เลือกกันแดดกันใจ…เตรียมเที่ยวตั้งแต่ต้นปีให้กลับมาผิวยังไบร์ทอยู่

2024 มาพร้อมคำสัญญาว่าจะปีนี้เราจะสวย ต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพราะได้รู้แล้วว่าถ้ามัวแต่รอคนมารัก ไม่แน่ใจว่าเขาคนนั้นจะมากี่โมง คลีโออยากให้สาวๆ หันมาปกป้องหัวใจตัวเองและปกป้องผิวไม่ให้แดดแรงๆ มาทำร้ายเลยอยากเปิดวิธีการเลือกกันแดดที่ใช่ ใช้ยังไงให้ผิวกระจ่างใสได้ทั้งวัน เพราะบางวันดูเมฆเยอะอย่ามัวแต่อึมครึมคิดว่าไม่เป็นอะไร แต่ยูวีพุ่งเข้ามาทำร้ายผิวฉ่ำๆ ยิ่งใจเหงาๆ แบบนี้ เตรียมตัวออกไปเที่ยวไม่พักกันดีกว่า จะทริปไปต่างประเทศหรือปีนเขา ดูทะเล work-life balabce ไม่หยุด วันนี้จะมาแนะนำวิธีเลือกกันแดดทาหน้า ให้คุณได้รู้ว่าความรักผิวตัวเองแบบไม่ต้องรอใครน่ะ มันคุ้มค่าที่สุดแล้ว คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์กันแดดทุกเช้าทุกทริป ถ้าอยากจะเลือกครีมกันแดดทาหน้าที่เหมาะกับชีวิตสาวทำงานและสาวนักเที่ยว ก็ควรจะให้มีคุณสมบัติดังนี้นะ วิธีทาครีมที่ปกป้องผิวได้ชัวร์ตลอดวัน! Tips อื่นๆ ให้เจอกันแดดที่ใช่…ใช้แล้วมั่นใจได้ชัวร์ คลีโอพบแล้วครีมกันแดดกันใจที่ขาดไม่ได้ทุกเช้า พกไปด้วยทุกทริป! เจ็บมาเยอะ ผิวไหม้มาก็บ่อย เลือดตัวแม่เรื่องกันแดดเลยยอมไม่ได้ ต้องมาบอกถึงครีมกันแดด ที่ลองใช้แล้วเลิฟจริง เหมาะกับทุกวันที่ไปทำงาน วันอยู่บ้านรวมทั้งวันเจอแดดไปทะเล ปีนเขาหรือฝ่าหิมะก็ยังต้องติดกระเป๋าไปด้วย ขอแนะนำ 3 ตัวนี้จากการ์นิเย่ ซึมไว บางเบาจริง มาดูทีละตัวเลยว่ามีอะไรบ้าง การ์นิเย่ ไบรท์ คอมพลีท ซุปเปอร์ ยูวี เอสพีเอฟ50+/พีเอ+++ เริ่มที่กันแดดไบรท์ คอมพลีท ซุปเปอร์ ยูวี […]

คลีโอพาเปิดความลับความสวยของสาวรัสเซีย ดูแลผิวอย่างไรในภูมิอากาศสุดขั้วขนาดนั้น!

