ดาโคต้าบอก..แอนโตนิโอ(พ่อเลี้ยง) เปลี่ยนครอบครัวของเธอ ‘ตลอดไป’ ด้วยความรักของเขา

ดาโคต้า จอห์นสัน (Dakota Johnson) เป็นนางเอกที่สวยและมากด้วยความสามารถ แต่สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ก็คือ.. ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพระเอกรุ่นใหญ่ แอนโตนิโอ แบนเดอราส (Antonio Bandares) กลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอ

ความรักแบบ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่ต้องการแค่อ้อมแขนและคนคุยกันลื่นไหล

ประโยคของเจนนิเฟอร์ อนิสตัน ที่เราเองก็รู้สึกแบบเธอเป๊ะๆๆๆ อยากมีใครที่ใช่ คุยกันรู้เรื่องและเล่าเรื่องของวันนี้ที่เจอให้เขาฟัง สำหรับผู้หญิงที่ต้องออกไปสู้โลกทุกวัน สู้คนเดียว ต้องเข้มแข็งให้ได้ อ่อนแอยังไงก็ต้องเก็บเอาไว้ ความรู้สึกอยากมีใครสักคน อาจไม่ใช่ว่าเขาต้องมาดูแล มาหาเงิน หาบ้านอะไรให้ แต่คือความรู้สึกที่ละทุกอย่างของวันออกไป แล้วเข้าไปซุกในแขนของเขาหันไปบอกกับเขาว่า “วันนี้แย่จัง เหนื่อยจัง” เขาอาจจะดึงเราเข้าไปกอดให้แน่นขึ้น เอามือลูบหัวเรา แล้วบอกเราว่า “ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย แต่เดี๋ยวมันก็จะดีขึ้นนะ” ข้อดีของการมีคนรักที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน คือเขาจะรู้ทุกโมเมนท์ของชีวิตเรา ว่าช่วงไหนเราเป็นยังไง เขาจะซัพพอร์ตจิตใจเราได้ทัน และคอยเป็นทั้งเพื่อน ทั้งคู่คิด เป็นคนรักที่จูงมือเราไปสูดอากาศดีๆ แล้วเพียงไม่กี่นาที โลกทั้งโลกก็หายไป เรารู้สึกสบายใจและช่างผ่อนคลายเหลือเกิน เหมือนที่เจนนิเฟอร์ อนิสตันเคยบอกหลังจากเลิกกับจัสติน เธอโรซ์สามีของเธอเมื่อปี 2018 ว่า “ไม่มีใครที่เรดาร์ฉันกระดิกได้ แต่ฉันว่าถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาที่ฉันพร้อมจะแชร์ชีวิตของฉันกับใครอีกคนแล้ว” เจนนิเฟอร์บอกว่า “ในความสัมพันธ์ เรื่องโรแมนซ์ไม่ใช่สิ่งสำคัญ” สำหรับเธอเลย เธอรักในการเป็นผู้หญิงที่ไม่ต้องพึ่งพิงผู้ชาย เธอคือผู้หญิงที่สร้างตัวเองมาด้วยตัวเอง เจนบอกว่าความสัมพันธ์ของเธอจะเริ่มขึ้นได้เพียงมี “บทสนทนาที่ลื่นไหลตั้งแต่ได้คุยกันครั้งแรก” นั่นเป็นสัญญาณที่ดี “เขาต้องมั่นใจในตัวเอง แต่ไม่เยอะไป มีอารมณ์ขัน แล้วก็ขอร้อง ขอร้องเลยนะว่า เขาต้องใจดีกับผู้คนด้วย” […]

Q: ทำไมฉันเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่เลิกคบไปไม่ได้?

