า […]

2 นักแสดงไทยเล่าถึงหนังระดับโลก Thirteen Lives กับผลงานผู้กำกับรางวัลออสการ์! 

คลีโอได้รับเชิญให้ไปสัมภาษณ์ฟังเบื้องหลังลึกสุดๆ กับตัวแทนสองนักแสดงชาวไทย ในภาพยนตร์ระดับโลกที่เรารอมานานอย่าง Thirteen Live (สิบสามชีวิต) เรื่องราวที่สร้างจากเหตุการณ์จริงของปฏิบัติการช่วยชีวิตทีมหมู่ป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย เมื่อปี 2561 โดย “เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ” รับบทเป็นโค้ชเอก และพลอย-ภัทรากร ตั้งศุภกุล รับบทเป็นคุณแม่บัวหอมที่เฝ้าคอยลูกชายซึ่งติดอยู่ในถ้ำ นอกจาก Thirteen Lives จะเล่าเรื่องราวที่เป็นประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ หนังเรื่องนี้ยังเป็นผลงานระดับโลกที่มีนักแสดงฮอลลีวู้ดจากโคลิน ฟาร์เรล จาก The Batman และหนังสุดเหงา The Lobster พร้อมด้วย วิกโก มอร์เทนเซน จาก Lord of the Rings Trilogy และ Green Book โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน จาก Star Wars และทอม เบตแมน จาก Murder on the Orient Express ที่กำกับโดยรอน […]




Health, Well-Being

จดจ่อกับมือถือ ติดโซเชียล (Social Addiction) ส่งผลกระทบต่อจิตใจมากกว่าที่คิด

ติดโซเชียล

หลายคนเมื่อตื่นนอนขึ้นมาสิ่งที่แรกที่ทำคือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คนู่นนี่ อ่านข่าว หรือระหว่างวันอาจจะดูซีรีส์ ดูคลิปวิดีโอและใช้โซเชียลทั้งวันไปจนถึงตอนนอนและวนลูปแบบนี้เรื่อยๆเป็นประจำ เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในยุคปัจจุบันโซเชียลเข้าถึงในทุกคน ทุกวัย ใช้กันแทบทุกคน แต่ในความเป็นจริงการใช้โซเชียลมีเดียที่ มากจนเกินพอดี ส่งผลกระทบในหลายๆด้าน ทั้ง ร่างกายและจิตใจ เลยนะ

สิ่งที่น่าเป็นกังวลอีกอย่าง คือผล สถิติจาก We Are Social เมื่อปี 2021ยังพบด้วยว่า คนไทย 69% อยู่บนโลกออนไลน์เป็นที่เรียบร้อย และมีพฤติกรรมออนไลน์หลายอย่างที่เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น คนไทยใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการอัพเดทข่าวเป็นอันดับ 1 ของโลกในปีนี้ หรือคิดเป็น 78% สถิติ เผยต่อไปว่า ในกลุ่มของโซเชียลมีเดีย คนไทยใช้ Facebook มากเป็นอันดับ 8 ของโลก หนึ่งในนั้นอาจเป็นคุณรึเปล่านะ?

ว่าแล้วลองมาเช็คดูกันว่าคุณเข้าขั้น “เสพติดโซเชียล” แล้วรึยังกันเถอะ

  1. โซเชียลมีเดียเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาการทำงานหรือเกิดปัญหาความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด เวลาอยู่กับเพื่อน ครอบครัวหรือกับใครก็ตามก็จะนั่งไถโทรศัพท์ไม่พูดไม่คุย
  2. ช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้โซเชียลมีเดีย มักจะมีอาการกระวนกระวายใจหรือหงุดหงิด
  3. คิดถึงโซเชียลมีเดียอยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่ก็ตาม ก็อยากจะเปิดเข้าไปดู ไปอ่าน ไปตอบ
  4. มองโทรศัพท์บ่อยมาก จะคิดไปเองว่าโทรศัพท์สั่นหรือขึ้นแจ้งเตือน
  5. คุณใช้โซเชียลมีเดียมากจนส่งผลเสียต่องานหรือการเรียน