ถึงเทรนด์การดูแลผิวและบิวตี้ตอนนี้จะยกให้กับเกาหลี ญี่ปุ่น แถบยุโรปหรืออเมริกา แต่ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีผู้หญิงสวยระดับท็อปโมเดลอย่างรัสเซียมีวิธีการบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอกที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการส่งต่อสารสกัดที่มีคุณค่าของชาวรัสเซียที่ทำให้รู้จักกับ “เห็ดแห่งความอมตะ” รวมทั้งเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าจึงมีการนำสารสกัดจากธรรมชาติมาเป็นส่วนผสมในแบรนด์ที่สาวรัสเซียใช้มายาวนานกว่า 28 ปี Siberian Wellness แบรนด์สกินแคร์ติดอันดับจากเมืองโนโวซีบีร์สค์  เราเคยได้ยินว่าคนรัสเซียจะเชื่อในการบำรุงผิวจากภายในตั้งแต่การชอบเข้าซาวน่าให้ความร้อนเปิดรูขุมขนเพื่อขับของเสียต่างๆ ออกมา เพิ่มการไหลเวียนในร่างกาย แต่การเลือกใช้สกินแคร์ของผู้หญิงรัสเซียเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ที่ต้องทำเป็นรูทีนทุกๆ วัน แบรนด์ที่คนรัสเซียเชื่อมั่นติดอันดับต้นๆ ในการนำส่วนผสมจากธรรมชาติจากทั่วดินแดนไซบีเรียทั้งสมุนไพร ดอกไม้ พืชนานาชนิดในชื่อ “Siberian Wellness” ที่มีต้นกำเนิดจากเมืองโนโวซีบีร์สค์ ใครที่ตามหาผิวกระจ่างใสจะต้องเลือกใช้ไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ดังที่สุดอย่าง เอ็กซ์เพอรัลตา แพลตทินัม (Experalta Platinum) นี้ที่แก้ปัญหาอย่างตรงจุด ผิวกระจ่างใสจากความมหัศจรรย์ของสารสกัดลับจากเห็ด Reishi เพราะทุกโปรดักท์ในกลุ่ม Experalta Platinum ดูแลผิวครบจบทุกความต้องการด้วยการนำนวัตกรรมขั้นสูงที่มีความปลอดภัย ดึงประสิทธิภาพต่างๆ ออกมาเพื่อให้ได้พบกับผิวเรียบเนียน กระจ่างใสที่มีส่วนผสมซึ่งสกัดจากสมุนไพรหายากในการดูแลและฟื้นฟูผิวในสไตล์ชาวไซบีเรียน แล้วยังช่วยป้องกัน ลดเลือนริ้วรอย และเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน หัวใจสำคัญของ Experalta Platinum มาจาก “เห็ด Reishi” ที่เชื่อและบอกต่อกันว่าเป็นเห็ดแห่งความเป็นอมตะจากภูเขาอัลไตในตำนาน กับคุณสมบัติช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ มีสารต้านอนุมูลอิสระและต้านความแก่ก่อนวัยนานถึง 2,000 ปี การทำงานสุดล้ำในผลิตภัณฑ์จะส่งผ่านโมเลกุล X50 […]

“แค่เป็นไข้นิดๆ แล้วอีกไม่กี่วันก็จำอะไรไม่ได้เลย เคยเหมือนตายไปแล้ว”

ชีวิตที่ไม่คาดฝันของผู้หญิงคนนี้ โบ้ท-อุทุมพร ยาวิชัย เมื่ออยู่ดีๆ เธอก็จำตัวเองไม่ได้อีกเลย เธอพูดประโยคนี้ด้วยดวงตาใสแจ๋ว ยิ้มเล็กๆ กับใบหน้าที่ไม่มีอะไรที่เธอกังวล โบ้ท-อุทุมพร ยาวิชัย คือหญิงสาวอายุ 35 ปีที่เราเจอกันในคลาสฝึกใจ โบ้ทยืนต่อคิดเข้าห้องน้ำหลังเรา และคงเป็นยิ้มที่เราหันมายิ้มให้กันวินาทีนั้น ก็เลยได้รู้จักหัวใจเธอ และใครจะคิดจริงๆ ว่าหญิงสาวเรียบง่ายน่ารักคนนี้จะบอกเราว่า “หนูเคยเหมือนตายไปแล้วค่ะพี่” โบ้ทเป็นหญิงสาวทำงานปกติ ที่ก็ใช้ชีวิตไปตามปกติ เธอไม่มีโรคประจำตัว และชีวิตก็ไม่มีสัญญาณใดมาบอกเธอล่วงหน้า เธอรู้แค่วันหนึ่งเป็นไข้อ่อนๆ แล้วอีก 3-4 วัน เธอก็จำตัวเองไม่ได้เลย ความทรงจำหายไปหมด โบ้ทกลายเป็นหญิงสาวที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และไม่รู้ว่าเป็นอะไร เธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “ตอนนั้นอายุ 32 ไปทำงานแล้วกลับจากทริป ก็เป็นไข้นิดหน่อย ผ่านไปอีกสามสี่วันเราก็เริ่มหันไปบอกแฟนว่า “ขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะ” เราอยู่ในเรื่องเล่าของตัวเอง เห็นอะไรแปลกๆ ตรงช่องแอร์ คิดวนๆ ว่าทำไมแฟนไปซื้อของนานจัง อาบน้ำเองไม่ได้ ไม่รู้ตัวว่าเรากินข้าวไปหรือยัง ไม่หลับไม่นอน อยากเดินออกข้างนอกตลอดเวลา” ตอนนั้นแฟนโบ้ทเห็นว่าเธอผิดปกติแล้ว เลยพาเธอไปหาหมอจิตเวช โบ้ทไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร เธอชอบเดินออกไปข้างนอกจนหมอต้องจับเธอมัดกับเตียง “แฟนเล่าว่าเราก็ร้องช่วยด้วย ดิ้น ใครมัดเรายังไง เราแกะออกหมด […]