คำถามคาใจตัวเองทุกครั้งที่เริ่มคบใคร ไปไม่รอดแล้วยังเป็นเพื่อนกันก็ไม่ได้! Q: “ฉันมีเพื่อนผู้หญิงเยอะเลยนะ แต่ยากมากจะมีเพื่อนผู้ชายที่สนิท แล้วพอคบใครหลังจากนั้นก็เป็นเพื่อนกับพวกเขาไม่ได้ ไม่ได้เลิกกันไม่ดีนะ แต่ไม่ชินที่จะมีเพื่อนผู้ชาย เลยทำให้ฉันคบผู้ชายเยอะ คบแล้วเลิกๆ และหายกันไปเลยตลอดเวลา แล้วพอมาชอบเพื่อนตัวเอง หรือชอบผู้ชายที่ทำงาน ก็ไม่กล้าไปต่อ กลัวจะเสียเพื่อนไปเลยแล้วไง?” A: ซื่อตรงกับตัวเองที่สุดก่อน ว่าจริงๆ คุณต้องการผู้ชายที่ดีจริงสำหรับชีวิตด้วย! เหมือนกับว่าคุณคิดว่าคุณน่ะคงไม่ดีพอจะเป็นเพื่อนกับใครได้ และคงมีอะไรผิดๆ ในความสัมพันธ์ที่ทำให้รักษาความเป็นเพื่อนไว้ไม่ได้ เราอยากให้คุณยอมรับตรงๆ กับตัวเองก่อนว่า “คุณต้องการความสัมพันธ์ที่ดี และผู้ชายที่รักคุณ” ลองเขียนคุณสมบัติเริ่ดๆ ในตัวคุณสัก 10 ข้อ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตา รูปร่างนะ และบอกเลยว่าทุกคนที่คุณจะเจอต่อไปนี้ เขาจะได้รับสิ่งดีของคุณเช่นนั้น แล้วลองมองหาผู้หญิงที่คุณชื่นชม ว่าเธอช่างสามารถเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่เคยคบได้  ดูวิธีที่เธอคุยกับพวกเขา ดูบุคลิก รอยยิ้ม ท่าทาง ลองเรียนรู้แล้วลองเอาไปใช้เวลาเดทกับใคร ที่สำคัญเวลาเดทกับใครเปิดกว้างกับเขาไปเลยว่า คุณอยากรเรียนรู้จักเขา อยากเป็นเพื่อนกับเขาให้ดีก่อน ต้องใจแข็งไว้นะถ้าเขาจะมาขออะไรที่เป็นทางกายกับเรา เอาให้ชัวร์ในความเป็นเพื่อนแล้วค่อยไปต่อจะดีกว่า สุดท้ายเลยอยากบอกว่าลองไปโฟกัสชีวิตด้านอื่นด้วย ให้เราเอนจอยกับตัวเอง เป็นเพื่อนกับตัวเองให้ดี ถ้าเรามัวแต่เคลิ้มถึงหนุ่มในออฟฟิศ หรือเพื่อนของเพื่อน หรือบางทีอาจเผลอไปเคลิ้มแฟนเพื่อน เราก็อาจกลายเป็นคนคลั่งรัก และคาดหวังในความสัมพันธ์เกินไป จนมองข้ามความเข้ากันได้ […]

3 คำเตือนจากกูรูเรื่องงาน “ถ้าไม่เริ่ดจริง ขอเงินเดือนแรงแบบนี้ อาจพังได้นะ”

เป็นมุมเรื่องงานที่บางทีก็ลืมมองตัวเองไป ขอยอมรับและโล่งๆ กับตัวเองพิจารณาอีกครั้ง “เราคิดว่าเราเก่ง” หรือที่ผ่านมา “หัวหน้าเราน่ะเก่ง” กันแน่! เป็นหนึ่งในคำเตือนที่เราว่าสุดจะดึงเราให้กลับมามองตัวเอง เจฟฟ์ อาร์ แดเนียล กูรูเรื่องงานในอเมริกาเตือนคำทำงานที่เปลี่ยนงานเพื่อจะจั๊มเงินเดือนมาว่า “บางครั้งคนเราก็คิดว่าตัวเองเก่งเกินความสามารถจริง” เขาบอกว่าหลายๆ คนทำงานความเก่งของเขาไม่ใช่ตัวเขาเองล้วนๆ แต่เป็นเพราะ “เขามีหัวหน้าที่เก่ง” หรือมี “ทีมงานที่เก่ง” “คนทำงานที่อาจจะโชคดีหรือโชคร้ายนี่ล่ะ ที่มีหัวหน้าเก่งกาจไปหมด แถมยังใจดูปกป้องทุกสิ่งให้ เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าเขาหลบอยู่ข้างหลังหัวหน้าคนนั้นมาตลอด พอมาถึงตอนที่หัวหน้าแยกวงไป เขาก็จะเคว้งคว้าง ตอนนี้ล่ะที่เขาต้องเลือกงานใหม่ เขาเลยจั๊มตัวเองให้สูงไปเลย ซึ่งอาจทำให้ร่วงลงมาได้ ถ้าไม่ประเมินการทำงานของตัวเองให้ดีก่อน” เจฟฟ์บอกว่าคนเรามีเหมือนกันที่โชคดีมีหัวหน้าคอยปาดทุกเรื่องให้ เขายืนอยู่ข้างหลังหัวหน้าคนนั้น แต่สายตากลับเข้าไปสวมเป็นหัวหน้า เวลาเขาเปลี่ยนงานเขาใช้สายตานี้ล่ะที่พาเขาไป ไม่ว่าจะเป็นการขอเงินเดือนให้มากกว่าที่เดิมมากๆ ขอตำแหน่งและอีกหลายสิ่งที่เขาคิดว่าเขาสมควรจะได้ เขาลืมมองไปว่า “เขาอาจไม่เก่งพอ” เพราะทุกครั้งที่ผ่านมา เรื่องยากๆ ที่ทำให้โปรไฟล์เขาดูดีน่ะ เป็นหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมทีมปาดให้ทั้งนั้น เจฟฟ์เลยมอบ 3 คำเตือนที่อยากให้ทุกคนที่กำลังจะเปลี่ยนงาน ถามตัวเองดังๆ ก่อนว่า… สุดท้ายถ้าเรายังคิดว่าเราสมควรได้รับอะไรที่เริ่ดกว่าเดิมมากจริงๆ ถ้าเราเก่งจริงลุยเลย แต่ถ้าไม่ใช่คิดเผื่อด้วยว่า เราจะได้รับความกดดันจากงานใหม่นั้นขนาดไหน เพราะถ้าพลาดเราอาจเสียความมั่นใจไปเลย อย่าลืมคิดด้วยว่าบางครั้งสิ่งที่มาเหนือความเก่งอีกอย่าง ก็คือเรื่องของบารมี พลัง ความมั่นใจ […]