จากที่อาการที่กล่าวไปหากมีมากกว่า 2 ข้อก็แปลได้ว่าโซเชียลมีเดียเริ่มเข้ามามีผลกระทบต่อชีวิตคุณแล้ว

ที่จริงแล้วโซเชียลมีเดียสามารถสร้างประโยชน์ได้ แต่เมื่อใช้เกินความพอดีก็ส่งผลเสียต่อตัวเองได้เช่นกัน คุณอาจจะเคยเสพข่าว หรือเห็นโพสต์คนอื่นๆที่โซเชียลแล้วกลับทำให้ตัวเองเศร้า จิตตก ยกตัวอย่าง บางคนเห็นโพสต์ที่คนอื่นเอาลงสื่อ เขาสำเร็จ เขาซื้อของใหม่ ๆ แล้วเอาลง แต่คุณกลับเอาตัวเองไปเปรียบเทียบแล้วสร้างความทุกข์ใจให้ตนเอง รู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง จนนำไปสู่ภาวะสุขภาพจิตในเชิงลบและการเห็นคุณค่าในตัวเองที่ต่ำ (Low-Self Esteem) นอกจากนี้ยังกระทบไปถึงเรื่อง การนอนหลับนอนหลับยากขึ้นด้วย และ หากคุณเข้าไปในโลกโซเชียลก็คงหนีไม่พ้นนักเลงคีย์บอร์ด พบถ้อยคำที่ไม่ดีต่อจิตใจนัก อาจจะเป็นคำด่า หรือคำตำหนิ จนบางคนถึงขั้นเป็น โรคซึมเศร้า โรคเครียด สมาธิสั้น และไบโพลาร์ ได้เลย ถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยนะ

นอกจากนี้ยังมีอาการทางจิตเวช อีกอย่าง เรียกว่า Facebook Depression Syndrome หรือ ภาวะซึมเศร้าจากเฟซบุ๊ค ซึ่งจะมีลักษณะ ดังนี้

  1. มักเปรียบเทียบระดับคุณภาพชีวิตของตนเองกับเพื่อนใน facebook อยู่เสมอ
  2. มักเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ของตนเองอยู่บ่อยครั้งเพื่อเรียกร้องความสนใจ
  3. รู้สึกกระวนกระวายใจเมื่อไม่สามารถเช็คข้อความข่าวสาร หรือสถานะของตัวเองได้เหมือนที่ทำเป็นปกติ

วิธีแก้ไข

ลองทำ โซเชียลมีเดียดีท็อกซ์ (Social Media Detox) เช่น ปิดการแจ้งเตือนโทรศัพท์ ซึ่งจะช่วยลดความสนใจได้, ​กำหนดระยะเวลาช่วงหนึ่ง ที่เราจะวางเครื่องมือสำหรับการติดต่อสื่อสารทุกชนิด และจะไม่มีการไปจับต้องหรือใช้งาน โดยระหว่างนั้นให้หากิจกรรมอื่นทำ, เลิกวางโทรศัพท์ไว้ข้างเตียง หรือในที่ๆ สามารถเอื้อมมือไปหยิบได้ง่าย เพราะจะทำให้เราต้องเล่นโทรศัพท์ทันทีเมื่อตื่นนอน เชื่อว่าถ้าทุกคนพยายามก็จะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเล่นโซเชียลมีเดียและควบคุมไม่ให้เสพติดได้ ไม่ช้าก็เร็ว แถมยังได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก คนที่อยู่ตรงหน้าเราจริงๆ มากขึ้นด้วย


อ้างอิงสถิติจาก : www.bangkokbiznews.com/lifestyle/958161 , www.bangkokbiznews.com/tech/950958

อ่านบทความอื่นๆ ของ CLEO ที่:

More