13 สิ่งที่คนมีความสุขในชีวิตคู่..เขาทำกัน รับรองรักกันยาวๆ เลย

นักจิตวิทยาชื่อดัง ฌอง คลอด ชาลเมท์ บอกว่าเราอาจจะรู้เพียงสองสามสิ่งที่ทำให้ชีวิตคู่มีความสุขแค่นั้น แต่ยังมีอีกมากมายที่ทำให้คุณและเขารักกันยาวๆ ที่คุณยังไม่รู้นั่นล่ะ มีคนบอกไว้ว่า ความลับที่ทำให้คนยังอยู่ในความสัมพันธ์กันอยู่ ก็คือเขาไม่ได้อยากหย่าพร้อมกัน ซึ่งมันก็จริงเอาเลยนะ แต่ถ้าเรามีทางที่ดีกว่านั้นล่ะ ถ้าเราหาทางรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ได้อย่างแท้จริง ที่แต่ละคนก็มีความสุขกันจริงๆ คราวนี้ก็ไม่เกี่ยวแล้วว่าเราต้องทนกันไปนานแค่ไหน ต้องปิดหูปิดตาเพื่อจะมีกันแค่ไหน นักจิตวิทยาชื่อดังของโลก ฌอง คลอด ชาลเมท์ ผู้ใช้เวลาทั้งชีวิตค้นหาว่าอะไรที่จะทำให้คนเรารักกันไปได้นานๆ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเจอกับชีวิตที่ไม่ได้คาดฝัน แล้วเขาก็ยังจับมือรักกันได้อยู่ “ตลอดเวลา 30 ปี ผมเป็นที่ปรึกษาให้คนมากมาย ลูกค้าของผมไม่ใช่คนที่จ่อรอจะหย่ากันเสมอนะ พวกเขายังรักกันอยู่ ยังอยากมีความสัมพันธ์ที่ดีกันอยู่ แต่พวกเขาแค่กำลังเจอช่วงเวลายากๆ เท่านั้นล่ะ” ชาลเมท์บอกว่างานของเขาคือช่วยให้คู่รักเข้าใจซึ่งกันและกัน “เมื่อคุณผ่านอะไรมากันมากมายน่ะ มันก็ง่ายที่จะมีนิสัยที่ไม่อภิรมย์กันงอกขึ้นมา แล้วมันก็ไม่แปลกที่จะทำให้คุณอยากเลิกรากันไป” เขาก็เลยอยากชี้ให้ทุกคนได้เห็นกันว่า แต่คนที่รอดมาได้ก็มีเยอะอยู่นะ และนี่คือ 13 สิ่งที่พวกเขามีให้กันและกันเสมอ #1. อย่าเมินความรู้สึกของคู่คุณ ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม คือกับคุณคุณมองว่ามันไม่มีอะไรไง แต่กับคู่คุณเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา อยากบอกว่าทุกครั้งที่คุณเมินเขาน่ะ เขารู้สึกนะ เขาคิดว่าคุณไม่อยากรับรู้ และเห็นความมันไม่สำคัญสำหรับคุณ เขาคือคนที่ใกล้ชิดคุณที่สุดแต่กลับรู้สึกเช่นนี้ การที่คุณแคร์เขา ใส่ใจความรู้สึกเขาน่ะ เรียกว่า “อารมณ์ที่สอดคล้องกันและกัน” […]