Women's Issues

#MeToo แฮชแท็กที่ผู้หญิงโดนละเมิดทางเพศทั้งโลก…ออกมาส่งเสียง

#MeToo แฮชเท็กละเมิดทางเพศ

ถ้าเสียงเราคนเดียวดังได้แค่ในหัวเรา มันไม่คลี่คลายความเจ็บปวด เสียงจึงต้องรวมพลังกัน #MeToo คือเสียงที่คุณจะไม่โดดเดี่ยว เมื่อโดนล่วงละเมิดทางเพศอีกต่อไป!

Tarana Burke คือผู้ที่สร้างความเคลื่อนไหวของ #MeToo คนแรกมาตั้งแต่ปี 1997 เหตุเกิดเมื่อเธอได้นั่งตรงกันข้ามกับเด็กหญิงวัย 13 ปีที่ถูกทำร้ายทางเพศ เด็กสาวคนนนั้นเล่าถึงประสบการณ์ที่เธอเจอ และนั่นทำให้ทาราน่าพูดอะไรไม่ออก “ฉันไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ หรือช่วยอะไรเธอไม่ได้ในโมเมนท์นั้น ฉันพูดแม้แต่คำว่า “ฉันก็เจอมาเหมือนกัน” ไม่ได้” ทาร่าน่าเล่าให้ฟัง

Tarana Burke

และสิ่งนี้มันกวนใจเธอตั้งแต่นั้นมา จนสิบปีผ่านไปทาราน่าได้สร้าง Just Be Inc. ขึ้น เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไรที่มีความตั้งใจช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกทำร้ายทางเพศ ความจริงเธอพยายามหาองค์กรอะไรแบบนี้มาตลอด 10 ปี แต่ไม่พบ เธอจึงสัญญากับตัวเองว่า เธอจะอยู่ตรงนั้นสำหรับใครที่โดนทำร้ายมา

และเธอตั้งชื่อความตั้งใจครั้งนี้ของเธอว่า “Me Too”

หลังจากนั้นในปี 2017 แฮชแท็ก #MeToo ก็ระเบิดขึ้นมาในชั่วข้ามคืนจากดาราสาวฮอลลีวู้ด อลิสซ่า มิลาโน่ เป็นสิ่งที่บอกว่าความพยายามของทาราน่าได้ระเบิดขึ้นแล้ว หลังจากที่เธอไม่เคยได้รับซัพพอร์ตใดๆ จากความตั้งใจนี้เลย อลิสซ่าอยากส่งเสียงนี้ของเธอออกไป เพื่อบอกโลกถึงความเลวร้ายที่ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน โปรดิวเซอร์ตัวพ่อของฮอลลีวู้ดได้ทำกับเธอ

