CLEO’S BIGGEST HOROSCOPE 2026 : ราศีธนู

ดวงคลีโอ 2026 ดวงชะตาของชาวธนู ที่เปิดทางสู่โอกาส การเดินทาง และการเติบโต
ติดตามได้ใน CLEO’s Biggest Horoscope 2026

CLEO’S BIGGEST HOROSCOPE 2026 : ราศีพิจิก

ดวงคลีโอปี 2026 ชาวพิจิกกับการเปลี่ยนแปลงลึกซึ้งและพลังที่ซ่อนอยู่
อ่านคำทำนายเต็มๆ ได้ใน CLEO’s Biggest Horoscope 2026

CLEO’S BIGGEST HOROSCOPE 2026 : ราศีตุลย์

ดวงคลีโอ 2026 ดวงชะตาชาวตุลย์กับการตัดสินใจครั้งสำคัญและความสมดุลของชีวิต
ค้นหาได้ใน CLEO’s Biggest Horoscope 2026




Health, Women's Issues

หิวตอนดึกบ่อย ติดกินมื้อดึกเป็นประจำ หรือจะเป็น “Night Eating Syndrome”

กินมื้อดึก

หลายคนอาจจะเคยชินกับการกินมื้อดึกเพราะเหตุผลต่างๆ ไม่ว่าจะเพราะทำงานดึกจึงทำให้หิว กินมื้อเย็นเร็วเกินเลยทำให้หิวไว ที่ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นพฤติกรรมปกติ แต่ถ้าคุณกินมื้อดึกอยู่บ่อยครั้ง ตอนกลางคืนกินเยอะแต่ตอนเช้า ตอนกลางวันกินน้อยหรือไม่กินเลย คุณอาจเข้าข่ายเป็น โรค Night Eating Syndrome ก็ได้นะ ซึ่งขอเกริ่นไว้ก่อนว่าโรคนี้มีความเกี่ยวข้องกับสภาวะจิตใจอีกด้วย


ทำความรู้จักกับ Night Eating Syndrome

Night Eating Syndrome (NES) ถูกค้นพบโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน Albert Stunkard ในปี ค.ศ. 1955 จากการสังเกตคนไข้จิตเวชของเขาที่มีน้ำหนักตัวเกิน โดยจะมีพฤติกรรมไม่หิวในระหว่างวัน แต่จะมีอาการหิวและกินเก่งในตอนกลางคืน

อาการของโรคนี้คือ จะมีความรู้สึกอยากและหิวอาหารในช่วงกลางคืน ถ้าไม่กินก็จะนอนไม่หลับ หรือแม้กระทั่งหลับไปแล้วก็จะลุกขึ้นมาหาของกินเพราะเชื่อว่าการกินจะทำให้นอนหลับหรือหลับสบายขึ้น

  • ช่วงเช้าจะไม่มีความรู้สึกหิว ไม่อยากอาหาร ระหว่างวันกินน้อยมาก แต่มื้อดึกคือกินแบบจัดเต็ม
  • มีความรู้สึกว่าตัวเองนอนไม่ค่อยหลับถ้าไม่ได้กินมื้อดึก
  • รู้สึกว่าการกินอาหารในมื้อดึกนั้นเป็นวิธีช่วยในการคลายเครียดได้อีกวิธีหนึ่ง
  • ละเมอมากินอาหารกลางดึก

สาเหตุมาจากอะไร?

Night Eating Syndrome เป็นโรคที่พ่วงมากับคนที่มีฮอร์โมนผิดปกติหรือมีอาการทางจิตเวช เช่น อาการนอนไม่หลับจากระดับฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) ต่ำ หรือ เกิดภาวะเครียดสะสม มีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรืออาจเป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาการเสพติดการทำพฤติกรรมบางอย่างจนเคยชิน

ผลกระทบต่อสุขภาพ

ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพหลายอย่าง ดังนี้

  • น้ำหนักขึ้น เพราะเป็นการกินแล้วนอนหลับทันที แปลว่าร่างกายไม่ยังทันเผาผลาญแคลอรี่ออกไป และสะสมอยู่ในร่างกายไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังเสี่ยงเป็น โรคอ้วน อีกด้วย
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคกระเพาะ เนื่องจากไม่ทานมื้อเช้า
  • โรคกรดไหลย้อน เพราะระบบทางเดินอาหารทำงานผิดเวลา
  • โรคเรื้อรังหลายโรค เช่น โรคเบาหวาน ไขมันอุดตัน
  • คุณภาพการนอนแย่

จะแก้ไขอย่างไรดี?

  1. ปรับพฤติกรรมการกินของตัวเองใหม่ ลองจัดตารางการกินอาหารให้อยู่ตามช่วงเวลา ควรจะทานอาหารในเวลาปกติครบ 3 มื้อให้อิ่มแบบพอดี ตามโภชนาการที่พอเหมาะต่อร่างกายในแต่ละวัน
  2. พยายามหาวิธีลดความเครียด เช่น การฟังเพลง ดูหนัง หรือทำกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย
  3. ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ หรือ จิตแพทย์

อ่านบทความอื่นๆของ CLEO ที่:

More

[ajax_load_more posts_per_page='6']