Relationship

7 นิสัยท็อกซิกในความสัมพันธ์ ที่ดูเหมือนปกติ แต่จริงๆ อันตรายนะ

7 นิสัยท็อกซิกในความสัมพันธ์

มองข้าม 7 นิสัยนี้ไม่ได้เลย ใครมีความสัมพันธ์อยู่แล้วเป็นแบบนี้ โปรดระวัง! เพราะจะเหมือนปกติมากแต่ความจริงแล้วอันตรายอยู่!

ความมหัศจรรย์จากหนังรักทุกเรื่องที่เราดู ประโยค “You complete me.” ของทอม ครูซในหนัง Jerry Maguire ความบ้าดีเดือดของโนอาห์ที่มีให้อัลลี่ใน The Notebook ยังตามมาหลอกหลอนเรา ให้เราคิดว่าความสัมพันธ์ต้องเป็นแบบนั้นสิ แต่ในความจริงแล้วมีนิสัยและแอตติจูดในความรักที่เราคิดไปเองหลายสิ่ง ที่ทำให้เราท็อกซิกในความสัมพันธ์ได้ คลีโอขออัพเดท 7 นิสัยท็อกซิกในความสัมพันธ์ อยากบอกว่าต้องเข้าไปสู่ความจริงให้ได้จริงๆ ก่อนนะ ไม่อย่างนั้นเพ้อตามแย่เลย

ความจริงที่เราไม่อยากได้ยินก็คือ: นิสัยท็อกซิกในความสัมพันธ์แบบน่ะ เรามักชอบบูชานิสัยเหล่านี้ เรามมีไอเดียเรื่องความรักว่าต้อง “จบแบบสุขสันต์” เหมือนในหนัง หรือแอตติจูดที่ว่า “จะรักฉันสุดใจ หรือไม่ก็อย่ารักฉันเลย” แต่ความจริงแล้วสิ่งที่จะทำให้รักนั้นดีน่ะ ไม่ใช่ความเชื่อเช่นนี้เลย อาจดูไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ ต้องใช้การประคับประคองและเข้าใจมากๆ ถ้าเรายังติดกับความรักที่อยู่ในอุดมคติ ก็อาจทำให้เราคาดหวังกับความเป็นจริงเกิดไป ทำให้เรามีนิสัยที่ท็อกซิกๆ ออกมาได้ และทำร้ายความสัมพันธ์ในที่สุด

toxic relationship01

ลองเช็คดูว่าคุณ หรือคู่ของคุณมีนิสัยเหล่านี้มั้ยนะ

1. คาดหวังให้คนรักต้อง “ซ่อม” ทุกความรู้สึกพังของอารมณ์เราได้

เอาตรงๆ เลยว่าคุณน่ะทะเลาะกับคนรักเรื่องที่ว่า “เขาไม่อยู่ข้างๆ คุณตอนคุณรู้สึกแย่” กี่ครั้ง คุณรู้สึกว่าเขาน่ะไม่เข้าใจอารมณ์ส่วนลึกของคุณหรอก เรื่องนี้หนักอยู่สำหรับผู้ชายนะ อารมณ์สวิงของเรา อารมณ์ที่มีอะไรมาสะกิดแล้วอยู่ดีๆ เราก็ร้องไห้ แล้วถ้าเรารู้สึกดำดิ่ง แล้วเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น เราก็จะยิ่งตีโพยตีพายกับตัวเองเลยว่า “เธอไม่เข้าใจฉัน” ให้ยิ่งทะเลาะ คาดหวัง และพังเข้าไปอีก