#MeToo

อลิสซ่าบอกไว้ว่า “ถ้าคุณโดนล่วงละเมิด หรือโดนทำร้ายทางเพศใดๆ ให้เขียน “me too” ตอบทวีทนี้มา”

อลิสซ่าทวีทเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2017 วันนั้นวันเดียวมีทวีทแฮชแท็กนี้ต่อๆ กันไปอีกถึง 200,000 ครั้ง และพอเข้าวันที่ 16 ตุลาคม ก็มีคนทวีทเพิ่มถึง 500,000 ครั้ง และมีคนใช้แฮชแท็กนี้อีก 4.7 ล้านคน ใน 12 ล้านโพสต์ ภายใน 24 ชั่วโมงในเฟซบุ๊คด้วย

และในจำนวนผู้หญิงที่มาตอบกลับอลิสซ่า มีคนดังอย่าง เลดี้ กาก้า วีโอล่า เดวิส อีแวน ราเชล วู้ด ร่วมตอบ #MeToo อยู่ด้วย ผู้หญิงหลายๆ คนมากออกมาส่งเสียงของเธอ ทั้งนางพยาบาล ครู วิศวกร นักจัดดอกไม้ พนักงานเสิร์ฟ แม่ๆ ลูกสาว น้องสาว ภรรยา และนักเรียน บางคนออกมาเล่าความจริงที่เธอถูกข่มขืนเป็นครั้งแรก บางคนเล่าว่าเธอโดนเพื่อนร่วมงานกระทำ และก็ต้องออกจากงานไปในที่สุด

อลิสซ่าไม่ได้เซอร์ไพรส์ที่มีคนออกมาแชร์เรื่องราวที่โดนมากมายขนาดนี้ แต่เธอเซอร์ไพรส์มากกว่าที่ทุกคนกล้าเปิดเผยกลางโซเชียล มีเดียว “ทุกคนกล้าหาญมากที่เล่าเรื่องราวของเธอ สิ่งสวยงามจากเหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ว่าเธอยืนขึ้นเพื่อส่งเสียงของเธอนะ แต่คือเธอยืนขึ้นด้วยกันเพื่อซัพพอร์ตกันและกัน” อลิสซ่าบอกอีกว่า “ความเจ็บปวดที่ฝังอยู่ในใจมันทับถมเรา จนกลายเป็นพลังได้ มันอะเมซิ่งมาก”


“ฉันถูกไล่ออกจากงานเพราะฉันไม่ได้นอนกับหัวหน้างาน ฉันโดนไล่ออกเพราะฉันไม่ยอมให้จับเนื้อตัวฉัน ไม่ยอมให้จูบโดยที่ฉันไม่โอเค และอีกมากมายหลายเรื่อง…ที่ทำให้ฉันแค่คิดก็รู้สึกแย่มากๆ แล้ว” หนึ่งในตัวอย่างข้อความจาก @Amanda Yennie อายุ 34 ปีที่ทวีทตอบอลิสซ่า

ผู้หญิงหลายๆ คนรู้สึกว่า “ฉันไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป” หลังจากที่เจอกับทวีทของอลิสซ่า และเธอรู้สึกว่า “ฉันต้องพูดอะไรออกไปแล้ว” พอได้ทวีทก็จะมีคนที่ไม่เคยรู้จักทวีทกลับให้กำลังใจกันว่า “เข้มแข็งไว้นะ” เพราะยิ่งมีผู้หญิงออกมาส่งเสียงมากเท่าไหร่ ผู้คนก็จะได้รู้ว่านี่คือปัญหา เหมือนกับเรื่องของ @fuelup250 เกรต้า

เคอร์บี้ออกมาทวีทหลังจากเหตุการณ์ที่เธอเจอผ่านไปแล้วเกือบ 40 ปี ตอนที่เกรต้าอายุ 24 ปี เธอมีหัวหน้าแก่กว่า เขาแต่งงานกับหลานของเขา และในงานปาร์ตี้คืนหนึ่งของบริษัท เกรต้าบอกว่า “เขาเข้ามาลวนลามฉัน ฉันบ่ายเบี่ยงและสัญญาว่าเดี๋ยวจะไปหาเขา แต่ฉันไม่ได้ไป เช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็ไล่ฉันออก” เกรต้าอยากฟ้องเขา แต่ทนายของเธอกลับบอกว่า “ข่าวของคุณจะลงทั่วทุกหนังสือพิมพ์ และคนก็จะคิดว่าเป็นความผิดของคุณเองนั่นแหละ” เกรต้าจึงต้องทำใจลืมๆ ไป แต่ถึงวันนี้เธอบอกว่า “ฉันก็ยังโกรธอยู่ดี”

ผู้ชายบางคนก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วชอบอ้างว่า “ก็นิสัยผู้ชายน่ะแหละ” เหมือนกับเรื่องของโนร่า @chrysalishealin เธอบอกว่า เธอโดนเพื่อนผู้ชายลวนลาม และพยายามข่มขืนเธอตอนที่พวกเขาเมา และเธอได้พยายามบอกเรื่องนี้กับอาจารย์ที่เป็นผู้ชาย แต่เขากลับบอกว่า “อย่าทำเป็นว่าเธอไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย ผู้ชายก็ยังเป็นผู้ชายนั่นแหละ”

ผู้หญิงหลายคนมากๆ โดนล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน และไม่กล้าบอกใคร ไม่กล้าบอกฝ่ายบุคคลด้วย เพราะกลัวจะต้องเสียงานนั้นไป คลีโอเคยได้คุยกับน้องผู้หญิงคนหนึ่ง เธอบอกว่าหัวหน้างานชอบชวนเธอไปทำงานต่างจังหวัด แล้วก็มักตีเนียนให้เธอเช็คอินนอนห้องเดียวกับเขา และแทบไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว เขาก็บุกมาลวนลามและข่มขืนเธอแล้ว แต่เธอก็ต้องเก็บเงียบไว้ เพราะเขาขู่ว่าไม่อย่างนั้นเธอจะไม่มีงานทำ

ฮาวี่ย์ ไวน์สตีน โปรดิวเซอร์ดังของฮอลลีวู้ด ที่ทำให้อลิสซ่า มิลาโน่ขึ้นแฮชแท็ก #MeToo

ถึงเขาจะเป็นตัวพ่อผู้กุมวงการฮอลลีวู้ดขนาดไหน แต่เมื่อล้ม เขาก็ล้มลงเสียงดังมาก เพราะนี่คือการล่วงละเมิดทางเพศที่เขาได้ก่อขึ้น และมีดาราสาวมากกว่า 80 คน ออกมายืนยันว่าเขาทำจริง! ฮาร์วี่ย์ถูกตัดสินให้จำคุก 23 ปีไปในที่สุด ถือเป็นชัยชนะแห่งประวัติศาสตร์ของผู้หญิงเลยก็ว่าได้

Harvey Weinstein

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2017 เมื่อนิวยอร์ค ไทม์สได้รายงานว่า มีผู้หญิง 8 คนออกมาบอกว่า เจอฮาร์วี่ย์ ไวน์สตีนลวนลาม และล่วงละเมิดทางเพศแบบที่พวกเธอไม่จำยอมมานานถึง 3 ทศวรรษ และหลังจากนั้นไม่กี่วัน ก็มีผู้หญิงเพิ่มอีก 13 คนที่ออกมาบอกว่า เธอก็โดนเขาล่วงละเมิดทางเพศเหมือนกัน 3 คนในนั้นบอกด้วยว่า “เขาข่มขืนเธอ!” และนั่นเป็นที่มาของทวีทในตำนานจากอลิสซ่า มิลาโน่

หลังจากนั้นเมื่อพฤษภาคม 2018 ฮาร์วี่ย์ออกมายอมมอบตัวกับตำรวจนิวยอร์ค เรื่องข้อกล่าวหาของเขาเรื่องละเมิดทางเพศต่อผู้หญิง 2 คนในปี 2004 และ 2013 และเรื่องนี้ได้กลายเป็นมหาปรากฏการณ์เมื่อดาราสาวกว่า 80 คนออกมากล่าวหาฮาร์วี่ย์ด้วย

กวินเน็ธ แองเจลีน่า โจลี่ โรส แม็คโกแวน และคนอื่นๆ

ออกมากล่าวหาเขากันหมด โรส แม็คโกแวน คือเสียงหนึ่งที่แรงมากในการกล่าวหาเขา เธอบอกว่าฮาร์วี่ย์ข่มขืนเธอโดยบอกให้เธอทำออรัล เซ็กซ์ในเขาในโรงแรมที่งานเทศกาลหนัง Sundance Film Festival เมื่อปี 1997 ซึ่งตอนนั้นเธออายุ 23 ปี แองเจลีน่า โจลี่เองบอกกับ Times ว่า เธอปฏิเสธฮาร์วี่ย์ไปในโรงแรมแห่งหนึ่ง “ฉันมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับฮาร์วี่ย์ ไวน์สตีนในวัยเด็กของฉัน ฉันเลยเลือกที่จะไม่ทำงานกับเขาอีก และก็ถ้าเตือนใครได้ฉันก็เตือน”