Cleo Says: เราต้องแยกแยะให้ออกนะว่าอะไรคือการซัพพอร์ตคนรัก เมื่อเขาเจอเรื่องทุกข์ใจ กับอะไรคือการที่ต้องเลื้อยเข้าไปเข้าใจอารมณ์ที่ไม่แน่นอนของคนรัก เพราะบางทีเราก็ต้องซ่อมตัวเองให้ดี รักตัวเองให้เป็น ก่อนที่จะไปรักใคร จะเหวี่ยงความรู้สึกเช่นนี้ไปให้เขาเลย ก็ไม่แฟร์กับเขาหรอกนะ ในความสัมพันธ์มันโอเคที่จะบอกคนรักเราว่า “ฉันรู้สึกหนักเกินไปที่จะทำสิ่งนี้คนเดียว เธอช่วยฉันได้ไหม?” เราต้อง “ถาม” เขา แต่อย่าไปคิดเอาเองว่าเขาต้องมา “ซ่อม” เรา และต้องรับผิดชอบอารมณ์เราอะไรแบบนี้ล่ะ

2. เอาเรื่องความ “แฟร์” มาเป็นที่ตั้ง

ถ้าเรามัวแต่คิดว่าแฟร์ไม่แฟร์ในการทำอะไรเพื่อคนรักล่ะก็ เราจะเจ็บปวดและไปคาดหวังได้เลย ถ้าเราพบว่าเราคือผู้หญิงที่ต้องบวกลบคูณหารในเรื่องความสัมพันธ์ ทุกสิ่งที่เราทุ่มเทลงไป เราต้องได้กลับมาเท่าๆ กัน คุณจะเก็บทุกอย่างในอดีตมาคิดทันที เหมือนจะต้องรักษาคะแนนความเท่าเทียมกันมากกว่ารักษาสัมพันธ์ที่ดี แล้วก็จะต้องมานั่งสรุปว่าเธอพลาดอะไรบ้าง ฉันพลาดอะไรบ้าง

Cleo Says: ในเรื่องความสัมพันธ์ไม่ต้องมีคำว่า “ยุติธรรม” หรอกนะ ไม่จำเป็นต้องเท่ากันขนาดนั้น เช่น เมื่อวานฉันล้างจานแล้ว วันนี้คุณต้องล้าง แต่ให้นึกถึงสิ่งที่เหมาะสมกับความเป็นคุณแต่ละคนเอาไว้ แล้วเข้าไปจัดการกับปัญหาทุกอย่างด้วยธรรมชาติของแต่ละคน ไม่ต้องขุดอดีต และไม่ต้องแบ่งความเท่าเทียมกันในอนาคต จะไม่ต้องคิดมากและอิสระในความสัมพันธ์มากกว่าเยอะ

3. เชื่อว่าเขาคือ “ครึ่งหนึ่งของคุณ”

เป็นความเชื่อที่แสนจะโรแมนติกอยู่ แล้วพอมาเจอเขาก็เหมือนเขามาเติมทั้งหมดของเราที่หายไป สิ่งที่แย่คือคุณก็จะลืมโลกของตัวเองไปด้วยน่ะสิ เป็นแอตติจูดที่จะทำให้ความสัมพันธ์ท็อกซิกได้ เหมือนกับว่าต้องร่วมโลกกันเกินไป จนไม่มีความเป็นตัวเองกันเลย และนำมาสู่ความรู้สึกไม่ปลอดภัยถ้าขาดอีกคน หรือการแอบควบคุมการกระทำของอีกคน ให้ต้องอยู่ในโลกเดียวกันมากเกินไป