Angelina Jlie, Gwyneth Paltrow, Rose McGowan

กวินเน็ธเองบอกกับ Times ว่าตอนเธออายุ 22 ปี ก่อนที่เธอจะถ่ายทำเรื่อง Emma ฮาร์วี่ย์ได้ลวงเธอเข้าไปในห้องสวีทที่โรงแรม Peninsula Beverly Hills เพื่อจะคุยงานกัน แต่กลับเป็นว่าเขาเอามือมาแตะตัวเธอและบอกเธอว่าให้เข้าไปนวดในห้องนอนกัน “ฉันยังเด็กอยู่ตอนนั้น และฉันช็อคมาก” กวินเน็ธเล่าให้ฟัง ดาราสาวหลายๆ คนโดนเขาถามเหมือนๆ กันว่า “อยากนวดมั้ย” แต่บางคนอย่าง ซาร่าห์ แอนน์ แมสส์ เธอเล่าให้ Variety ฟังว่า เธอโดนเขากอดทั้งๆ ที่เขาเหลือแค่กางเกงใน! แอชลีย์ จัดด์เองก็เคยโดนเขาถามว่า “นวดมั้ย” หรือ “อยากดูเขาอาบน้ำ”

เหตุการณ์ที่ อลิสซ่า มิลาโน่ โดนล่วงละเมิดทางเพศ

สำหรับอลิสซ่า ดาราสาวฮอลลีวู้ดวัย 48 ปี เธอได้เคยออกมาเล่าเรื่องที่เธอโดนละเมิดทางเพศในพอดแคสท์ “Sorry Not Sorry” เธอเล่าว่าหลังจากถ่ายหนังเรื่อง “Who’s the Boss” เธอก็ทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะลบภาพดาราเด็กในทีวีของเธอออกไป เธอเลยลองเล่นบทที่ทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แล้วเธอก็ได้เข้าฉากเซ็กซ์ซีนที่ต้องแสดงความรับอย่างลึกซึ้ง ตอนนั้นเองที่เธอได้ถูกล่วงละเมิดทางเพศในกองถ่าย!

อลิสซ่าไม่ได้ออกมาบอกชื่อดาราชายคนนั้น แต่เขาแก่กว่าเธอ 17 ปี และสิ่งที่เขาทำคือ “เขาเอานิ้วเข้ามาในกางเกงในฉัน และพยายามใส่เข้ามา เขาทำกับฉันแบบนั้นในขณะที่กล้องกำลังเดินอยู่” อลิสซ่าเก็บเรื่องนี้ไว้ถึง 20 ปี เธอถึงได้ออกมาเล่า

“ฉันคิดว่าสิ่งสำคัญก็คือ เราควรมีแพลตฟอร์มที่จะออกมาคุยเรื่องนี้กันได้ มันเป็นเรื่องที่ยาก และต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะกล้าพูด บางครั้งเราก็มีความคิดว่ายอมรับมันไปเถอะ ไม่ต้องบอกโลกหรอก” แต่สิ่งที่ทำให้อลิสซ่ากล้าออกมาพูดก็คือเรื่องราวของผู้หญิงคนอื่นๆ ในโลก ที่อลิสซ่าบอกว่า “พวกเธอให้ความกล้าหาญกับฉัน ให้ฉันได้กล้าที่จะเล่าเรื่องตัวเองออกมา ฉันได้ลงลึกเข้าไปในตัวเอง และหาทางเยียวยาตัวเอง และได้เดินต่อไปเพื่อให้เรื่องนี้กระตุกคน ก็เพื่อว่าผู้หญิงรุ่นต่อๆ ไป จะได้มีพื้นที่บอกเรื่องราวของเธอ”

คลีโอขอส่งแรงซัพพอร์ตให้กับผู้หญิงทุกคนที่โดนล่วงละเมิดทางเพศทุกคน! และถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ ลองเข้าไปที่

เข้าไปที่ MeToo Movement หรือองค์กรให้ความช่วยเหลือผู้หญิงในประเทศไทย

อ่านเรื่องเพิ่มเติมได้ที่ CLEO THAILAND

More