Cleo Says: มองเขาให้เป็นคนที่มาสร้างความรื่นรมย์ให้ชีวิตเราเพิ่ม ชีวิตเราดีอยู่แล้ว โฟกัสที่ตัวเราเองมากกว่าค้นหาว่าเขาต้องทำให้โลกของเราเต็ม ค้นหาว่าเราจะทำยังไงให้เรามีความสุขด้วยตัวเราเอง มากกว่าคาดหวังว่าเขาต้องเป็นแหล่งแห่งความสุขของเรานะ

4. คุณชอบฟันธงกับสิ่งที่ “คุณคิดว่าใช่”

ลองนึกภาพนี้ดูนะว่าแทนที่คุณจะพูดว่า “สิ่งที่คุณพูดออกไป ทำให้ฉันเสียใจนะ” แต่คุณกลับพูดว่า “ฉันไม่เคยอยู่กับใครที่พูดจาทำร้ายฉันแบบนั้นเลย” หรือแทนที่คุณจะพูดว่า “ที่คุณทำแบบนั้นหลังจากที่ฉันบอกคุณไป ทำให้ฉันรู้สึกว่าเหมือนคุณไม่ได้ยินฉัน” แต่กลับพูดว่า “ฉันต้องการคนที่ฟังฉันมากกว่านี้ และก็แคร์ความรู้สึกฉันด้วย”  เวลาคุณฟันธงความคิดตัวเองแบบนี้ มันเหมือนกับคุณกำลังสร้าง “ความสัมพันธ์ที่คุณต้องการ” อยู่นั่นเอง คุณอาจบอกว่ากำลังพยายามบอกสิ่งที่ไม่ชอบอยู่ แต่ลักษณะการพูดของคุณกลับเหมือนบอกว่า “เขาไม่คู่ควรกับคุณ” มากกว่า และเรื่องนี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกด้อยค่า กลายเป็นเรื่องท็อกซิกไปได้

Cleo Says: คุณควรที่จะเลิกเอาอารมณ์ของตัวเอง เอาสิ่งที่ตัวเองคิดมาเชื่อมโยงกับคนอื่น แต่ให้ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น โฟกัสที่ปัญหามากกว่าความต้องการของตัวเอง มองเขาว่ามีคุณค่ากับชีวิต เลี่ยงการใช้ประโยคว่า “ไม่เคย” “เสมอๆ” และหาทางแก้ไปเลยดีกว่านะ

toxic relationship02

5. ยิ่งเราขัดแย้งกัน เรายิ่งมีแพชชั่นต่อกัน

ฉากทะเลาะกัน ตะโกนกันสุดเสียงในหนังเรื่อง The Notebook อาจทำให้เราคิดว่าในความสัมพันธ์ เราต้องเป็นแบบนั้นล่ะ จะต้องทะเลาะก่อนแล้วค่อยให้เซ็กซ์เป็นตัวปลอบประโลม ถึงจะรักษาแพชชั่นไว้ได้ แต่ความจริงคือเรื่องแบบนี้กลับทำให้เรากลายเป็นคนอารมณ์ไม่คงที่เกินไป แล้วไม่มีพัฒนาการทางอารมณ์ต่อ พูดคุยกันยาก แตะอะไรก็เสี่ยงว่าจะฟัง ความจริงแล้วเรื่องอารมณ์ที่ขัดแย้งกัน กลับเป็นการเสี่ยงที่จะมีความสัมพันธ์ไม่ดีมากกว่า ความรักควรเป็นเรื่องอ่อนโยน ไม่ควรเอาความโกรธ ความไม่พอใจมาเป็นตัวล่อให้เกิดแพชชั่นต่อกัน

Cleo Says: ก่อนที่จะถลำกับอารมณ์เช่นนี้ไปมากกว่านี้ ลองย้อนคิดว่าอะไรทำให้ต้องเกิดความขัดแย้ง เพราะความกลัวอะไร ความรู้สึกไม่ปลอดภัยอะไรลึกๆ หรือเปล่า โฟกัสที่สิ่งนี้มากกว่าคำพูดที่เขวี้ยงมาใส่กัน แล้วลองเพิ่มการขอบคุณกัน การรู้สึกดีที่มีกันและกัน สิ่งที่ๆ ที่เราแชร์ด้วยกัน ความสุขที่เรามีต่อกัน มากกว่าเรื่องบาดหมาง เรื่องขัดแย้งกัน และอย่าคิดว่าเราต้องทะเลาะกันตลอดด้วยนะ

6. ปล่อย “คำเปรียบเปรย หรือคำใบ้อะไรบางอย่าง” ออกไป

จะเรียกว่าแอบเล่นเกมทางใจกับคนรักก็ได้ การที่คุณชอบเมนชั่นว่า “แฟนเก่าฉันเคยทำอะไรโรแมนติกให้ฉันบ้าง” เพียงเพราะอยากให้เขาทำแบบนั้นกับคุณ หรือ “คุณเปรียบคู่รักอื่นๆ ว่าดีอย่างโน้นอย่างนี้” หรือยกตัวอย่าง “เรื่องรักของเพื่อน” เพื่อแอบบอกใบ้กับเขาว่า “ฉันอยากได้สิ่งนั้น” ก็ดูเหมือนจะสนุกที่จะบอกนะ แต่เอาจริงๆ สิ่งเหล่านี้สร้างรอยแผลในใจของคนรัก แล้วก็สร้างนิสัยให้เราเป็นคนแบบนั้นจนท็อกซิกได้เหมือนกัน

Cleo Says: สิ่งที่ดีกว่านั้นเวลาคุณอยากได้อะไรก็คือ “การบอกเขาไปเลยอย่างเปิดเผย” เปิดกว้างกับความต้องการ ซื่อตรงกับสิ่งที่อยู่ในใจไว้ จะทำให้ความสัมพันธ์มั่นคง ไม่มีอะไรต้องสงสัยในใจ และไม่สร้างภาระทางใจให้กับใคร บอกเขาไปเลยว่า “ฉันอยากให้คุณทำแบบนั้นกับฉัน” มากกว่ายกเรื่องเพื่อนมาเล่าอะไรแบบนี้ล่ะ

7. เชื่อเรื่องไอเดียของ “โซลเมท”

เป็นเรื่องที่จริงและเราควรตามหาคนที่เป็นโซลเมทของเรานะ แต่ถ้าเราเอาคำนี้เป็นที่ตั้งกับทุกสิ่งในความสัมพันธ์ เราก็จะไปคาดหวังคิดว่าต้องเป็นตามนั้นเสมอ หรือหันไปสงสัยคนรักข้างๆ ว่าเขาน่ะคือ “โซลเมท” ของคุณหรือเปล่ากันแน่ การจะเป็นโซลเมทกันได้ต้องใช้เวลาในการปรับเข้าหากัน เข้าใจกัน และรับรู้ความเป็นตัวตนของอีกฝ่าย ที่อาจจะไม่ได้เกิดกันแป๊บๆ หรือยังตัดสินกันไม่ได้

Cleo Says: อย่าเอาข้อบกพร่องของเขามาตัดสินว่าเขาคงไม่ใช่โซลเมท แต่ให้มองหาความเข้ากันได้ สิ่งที่คุณรักในตัวเขา สิ่งดีๆ จากใจที่เขามอบให้ และการดูแลใส่ใจกันที่มีให้กันมา สิ่งเหล่านี้สำคัญกว่าการไปจัดกลุ่มคำแล้วพยายามให้เราต้องเบียดเข้าไปเป็นอย่างนั้นนะ ความรักที่ดีต้องช่วยกันรดน้ำและใส่ใจอีกฝ่าย สร้างความสุขให้เกิดในโลกของแต่ละคน แล้วพอเรามาเจอกันความสุขนั้นจะไหลแลกเปลี่ยนในโลกของเรากันได้เอง

อ่านเรื่องราวอื่นๆ ได้ที่ ความสัมพันธ์จะไปต่อได้ เราทั้งคู่ต้องเปิดใจคุยกัน

More

[ajax_load_more posts_per_page='6']